Bioenergy as a Fossil Fuel Alternative
“…..เทคโนโลยีชีวภาพ มีส่วนช่วยอย่างสำคัญที่จะทำให้อุตสาหกรรมพลังงาน และเกษตรกรรมยั่งยืน ให้เติบโตขึ้นได้อีกมากในอนาคต….”
ในปี 2569 พลังงานชีวภาพ Bioenergy ได้เปลี่ยนจาก “ทางเลือกที่น่าสนใจ Promising Alternative” มาเป็น “เสาหลักสำคัญของความมั่นคงด้านพลังงานระดับโลก Central Pillar of Global Energy Security” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuel Supply Chains กำลังหยุดชะงัก .. ในขณะที่พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม Solar & Wind Energy ยังคงครอบครอง “ยุคแห่งไฟฟ้า Age of Electricity” นั้น พลังงานชีวภาพ Bioenergy ก็ให้โมเลกุลของเหลว และก๊าซ Provides the Liquid & Gas Molecules ที่เชื้อเพลิงฟอสซิลให้ในปัจจุบัน Fossil Fuels Currently Supply ทำให้พลังงานชีวภาพ Bioenergy ได้กลายเป็นทางเลือกที่สำคัญ และหลากหลายมิติ Essential, Multi – Dimensional Alternative นั่นเอง ..

พลังงานชีวภาพที่ได้จากวัสดุอินทรีย์สาร Bioenergy, Derived from Organic Materials เช่น เศษเหลือทิ้งทางการเกษตร Agricultural Residues, ขยะ Waste และป่าไม้ที่ได้รับการจัดการอย่างยั่งยืน Sustainably Managed Forests ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่หลากหลาย และราคาไม่แพงเข้าถึงได้ Versatile, Affordable Renewable Energy Source สามารถใช้ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลโดยตรง Directly Replaces Fossil Fuels ในการทำความร้อน Heating, ไฟฟ้า Electricity และการขนส่ง Transport คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการใช้พลังงานหมุนเวียน .. พลังงานชีวภาพ Bioenergy ให้พลังงานที่สม่ำเสมอ และเชื่อถือได้ แตกต่างจากแหล่งพลังงานบางประเภทที่มีความแปรผันสูง ..
ในสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ Net Zero Emissions : NZE Scenario กว่า 60% ของปริมาณพลังงานชีวภาพทั่วโลก 100 Exajoules : EJ ในปี 2593 นั้น ได้มาจากของเสียที่ยั่งยืน Sustainable Waste Streams ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่เฉพาะเทียบกับ 20% ในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงเศษเหลือทางการเกษตร Agriculture Residues, ขยะอินทรีย์จากชุมชนเทศบาล Organic Municipal Waste และเศษเหลือจากอุตสาหกรรมป่าไม้ Forestry Industry Residues .. ในบรรดาของเสียที่ยั่งยืนSustainable Waste Streams เหล่านี้ เศษเหลือจากกระบวนการแปรรูปไม้ และการตัดไม้ทำลายป่า ให้พลังงานชีวภาพ 20 Exajoules : EJ ในปี 2593 ในสถานการณ์ NZE Scenario ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของประมาณการที่ดีที่สุดในปัจจุบันเกี่ยวกับศักยภาพทางเทคนิคทั้งหมด .. การลงทุนในการรวบรวม และคัดแยกของเสียอย่างครบวงจรในสถานการณ์ NZE Scenario จะปลดล็อกแหล่งพลังงานชีวภาพลงเกือบ 45 Exajoules : EJ จากของเสียที่ยั่งยืนต่าง ๆ นอกเหนือจากภาคป่าไม้ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในการผลิตก๊าซชีวภาพและเชื้อเพลิงชีวภาพขั้นสูง Biogases & Advanced Biofuels Production ..
อย่างไรก็ตาม พลังงานชีวภาพ Bioenergy คือ แหล่งพลังงาน Energy Source จากวัสดุอินทรีย์สารที่ประกอบขึ้นเป็นพืช Organic Material that Makes Up Plants ซึ่งเรียกว่า ชีวมวล Biomass ซึ่งประกอบขึ้นด้วยคาร์บอนที่พืชดูดซับผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสง Carbon Absorbed by Plants through Photosynthesis .. เมื่อนำชีวมวล Biomass มาใช้ในการผลิตพลังงาน Produce Energy คาร์บอนจะถูกปล่อยออกมาในระหว่างการเผาไหม้ และกลับคืนสู่ชั้นบรรยากาศ ทำให้พลังงานชีวภาพสมัยใหม่ Modern Bioenergy ถือเป็นเชื้อเพลิงที่มีการปล่อยมลพิษต่ำ Low-Emissions Fuels ..

ปัจจุบัน อ้างถึงข้อมูลขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ International Energy Agency : IEA ชี้ว่า พลังงานชีวภาพสมัยใหม่ Modern Bioenergy คือ แหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในโลกLargest Source of Renewable Energy Globally คิดเป็นเกือบ 55% ของพลังงานหมุนเวียน Renewable Energy โดยไม่นับรวมการใช้ชีวมวลแบบดั้งเดิม Traditional Use of Biomass และมากกว่า 6% ของปริมาณพลังงานทั่วโลก Global Energy Supply .. ในสถานการณ์การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์สุทธิ Net Zero Emissions : NZE Scenario ภายในปี 2593 คาดการณ์ว่า การใช้พลังงานชีวภาพ Use of Bioenergy จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ภายในปี 2573 .. อย่างไรก็ตาม การใช้พลังงานชีวภาพสมัยใหม่ Use of Modern Bioenergy เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยเพียงประมาณ 4% ต่อปี ในช่วงระหว่างปี 2553-2566 แม้จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกมาก .. ดังนั้น จึงจำเป็นต้องใช้ความพยายามมากขึ้นอีก เพื่อเร่งการใช้พลังงานชีวภาพสมัยใหม่ให้ทันกับสถานการณ์การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์สุทธิ NZE Scenario ซึ่งกำหนดให้การใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 8% ต่อปี ระหว่างปี 2566-2573 .. ในขณะเดียวกันก็ต้องมั่นใจว่า การผลิตพลังงานชีวภาพ Bioenergy Production จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมด้วย ..
ทั้งนี้ ลักษณะสำคัญของพลังงานชีวภาพ Key Aspects of Bioenergy ในฐานะทางเลือกแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuel Alternative สามารถแบ่งออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ :-
1. ความน่าเชื่อถือ และความเสถียรของโครงข่ายระบบสายส่งกำลังไฟฟ้า Reliability & Grid Stability ด้วย “ข้อได้เปรียบด้านกำลังไฟฟ้าพื้นฐาน Baseload Advantage” : แตกต่างจากพลังงานหมุนเวียนที่ผันแปรไม่สม่ำเสมอ พลังงานชีวภาพ Bioenergy เลียนแบบลักษณะความพร้อมใช้งานสูงของเชื้อเพลิงฟอสซิล Mimicking the High Availability Characteristics of Fossil Fuels ในประเด็นสำคัญ ได้แก่ :-
– ความสามารถในการส่งจ่ายกำลังไฟฟ้า Dispatchability : โรงไฟฟ้าพลังงานชีวภาพ Bioenergy Plants มีปัจจัยกำลังการผลิต Capacity Factor อยู่ที่ 70-85% เมื่อเทียบกับ 25-45% สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ Wind & Solar Power Plants ทำให้สามารถส่งจ่ายพลังงาน “กำลังไฟฟ้าพื้นฐานBaseload Power” ได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายระบบสายส่งกำลังไฟฟ้า Power Grids ในขณะที่โรงไฟฟ้าถ่านหิน และก๊าซ Coal & Gas Plants กำลังทยอยยกเลิกการใช้งาน ..
– การจัดเก็บพลังงานในตัวเชื้อเพลิงStorage Inherent in Fuel : ชีวมวล Biomass ทำหน้าที่เหมือนแบตเตอรี่ในตัว .. ในขณะที่กำลังไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ Electricity from Solar ต้องจัดเก็บไว้ในแบตเตอรี่เคมีราคาแพง Expensive Chemical Batteries แยกต่างหาก แต่พลังงานชีวภาพ Bioenergy จะถูกเก็บไว้ในรูปของเชื้อเพลิงที่เป็น เม็ด Pellets, ชิ้น Chips หรือเชื้อเพลิงของเหลว Liquid Fuels ที่สามารถเผาไหม้ได้เมื่อความต้องการสูงสุดเกิดขึ้น ..
2. ความเข้ากันได้กับโครงสร้างพื้นฐาน Infrastructure Compatibility ด้วยโซลูชันข้อไขแบบ “ใช้งานได้ทันที Drop-In Solutions” : หนึ่งในข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของพลังงานชีวภาพเหนือการเปลี่ยนไปใช้กำลังไฟฟ้า One of Bioenergy’s Strongest Advantages over Electrification คือ ความสามารถในการใช้โครงสร้างพื้นฐานเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีอยู่แล้ว Ability to Use Existing Fossil Fuel Infrastructure สรุปได้ดังนี้ :-
– เชื้อเพลิงใช้งานได้ทันที Drop-In Fuels : เชื้อเพลิงชีวภาพสมัยใหม่ Modern Biofuels เช่น น้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการไฮโดรทรีต Hydrotreated Vegetable Oil : HVO มีองค์ประกอบทางเคมีเกือบจะเหมือนกับน้ำมันดีเซลปิโตรเลียม Petroleum Diesel ทุกประการ จึงสามารถใช้ในเครื่องยนต์เรือ Ship Engines, รถบรรทุก Trucks และท่อส่งที่มีอยู่แล้ว Existing Pipelines โดยไม่ต้องดัดแปลงใด ๆ ..
– เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF : สำหรับการบินระยะไกล Long-Haul Aviation ซึ่งชุดแบตเตอรี่มีน้ำหนักมากเกินไป ปัจจุบัน พลังงานชีวภาพ Bioenergy คือ ทางเลือกเดียวที่ใช้ได้ผลแทนน้ำมันก๊าดฟอสซิล Alternative to Fossil Kerosene ..
3. การเปลี่ยนแปลงวงจรชีวิตของวัฏจักรคาร์บอนThe Carbon Lifecycle Shift : ในขณะที่ทั้งเชื้อเพลิงฟอสซิล และชีวมวล ปล่อยคาย CO2 เมื่อเผาไหม้ ความสัมพันธ์ของพวกมันกับชั้นบรรยากาศนั้นแตกต่างกันโดยพื้นฐาน ดังนี้ :-
– ระบบวงปิดเทียบกับระบบวงเปิด Closed Loop Vs Open Loop : เชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuels ปล่อยคาร์บอนที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินมานานหลายล้านปี ซึ่งถือเป็นการเพิ่มคาร์บอนใหม่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ในขณะที่พลังงานชีวภาพ Bioenergy ปล่อยคายคาร์บอนที่พืชดูดซับไว้เพียงไม่กี่เดือน หรือหลายปีก่อนหน้านี้ ทำให้เกิดวัฏจักรคาร์บอนชีวภาพ Biogenic Carbon Cycle ขึ้นในลักษณะความเป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ..
– การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลบสุทธิ Negative Emissions ด้วย Bioenergy with Carbon Capture & Storage: BECCS : ภายในปี 2569 พลังงานชีวภาพ ร่วมกับการดักจับ และกักเก็บคาร์บอน BECCS จะกลายเป็นกระแสหลัก โดยจะดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide : CO2 จากการเผาไหม้ชีวมวล และฝังไว้ใต้ดิน ซึ่งเป็นการกำจัดคาร์บอนออกจากอากาศได้มากกว่าที่ปล่อยออกมา Effectively Removing More Carbon from the Air than it Emits ซึ่งเป็นสิ่งที่เชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuels ไม่สามารถทำได้ ..
4. ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ และยุทธศาสตร์ Economic & Strategic Resilience : วิกฤติการณ์ตะวันออกกลาง ในปี 2569 คือ โอกาส และได้เน้นย้ำถึงพลังงานชีวภาพ Bioenergy ในฐานะเครื่องมือสำหรับการป้องกันประเทศ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจในประเด็นสำคัญ ได้แก่ :-
– อธิปไตยทางพลังงาน Energy Sovereignty : ประเทศต่าง ๆ เช่น ประเทศไทย Thailand สามารถผลิตเชื้อเพลิงของตนเองจากของเสียทางการเกษตร Agricultural Waste และผลผลิตทางการเกษตร Agricultural Products เช่น แกลบข้าว Rice Husk, กากอ้อย Sugarcane Bagasse, อ้อย sugarcane, มันสำปะหลัง Cassava, ปาล์มน้ำมัน Oil Palm และสาหร่าย Algae เป็นต้น ทำให้มีภูมิคุ้มกันต่อการปิดล้อมทางทะเล Maritime Blockades และภาวะราคาน้ำมันโลก Global Oil Price Shocks ..
– ตัวทวีคูณทางเศรษฐกิจในชนบท Rural Economic Multiplier : ห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงชีวภาพ Biofuel Supply Chains สร้างงานในชนบทได้มากกว่าการสกัดเชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuel Extraction ประมาณ 6 เท่าต่อหน่วยพลังงาน ทำให้การใช้จ่ายด้านพลังงาน Funneling Energy กลับคืนไปสู่ชุมชนเกษตรกรรมในท้องถิ่น Local Farming Communities แทนที่จะไปสู่ผู้ส่งออกน้ำมันต่างประเทศ Foreign Oil Exporters ..
ทั้งนี้ แม้ว่าพลังงานชีวภาพ Bioenergy จะเป็นทางเลือกที่มีศักยภาพ Powerful Alternative แต่ผู้เชี่ยวชาญในปี 25696 เตือนว่า พวกมัน จะยังไม่สามารถทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล Replace Fossil Fuels ได้ทั้งหมด 100% ในเวลาอันใกล้นี้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านที่ดิน Land Constraints และความท้าทายอื่นอีกมากมาย .. บทบาทที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดปัจจุบัน คือ การจัดการกับภาคส่วนที่ “ยากต่อการใช้กำลังไฟฟ้าHard-to-Electrify” เช่น การบิน Aviation, การขนส่งทางเรือขนาดใหญ่ Heavy Shipping และกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่ใช้ความร้อนสูง High-Heat Industrial Processes ในขณะที่พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม Solar & Wind Energy จะจัดการกับพลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่ในครัวเรือน และยานพาหนะขนาดเล็ก Residential & Light-Vehicle Electricity เป็นต้น ..
อย่างไรก็ตาม พลังงานชีวภาพ Bioenergy มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกระจายแหล่งพลังงานหมุนเวียน Crucial for Diversifying the Renewable Energy Mix โดยเป็นเส้นทางที่คุ้มค่าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน มีประโยชน์อย่างมากในภูมิภาคเช่น อาเซียน ASEAN โดยเฉพาะในการส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน Promoting Energy Security ให้บรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอน Achieving Decarbonization ได้สำเร็จในที่สุดจากนี้ไป ..
การประยุกต์ใช้พลังงานชีวภาพที่สำคัญในปัจจุบัน Key Practical Bioenergy Applications Today ..
เมื่อเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมานี้ พลังงานชีวภาพ Bioenergy ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือกสำหรับ “พื้นที่ชนบท Rural” หรือ “ข้อไขพลังงานสำรอง Backup Solution” อีกต่อไป แต่ได้บูรณาการเข้าสู่ “แกนหลักของอุตสาหกรรม และครัวเรือนทั่วโลก Global Industrial & Domestic Core” โดยตรง เพื่อตอบสนองต่อการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ Hormuz Blockade และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น Fossil Fuel Price Spikes ..
พลังงานชีวภาพ Bioenergy ซึ่งได้จากวัสดุอินทรีย์สาร Organic Materials หรือ ชีวมวล Biomass เช่น พืช Plants, ของเสียทางการเกษตร Agricultural Waste และไม้ Wood คือ แหล่งพลังงานหมุนเวียนสำคัญ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมด ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่หลากหลาย และสามารถควบคุมได้สำหรับการแทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิล Alternative to Fossil Fuels ในการผลิตกำลังไฟฟ้า Electricity, ความร้อน Heat และการขนส่ง Transport ..

การประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน Today’s Applications นั้น มีลักษณะเฉพาะคือ “การบูรณาการแบบใช้ได้ทันที Drop-In Integration” ด้วยการใช้โมเลกุลชีวภาพที่เป็นของเหลว และก๊าซ เพื่อทดแทนน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรที่มีอยู่เดิม สรุปได้ดังนี้ :-
1. การขนส่ง Transportation และการเติบโตของ “โซลูชันข้อไขที่ยากต่อการลดมลพิษ Hard-to-Abate Solutions” : ในขณะที่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล Passenger Cars ได้เปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า Electric Vehicles: EVs เป็นจำนวนมากแล้ว แต่การขนส่งสำหรับงานหนัก และระยะไกล Heavy-Duty & Long-Haul Transport ในปี 2569 นั้น ยังคงจะต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงชีวภาพเหลว Liquid Bio-Alternatives เกือบทั้งหมด เพื่อจัดการกับวิกฤติเชื้อเพลิงในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น :-
– เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF : นี่คือ การใช้งานเชื้อเพลิงชีวภาพ Use of Bioenergy ที่เติบโตเร็วที่สุด .. สายการบินหลัก ๆ กำลังใช้ SAF ที่ผลิตผ่านกระบวนการ Hydroprocessed Esters & Fatty Acids : HEFA เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด ในปี 2569 ซึ่งถือเป็นวิธีเดียวที่สามารถใช้ “ทดแทนได้ทันที Drop-In” ในปัจจุบัน เพื่อรักษาการให้บริการเที่ยวบินระยะไกล Keep Long-Haul Flights Operational ในขณะที่ราคาน้ำมันก๊าดแบบดั้งเดิม Conventional Kerosene ยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ..
– การเติมเชื้อเพลิงชีวภาพในเรือเดินทะเลMaritime “Bio-Bunkering” : เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ กำลังเปลี่ยนไปใช้ไบโอเมทานอล Bio-Methanol : CH3OH และกรดไขมันเมทิลเอสเตอร์ Fatty Acid Methyl Ester : FAME ผสมกัน โดยนี่เป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับบริษัทขนส่งสินค้า Critical Strategic Move for Shipping Companies เพื่อหลีกเลี่ยงเบี้ยประกันภัย Insurance Premiums และความเสี่ยงด้านอุปทานที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในปัจจุบัน Supply Risks Currently Associated with Middle Eastern Crude .. นอกจากนี้ ไบโอแอมโมเนีย Bio-Ammonia : NH3 คือ เชื้อเพลิงชีวภาพ Bioenergy ซึ่งผลิตขึ้นจากกระบวนการที่ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Sustainable & Environmentally Friendly Processes ที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง โดยได้รับการคาดหมายว่า พวกมันจะถูกนำมาใช้ในเครื่องยนต์เรือเดินสมุทรมาพร้อมด้วยจากนี้ไป ..
– ไบโอไฮโดรเจนสำหรับโลจิสติกส์ Bio-Hydrogen : H2 for Logistics : ดังที่เห็นได้จากโครงการนำร่อง CP-Toyota ในประเทศไทย Thailand, ไบโอไฮโดรเจน Bio-Hydrogen : H2 ที่ผลิตจากของเสียทางการเกษตร และมูลสัตว์ Agricultural Waste & Animal Manure กำลังถูกนำมาใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อนรถบรรทุกที่ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน Hydrogen : H2 Fuel Trucks ในภูมิภาค ในปี 2569 .. ประเด็นสำคัญคือ การผลิตไบโอไฮโดรเจน Bio-Hydrogen : H2 Production มักมีต้นทุนถูกกว่า “ไฮโดรเจนสีเขียว Green Hydrogen : H2“ ที่ได้จากกระบวนการอิเล็กโทรไลซิส Electrolysis ถึง 20-30% เนื่องจากใช้ “วัตถุดิบเหลือทิ้งที่หาได้ฟรี Free Waste Feedstocks” ในภาคการเกษตร นั่นเอง ..
2. การลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม Industrial Decarbonization สำหรับความร้อน และเหล็กกล้า Heat & Steel : อุตสาหกรรม Industry ต้องการความร้อนอุณหภูมิสูง High-Temperature Heat ซึ่งกำลังไฟฟ้า Electricity มักไม่ตอบโจทย์ และไม่สามารถให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ .. ด้วยเหตุนี้ พลังงานชีวภาพ Bioenergy จึงกลายเป็นคำตอบที่เหมาะสมจากนี้ไป ตัวอย่างเช่น :-
– ไบโอชาร์ในเหล็กกล้าสีเขียว Biochar in Green Steel : ผู้ผลิตเหล็กกล้า Steel Manufacturers กำลังเปลี่ยนจากการใช้ถ่านโค้ก Coking Coal มาใช้ไบโอชาร์ Biochar ซึ่งผลิตขึ้นจากชีวมวลไม้ที่ยั่งยืน Sustainable Woody Biomass ซึ่งทำหน้าที่ทั้งเป็นเชื้อเพลิง Fuel และสารรีดิวซ์ในเตาหลอมเหล็ก Reducing Agent in Blast Furnaces ช่วยลดการปล่อยมลพิษโดยไม่ต้องปรับปรุงโรงงานใหม่ทั้งหมด Cutting Emissions without Requiring a Total Plant Rebuild ..
– เตาเผาปูนซีเมนต์ Cement Kilns : อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ Cement Industry ได้เปลี่ยนมาใช้ขยะมูลฝอยในชุมชน Municipal Solid Waste : MSW และเม็ดชีวมวลอุตสาหกรรม Industrial Biomass Pellets เป็นเชื้อเพลิงร่วม .. ภายในปี 2569 โรงงานปูนซีเมนต์ Cement Plants ชั้นนำหลายแห่ง ได้บรรลุเป้าหมาย “ปลอดเชื้อเพลิงฟอสซิล 50% Fossil-Free” โดยการใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิงร่วม Co-Firing Waste เป็นต้น ..
3. ระบบทำความร้อนสำหรับที่อยู่อาศัย และส่วนกลาง Residential & District Heating : ในปี 2569 พลังงานชีวภาพ Bioenergy จะเป็น “เกราะป้องกันความร้อน Thermal Shield” สำหรับครัวเรือนจากราคาแก๊สธรรมชาติที่ผันผวน Households Against Volatile Natural Gas Prices ตัวอย่างเช่น :-
– หม้อต้มเม็ดเชื้อเพลิงอัจฉริยะ Smart Pellet Boilers : ระบบที่ทันสมัย เช่น รุ่น ÖkoFEN หรือ Windhager ทำงานอัตโนมัติ และควบคุมผ่านแอปพลิเคชันได้ Fully Automated & App-Controlled .. พวกมันช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 20-30% เมื่อเทียบกับการทำความร้อนด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Heating และกำลังถูกนำไปใช้ในระบบ “ไฮบริดHybrid” ควบคู่ไปกับปั๊มความร้อนจากอากาศ Air-Source Heat Pumps เป็นต้น ..
– ไบโอมีเทนสำหรับเมือง Biomethane : CH4 for Cities : ปัจจุบัน เมืองต่าง ๆ กำลังฉีดอัดก๊าซธรรมชาติหมุนเวียน Renewable Natural Gas : RNG เข้าสู่โครงข่ายระบบส่งจ่ายก๊าซของชุมชนเทศบาล Municipal Gas Grids ที่มีอยู่แล้วโดยตรง .. ในยุโรป Europe และบางส่วนของเอเชีย Asia นั้น นี่คือ วิธีหลักในการทำความร้อนบ้านโดยไม่ต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลว Liquefied Natural Gas : LNG ที่ต้องนำเข้าอีกต่อไป ..
4. เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ด้วย “วงจรขยะสู่มูลค่า Waste – to – Value Loop” : พลังงานชีวภาพ Bioenergy คือ เครื่องมือหลัก Primary Tool ในการจัดการขยะในเมือง และขยะเกษตรกรรม Managing Urban & Agricultural Waste ในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น :-
– การเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน Waste-to-Energy : WtE : ขยะมูลฝอยจากชุมชนเทศบาล Municipal Solid Waste และกากอินทรีย์สารเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรม Industrial Organic Residues ถูกนำมาใช้ผลิตกำลังไฟฟ้า และความร้อน Generate Power & Heat และลดปริมาณขยะในหลุมฝังกลบ Reducing Landfill Volume ไปพร้อมด้วย ..
– การย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน Anaerobic Digestion : AD : โรงงานขยะแบบย่อยสลายโดยไม่ใช้ออกซิเจนขนาดใหญ่ Large – Scale AD Plants เช่น โรงงานของ Clarke Energy ใน 17 ประเทศทั่วโลก กำลังแปรรูปขยะอาหารจากซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหาร Processing Food Waste from Supermarkets & Restaurants เพื่อผลิตทั้งกำลังไฟฟ้า Electricity Production และ “กากตะกอน Digestate” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง High-Quality Organic Fertilizer ..
– การบำบัดด้วยสาหร่าย Algae-Based Treatment : โรงบำบัดน้ำเสีย Wastewater Treatment Plants กำลังได้รับการปรับปรุงใหม่ด้วยระบบปฏิกรณ์ชีวภาพสาหร่าย Algae Bioreactors .. ระบบเหล่านี้ ทำความสะอาดน้ำ Clean the Water, ดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ Capture CO2 และผลิต “กากตะกอนชีวมวลBiomass Sludge” ซึ่งจะถูกแปลงให้เป็นก๊าซชีวภาพ Biogas, ไฮโดรเจน Hydrogen : H2 หรือ เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel : SAF เป็นต้น ..
5. การใช้งานเฉพาะทาง และที่เกิดขึ้นใหม่ Emerging & Specialized Applications : การใช้งานพลังงานชีวภาพ Bioenergy กำลังวิวัฒนาการจากการผลิตกำลังไฟฟ้า และความร้อนพื้นฐาน ไปสู่การใช้งานเฉพาะทาง Specialized และที่เกิดขึ้นใหม่ Emerging เพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy และการลดก๊าซเรือนกระจกขั้นสูง ตัวอย่างเช่น :-
– ไบโอชาร์ Biochar : ผลพลอยได้จากกระบวนการไพโรไลซิสชีวมวล Byproduct of Biomass Pyrolysis สามารถไถกลบลงในดินทางการเกษตร เพื่อกักเก็บคาร์บอน Carbon Sequestration ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ลดการปล่อยคาร์บอนเป็นลบสุทธิ Carbon-Negative Technology ..
– พลังงานชีวภาพพร้อมการดักจับ และกักเก็บคาร์บอน Bioenergy with Carbon Capture and Storage: BECCS : BECCS ที่ใช้กระบวนการแก๊สซิฟิเคชัน Gasification นั้น ใช้ชีวมวล Biomass ในการผลิตความร้อน และกำลังไฟฟ้า Generate Heat & Electricity พร้อมกับการดักจับคาร์บอน Capturing Carbon ส่งผลให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลบสุทธิ Net-Negative Emissions ได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นต้น ..
– เคมีภัณฑ์ชีวภาพ Biochemicals : ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และ ป่าไม้ Agricultural & Forestry Products ถูกนำมาใช้ในการผลิตเคมีภัณฑ์ชีวภาพ Manufacture Biochemical Products แทนที่สารปิโตรเคมีทางเลือก Petrochemical Alternatives ได้ทุกประเภท ซึ่งรวมไปถึงเม็ดพลาสติกชีวภาพ Bioplastic Pellets ..
6. วัตถุดิบหลัก และความยั่งยืน Key Feedstocks & Sustainability : ความยั่งยืนของการใช้งานเหล่านี้ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ Sustainability of these Applications Depends on the Feedstock โดยเน้นไปที่ขยะของเสีย และของเหลือทิ้ง Waste Streams & Residues มากกว่าพืชผลเพื่อผลิตอาหารทางการเกษตร Food Crops แต่พืชพลังงาน Energy Crops ก็ยังถือเป็นวัตถุดิบที่มีศักยภาพอยู่ต่อไป ทั้งนี้ แหล่งที่มาหลักของพลังงานชีวภาพ Key Sources of Bioenergy ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ยังคงได้แก่ :-
– พืชพลังงาน Energy Crops ที่ปลูกเพื่อนำมาผลิตเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ เช่น อ้อย Sugarcane, มันสำปะหลัง Cassava, ข้าวโพด Corn, ปาล์มน้ำมัน Oil Palm และหญ้าโตเร็ว Fast-Growing Grasses เช่น หญ้ามิสแคนทัส Miscanthus และต้นหลิว Willow เป็นต้น ..
– เศษของเหลือทิ้งจากป่าไม้ Forest Residues และผลพลอยได้จากการแปรรูปไม้ Wood Processing Byproducts เช่น เศษไม้ Wood Scraps, กิ่งไม้ Branches และเปลือกไม้จากการทำป่าไม้ Bark from Forestry รวมทั้งมูลสัตว์ Animal Manure เช่น มูลวัว, มูลสุกร และมูลไก่ Cow, Pig & Chicken Dung สามารถนำมาหมักเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพ Biogas ได้เป็นอย่างดี เป็นต้น ..
– เศษของเหลือทิ้งทางการเกษตร Agricultural Residues และขยะอินทรีย์ Organic Waste ได้แก่ ชานอ้อย Sugarcane Bagasse, แกลบ Rice Husk, ซังข้าวโพด Corn Cobs, กะลาปาล์ม Palm Kernel Shells และเศษไม้ Wood Scraps เป็นต้น ..
– ขยะมูลฝอยชุมชน Municipal Solid Waste ส่วนที่เป็นสารอินทรีย์ในขยะเทศบาล Organic Matter in Municipal Waste รวมถึงน้ำเสีย และกากของเสียจากอุตสาหกรรม Wastewater & Industrial Waste Residues เช่น น้ำเสียจากโรงงานแป้งมันสำปะหลัง Wastewater from Cassava Starch Factories, โรงงานน้ำตาล Sugar Factories และโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม Palm Oil Extraction Plants ซึ่งนำมาผ่านกระบวนการหมักเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพ Biogas ..
– สาหร่าย Algae ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการวิจัย เพื่อการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพขั้นสูง Advanced Biofuel Production ..
อย่างไรก็ตาม จนถึงวันนี้ “เทคโนโลยี และการประยุกต์ใช้พลังงานชีวภาพล่าสุด Recent Technologies & Applications of Bioenergy” มีจุดมุ่งหมายเพื่อเน้นย้ำความก้าวหน้าล่าสุดในการวิจัย และพัฒนาพลังงานชีวภาพ และนำเสนอชุดงานวิจัยที่ล้ำสมัย Advancements in Bioenergy Research & Development, เทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรม Innovative Technologies และการประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของพลังงานชีวภาพ Growing Role of Bioenergy ในภาคส่วนต่าง ๆ ของภูมิทัศน์พลังงานโลก Global Energy Landscape ..
ความก้าวหน้าล่าสุดในเทคโนโลยีการแปลงพลังงานชีวภาพ Recent Progress in Bioenergy Conversion Technologies นั้น ครอบคลุมวิธีการทางชีวเคมี Biochemical, เทอร์โมเคมี Thermochemical และเคมีฟิสิกส์ Physicochemical ได้เพิ่มประสิทธิภาพ และความเป็นไปได้ของระบบพลังงานชีวภาพ Bioenergy Systems อย่างมีนัยสำคัญ .. การพัฒนาในกระบวนการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน Developments in Anaerobic Digestion, การหมัก Fermentation, การไพโรไลซิส Pyrolysis, การทำให้เป็นแก๊ส Gasification, การเผาไหม้แบบไม่สมบูรณ์ Torrefaction และกระบวนการไฮโดรเทอร์มอล Hydrothermal Processes ทำให้สามารถผลิตพลังงานได้หลากหลายชนิด เช่น ก๊าซชีวภาพ Biogas, น้ำมันชีวภาพ Bio-Oil, ก๊าซสังเคราะห์ Syngas และเชื้อเพลิงชีวภาพแข็ง Solid Biofuels โดยให้ผลผลิตพลังงานที่ดีขึ้น และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง ..
ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืน Transition to Sustainable Energy Systems คือ สิ่งจำเป็นระดับโลก เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่เร่งด่วน Responding to Urgent Environmental Challenges และความจำเป็นอย่างยิ่งในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล Reduce Dependence on Fossil Fuels .. ในบริบทนี้ พลังงานชีวภาพ Bioenergy ได้กลายเป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญ Key Renewable Energy Source โดยนำเสนอโซลูชันข้อไขที่หลากหลาย และปรับขนาดได้สำหรับการผลิตพลังงานคาร์บอนต่ำ Low-Carbon Energy Production เพื่อเข้ามาแทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิล Replacing Fossil Fuels นั่นเอง ..
ในภาพรวมนั้น พลังงานชีวภาพ Bioenergy คือ หนึ่งในแหล่งพลังงานสำคัญที่ได้มาจากวัสดุชีวภาพหลากหลายชนิด Biological Materials รวมถึงเศษของเหลือทิ้งทางการเกษตร Agricultural Residues, ผลพลอยได้จากป่าไม้ Forestry By-Products, ขยะอินทรีย์ Organic Waste และพืชพลังงานโดยเฉพาะ Dedicated Energy Crops ซึ่งสนับสนุนให้การบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change Mitigation, ความมั่นคงทางพลังงาน Energy Security และการพัฒนาอย่างยั่งยืน Sustainable Development บรรลุความสำเร็จตามเป้าหมายได้ในที่สุดจากนี้ไป ..
พลังงานชีวภาพในประเทศไทย Bioenergy in Thailand ..
ณ ช่วงปี 2568-2569 กำลังการผลิตไบโอดีเซล Biodiesel: B 100 รวมสูงสุดในประเทศไทย อยู่ระหว่าง 11.2-11.9 ล้านลิตรต่อวัน จากโรงงานผลิตขนาดใหญ่ประมาณ 11-15 แห่ง แต่การผลิตจริงต่ำกว่านั้นมาก เนื่องจากประเด็นเรื่องของราคา และข้อจำกัดด้านนโยบายการผสมก่อนหน้านี้ .. ขณะที่ กำลังการผลิตไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH หรือ E 100 อยู่ที่ประมาณ 7.0-7.2 ล้านลิตรต่อวัน โดยมีความต้องการใช้จริงเพียงครึ่งหนึ่ง คือประมาณ 3.5 ล้านลิตรต่อวัน เท่านั้น .. ทั้งนี้ กำลังการผลิตส่วนเกิน Excess Production Capacity ของไบโอดีเซล Biodiesel และไบโอเอทานอล Bioethanol : C2H5OH ในประเทศไทย กำลังถูกผลักดันให้ไปใช้ในการยกระดับสัดส่วนการผสมในน้ำมันเชื้อเพลิง Blending Mandate และการขยายตลาดไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ รวมไปถึงการส่งออกในอนาคต Future Exports เพื่อดูดซับผลผลิตพืชเกษตร เช่น ปาล์มน้ำมัน Palm Oil และมันสำปะหลัง Cassava ที่ล้นตลาดอยู่ รวมทั้งคาดหวังว่า พวกมัน คือ แหล่งพลังงานทางลือกใหม่ New Alternative Energy Sources ที่สามารถทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลที่นำเข้า Replace Imported Fossil Fuels ได้เป็นอย่างดี เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน Contributing to Energy Security และลดมลพิษ Reducing Pollution จากนี้ไป ..

ปัจจุบัน ประเทศไทย Thailand ได้วางตำแหน่งตัวเองให้เป็น “ศูนย์กลางพลังงานชีวภาพของอาเซียนBio-Hub of ASEAN” โดยใช้ประโยชน์จากภาคเกษตรกรรมขนาดใหญ่ในการเปลี่ยนขยะอินทรีย์ให้เป็นแหล่งพลังงานสำรองเชิงกลยุทธ์ Turn Organic Waste into a Strategic Energy Buffer .. นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นมา พลังงานชีวภาพ Bioenergy มิได้เป็นเพียงเครื่องมือในการพัฒนาชนบท Rural Development Tool อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการรับมือวิกฤติพลังงานในตะวันออกกลาง และ “การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซHormuz Blockade” ในปัจจุบันของไทย สรุปเป็น 6 ประเด็นสำคัญได้ดังนี้ :-
1. เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ระดับชาติ National Strategic Targets สถานะในปี 2569 : ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ Power Development Plan : PDP ปี 2567-2580 นั้น ประเทศไทย ได้เร่งเป้าหมายสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้ได้ถึง 51% ภายในปี 2580 ได้แก่ :-
– การบริโภคในปัจจุบันCurrent Consumption : คาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะบริโภคพลังงานชีวภาพ Bioenergy Consumption อยู่ที่ 475 ล้านตัน ในปี 2569 ทำให้ไทย กลายเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดอันดับ 9 ของโลก ..
– “กลยุทธ์พืชผลหลักสี่ชนิด The Big 4 Strategy” : รัฐบาลไทย Thai Government กำลังเปลี่ยนออกไปจากการ “เผาขยะBurning Waste” ไปสู่การสกัดพลังงานที่มีมูลค่าสูง High-Value Extraction จากพืชผลหลักของประเทศ Nation’s Primary Crops ได้แก่ อ้อย Sugarcane, มันสำปะหลัง Cassava, ปาล์มน้ำมัน Oil Palm และข้าว Rice ..
– ความน่าเชื่อถือของกำลังการผลิตพื้นฐานBaseload Reliability : เนื่องจากสถานการณ์การนำเข้าก๊าซธรรมชาติไม่แน่นอน กระทรวงพลังงาน Ministry of Energy จึงให้ความสำคัญกับโรงไฟฟ้าชีวมวล และก๊าซชีวภาพเป็นอันดับแรก Prioritizing Biomass & Biogas Plants เพราะโรงไฟฟ้าเหล่านี้ มีอัตราส่วนกำลังการผลิต 70-85% ซึ่งจำเป็นต่อการรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายระบบสายส่งกำลังไฟฟ้า Stabilize the Power Grids ..
2. พรมแดนแห่งไบโอไฮโดรเจนThe Bio – Hydrogen : H2 Frontier : โครงการซีพี และโตโยต้า CP & Toyota Project คือ ก้าวสำคัญในด้านพลังงานชีวภาพของประเทศไทย Major Milestone in Thailand’s Bioenergy Landscape .. ทั้งนี้ โครงการสำคัญนี้ เป็นโครงการร่วมทุน Joint Venture ระหว่างกลุ่มซีพี CP Group และโตโยต้า Toyota สำหรับการผลิตไบโอไฮโดรเจน The Bio-Hydrogen : H2 ซึ่งได้เริ่มดำเนินการทดลองดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ด้วยเป้าหมายกำลังผลิตสูงถึง 1,200 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ภายในปี 2573 สรุปได้ดังนี้ :-
– จากสัตว์ปีกสู่พลังงานPoultry to Power : โครงการนี้ ใช้ก๊าซชีวภาพจากมูลไก่ Utilizes Biogas from Chicken Manure ในฟาร์มของซีพี CP Farms เพื่อผลิตไฮโดรเจนสีเขียว Green Hydrogen : H2 Production ..
– การบูรณาการด้านโลจิสติกส์Logistics Integration : ในปี 2569 ไบโอไฮโดรเจน Biohydrogen : H2 นี้ จะใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง Fuel Cell Electric Vehicles : FCEVs และรถบรรทุกขนาดใหญ่สำหรับงานหนัก Heavy-Duty Trucks สำหรับการส่งกำลังโลจิสติกส์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ Charoen Pokphand : CP Group และบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) Siam Cement Group : SCG ..
– ผลกระทบ Impact : โมเดลรูปแบบ “พลังงานท้องถิ่นเพื่อการคมนาคมในท้องถิ่นLocal Energy for Local Mobility” นี้ ถูกนำไปใช้เป็นต้นแบบสำหรับประเทศในซีกโลกใต้ Blueprint for the Global Southern Hemisphere เพื่อลดการพึ่งพาปิโตรเลียมที่นำเข้า Reduce Dependence on Imported Petroleum ไปพร้อมอีกด้วย ..

3. โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน Bio-Circular-Green : BCGEconomy Model และ “การทำเหมืองในเมือง Urban Mining” : เศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว Bio-Circular-Green : BCG คือ ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของประเทศไทยในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น :-
– การพึ่งพาอาศัยกันทางอุตสาหกรรม Industrial Symbiosis : นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor : EEC กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมที่จำเป็นในวงจร “การเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานWaste-to-Energy” แล้ว ด้วยการใช้แนวทางการจัดการขยะ Waste Management โดยการแปรรูปขยะมูลฝอยชุมชน Municipal Solid Waste, ขยะอุตสาหกรรม Industrial Waste หรือขยะอินทรีย์ Organic Waste ให้กลายเป็นพลังงานรูปแบบต่าง ๆ เช่น พลังงานไฟฟ้า Electricity, ความร้อน Heat หรือเชื้อเพลิง Fuels เพื่อลดการฝังกลบ Reduce Landfilling และเปลี่ยนขยะให้เป็นขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจ Turn Waste into an Economic Resource or Waste to Wealth ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ..
– ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และพลังงาน e-Waste & Energy : นอกเหนือจากชีวมวลแบบดั้งเดิม Traditional Biomass แล้ว ประเทศไทย Thailand กำลังขยาย “การทำเหมืองในเมืองUrban Mining” เพื่อกู้คืนแร่ธาตุสำคัญจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ Recover Critical Minerals from e-Waste โดยใช้กระบวนการทางเคมีชีวภาพ Bio-Based Chemical Processes ซึ่งใช้พลังงานน้อยกว่าการถลุงแร่แบบดั้งเดิม เป็นต้น ..
4. ภาคส่วนพลังงานชีวภาพที่สำคัญ Key Bioenergy Sectors ในประเทศไทย ปี 2569 : ภาคส่วนพลังงานชีวภาพที่สำคัญในประเทศไทยที่มีแนวโน้มเติบโต และมีความสำคัญอย่างมาก ในปี 2569 นี้ ประกอบไปด้วย :-
– ไฟฟ้าพลังงานชีวมวล Biomass Power : ภาคส่วนชีวมวล Biomass Sector คือ หนึ่งในแหล่งพลังงานหมุนเวียนหลัก One of the Main Renewable Energy Sources ที่จะมีการจำหน่ายให้ภาครัฐมากที่สุด ในปี 2569 โดยใช้เชื้อเพลิงจากเศษวัสดุทางการเกษตร Agricultural Waste เช่น แกลบ Rice Husks, ชานอ้อย Sugarcane Bagasse, กากปาล์ม Palm Kernel Cake และเศษไม้ Wood Chips .. ปัจจุบัน กำลังมีการปรับเปลี่ยนไปสู่การผลิตเม็ดเชื้อเพลิงประสิทธิภาพสูง Shifting toward High – Efficiency Palletization เพื่อส่งออกไปยังเอเชียตะวันออก East Asia เช่น ญี่ปุ่น Japan และเกาหลีใต้ South Korea เป็นต้น ..
– ก๊าซชีวภาพจากน้ำเสีย และมูลสัตว์ Biogas from Wastewater & Animal Waste : รัฐบาลไทย Thai Government ส่งเสริมอย่างจริงจังในโครงการ “1 หมู่บ้าน Village 1 โรงก๊าซชีวภาพ Biogas Plant 1 โรงปุ๋ยชุมชน Community Fertilizer Plant” เพื่อลดต้นทุนพลังงาน Reduce Energy Costs และจัดการของเสียในระดับท้องถิ่น Manage Waste at the Local Level ไปพร้อมด้วย ..
– เชื้อเพลิงชีวภาพขั้นสูง และชีวเคมีภัณฑ์ Advanced Biofuels & Biochemicals : การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบทางการเกษตร เช่น การผลิตไบโอเอทานอล Bioethanol : C2H5OH, ไบโอดีเซล Biodiesel และเคมีภัณฑ์ชีวภาพ Biochemicals ..
– ไฮโดรเจน Hydrogen : H2และเทคโนโลยีดักจับ ใช้ประโยชน์ และจัดเก็บคาร์บอน & Carbon Capture, Utilization & Storage : CCUS Technology : เทคโนโลยีทั้ง 2 ตัวนี้ กำลังมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานคาร์บอนต่ำ Transition to Low-Carbon Energy ในประเทศไทย ซึ่งจะทำงานร่วมกับเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพ และพลังงานหมุนเวียน Biogas Production & Renewable Energy Technologies ..
5. “สามพลังสำคัญ Power Trio” หมายถึง เชื้อเพลิงชีวภาพ Biofuels, ก๊าซชีวภาพ Biogas และไฮโดรเจนชีวภาพ Biohydrogen : H2 : แม้ว่าเทคโนโลยีทั้ง 3 นี้ จะไม่สามารถทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลทุกอย่างได้ แต่ก็กำลังประสบความสำเร็จในภาคส่วนที่ “ยากต่อการลดมลพิษ Hard-to-Abate” โดยเฉพาะ ดังนี้ :-
– ก๊าซชีวภาพ และมีเทนชีวภาพ Biogas & Biomethane : CH4 : พวกมันคือ ตัวเปลี่ยนเกมก๊าซธรรมชาติ Natural Gas Disruptor ..
– บทบาท Role : ทดแทนก๊าซธรรมชาติเหลว Liquefied Natural Gas : LNG ในกระบวนการทำความร้อน และอุตสาหกรรม Heating & Industrial Processes ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ..
– สถานะ Status ปี 2569 : หลังจากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ มีการฉีดอัดมีเทนชีวภาพ CH4 เข้าสู่โครงข่ายระบบส่งก๊าซของชาติ National Gas Grids ของประเทศต่าง ๆ ในอัตราที่สูงเป็นประวัติการณ์ เป็นการทดแทนก๊าซเชื้อเพลิงฟอสซิล Replacement for Fossil Gas ที่ถือว่า “ใช้งานง่ายที่สุด Plug-and-Play” เพราะใช้เครือข่ายท่อส่งที่มีอยู่แล้ว Use of Existing Pipelines Network ..
– เชื้อเพลิงชีวภาพ Biofuels : พวกมันคือ สะพานเชื่อมการขนส่งขนาดใหญ่ The Heavy Transport Bridge ..
– บทบาท Role : เชื้อเพลิงชีวภาพ Biofuels สามารถใช้ขับเคลื่อนเรือ Ships, เครื่องบิน Planes และรถบรรทุกที่มีอยู่ Existing Trucking Fleets ได้เป็นอย่างดี ..
– สถานะ Status ปี 2569 : ประเทศต่าง ๆ ใช้ข้อกำหนดการผสมเชื้อเพลิงในอัตราส่วนสูง เช่น B 20 & B 50 เพื่อ “ยืด Stretch” ปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่มีจำกัดในช่วงวิกฤตปัจจุบัน ..
– ไบโอไฮโดรเจน Biohydrogen : H2 : พวกมัน คือ อนาคตของภาคอุตสาหกรรม The Industrial Sector Future ..
– บทบาท Role : ไบโอไฮโดรเจน Biohydrogen : H2 สามารถลดการปล่อยคาร์บอนในอุตสาหกรรมการผลิตเหล็กกล้า และซีเมนต์ Decarbonizing Steel & Cement Manufacturing ได้อย่างเฉียบขาด ..
– สถานะ Status ปี 2569 : โครงการต่าง ๆ เช่น โครงการริเริ่มร่วมระหว่างซีพี โตโยต้า CP-Toyota Initiative ในประเทศไทย แสดงให้เห็นว่า ไบโอไฮโดรเจน Biohydrogen : H2 มักมีราคาถูกกว่า และจัดเก็บได้ง่ายกว่า “ไฮโดรเจนสีเขียว Green Hydrogen : H2“ จากการแยกน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม เพราะใช้ประโยชน์จากของเสียที่มีอยู่แล้ว Utilizes Existing Waste Streams แทนที่จะต้องสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใหม่ขนาดใหญ่ ..
6. งานอีเวนต์ที่จะเกิดขึ้น Upcoming Event : งานมหกรรมเทคโนโลยี และนวัตกรรมพลังงานชีวมวลระดับนานาชาติ ASEAN Biomass Energy Expo : ABEE 2026 ที่กำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2569ที่ศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทค BITEC บางนา นั้น เน้นไปที่ :-
– การบูรณาการคาร์บอนเครดิต Carbon Credit Integration : หมายถึง การใช้มาตรฐานโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยสมัครใจของประเทศไทย Thailand Voluntary Emission Reduction : T-VER Standards เพื่อสร้างรายได้จากคาร์บอนในดิน ป่าไม้ และพลังงานชีวมวล Monetize Soil Carbon, Forests & Biomass Energy ..
– เทคโนโลยีผลิตพลังงานชีวภาพร่วมกับการดักจับ และกักเก็บคาร์บอน Bioenergy with Carbon Capture & Storage : BECCS Technology : คาดว่าจะมีการจัดแสดงสาธิตโครงการนำร่องแรกสำหรับพลังงานชีวภาพที่มีการดักจับ และกักเก็บคาร์บอนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ BECCS in Southeast Asia Showcase ในงานมหกรรมเทคโนโลยี และนวัตกรรมพลังงานชีวมวลระดับนานาชาติ ASEAN Biomass Energy Expo : ABEE 2026 ครั้งนี้มาพร้อมด้วย ..
ปัจจุบัน ประเทศไทย Thailand กำลังก้าวไปสู่ ”ประตูสู่ไบโอไฮโดรเจน และไบโอมีเทน Bio-Hydrogen : H2 & Biomethane : CH4 Gateway” และกำลังปฏิรูปกฎหมายการลงทุนผ่าน “กฎหมายรวบยอด Omnibus Law” ฉบับใหม่ ในปี 2569 นี้ เพื่อเร่งรัดโครงการพลังงานหมุนเวียน Fast-Track Renewable Projects ตัวอย่างเช่น :-
– ไบโอไฮโดรเจน Biohydrogen : H2 : หลังจากความสำเร็จของโครงการนำร่องการผลิตไฮโดรเจนจากมูลสัตว์ของซีพี โตโยต้า CP-Toyota Manure-to-Hydrogen : H2 Pilot Project ทำให้เกิดโอกาสมหาศาลสำหรับ “โครงสร้างพื้นฐานการผลิตไฮโดรเจนจากขยะ Waste-to-Hydrogen : H2 Infrastructure” ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor : EEC ..
– มาตรการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ BOI Incentives : คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน Board of Investment : BOI เสนอการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล Corporate Income Tax : CIT สูงสุด 8 ปี สำหรับโครงการผลิตใหม่ในด้านพลังงานชีวภาพ New Manufacturing Projects in Bioenergy พร้อมส่วนลดเพิ่มเติม 50% เป็นเวลา 5 ปี สำหรับโครงการที่ลงทุนอย่างน้อย 2 พันล้านบาท ก่อนสิ้นปี 2569 ..
– เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF : เงินทุนจำนวนมาก Significant Capital กำลังไหลเข้าสู่การปรับปรุงโรงกลั่นน้ำตาล และปาล์มที่มีอยู่ Retooling Existing Sugar & Palm Refineries ให้เป็นศูนย์กลางการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel : SAF เพื่อตอบสนองข้อกำหนดด้านการบินระดับโลก ในปี 2569 ..

อย่างไรก็ตาม ความท้าทาย และแนวโน้มในอนาคต Challenges & Future Outlook สำหรับการผลิต และการใช้งานพลังงานชีวภาพ Production & Use of Bioenergy ยังคงได้แก่ ต้นทุนห่วงโซ่อุปทาน Supply Chain Costs .. ต้นทุนสูง High costs ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บเกี่ยว Harvesting, การขนส่ง Transportation และการแปรรูปชีวมวลเบื้องต้น Preprocessing of Biomass ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการนำไปใช้ในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกล ..
การถกเถียงเรื่องอาหาร กับเชื้อเพลิง Food Vs Fuel Debate ในประเด็นความขัดแย้งการจัดสรรทรัพยากรที่ดิน Conflicts in Land Resource Allocation ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพืชเชื้อเพลิงชีวภาพ Biofuel Crops เช่น มันสำปะหลัง Cassava และอ้อย Sugarcane เป็นต้นนั้น ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหาร และทรัพยากรน้ำ Risks to Food Security & Water Resources จึงจำเป็นต้องมีการวางกรอบนโยบาย และแผนงานแบบบูรณาการอย่างรอบคอบ รวมทั้งการยกระดับเทคโนโลยี Technology Upgrading ซึ่งต้องมีการให้ความสำคัญมากขึ้นมาพร้อมด้วย .. การยกระดับการผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสีย และเศษเหลือทางการเกษตร Upgrading Biogas Production from Waste & Agricultural Residues และการวิจัยเทคโนโลยีที่สะอาดกว่า Researching Cleaner Technologies เพื่อปรับปรุงด้านสิ่งแวดล้อม และประสิทธิภาพพลังงาน Improve Environmental & Energy Efficiency ของไทยนั้น คือสิ่งจำเป็นสำคัญที่ขาดไม่ได้ ..
จนถึงวันนี้ ยุทธศาสตร์พลังงานชีวภาพของประเทศไทย Thailand’s Bioenergy Strategy มีความเชื่อมโยงอย่างมากกับเป้าหมาย “สังคมคาร์บอนต่ำ Low-Carbon Society” และการกระจายรายได้สู่ชุมชนเกษตรกรรม Income Distribution to Agricultural Communities ซึ่งรวมไปถึง “อิสรภาพทางพลังงาน Energy Independence” โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนออกไปจากการนำเข้าน้ำมันดิบเข้ามากลั่น และการใช้ชีวมวลแบบดั้งเดิมที่ไม่มีประสิทธิภาพ Shift Away from Importing Crude Oil for Distillation & Traditional, Inefficient Biomass Use ไปสู่การผลิตพลังงานชีวภาพในประเทศระดับอุตสาหกรรมที่ทันสมัย และการส่งออก Modern, Industrial-Scale Bioenergy Production & Exports ทั้งนี้ เพื่อให้การวางตำแหน่งตัวเองเป็น “ศูนย์กลางพลังงานชีวภาพของอาเซียน Bio-Hub of ASEAN” ของไทยนั้น บรรลุความสำเร็จได้ในที่สุดจากนี้ไป ..
คาดการณ์ตลาดพลังงานชีวภาพทั่วโลก Global Bioenergy Market ..
ณ ปลายเดือนเมษายน 2569 ตลาดพลังงานชีวภาพทั่วโลก Global Bioenergy Market กำลังอยู่ในช่วงการขยายตัวอย่างรวดเร็วซึ่งได้รับแรงหนุนจากวิกฤติการณ์ ในขณะที่เป้าหมายด้านความยั่งยืน คือ แรงขับเคลื่อนหลักในอดีต .. ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง Middle East conflict ในปี 2569 และการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน และก๊าซทั่วโลก Subsequent Disruption of Global Oil & Gas Supplies ประมาณ 20% ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้เปลี่ยนพลังงานชีวภาพ Bioenergy ให้กลายเป็นสินทรัพย์ด้านความมั่นคงแห่งชาติที่สำคัญ Critical National Security Asset ..
กำลังการผลิตพลังงานชีวภาพรวมทั่วโลก Global Total Bioenergy Production Capacity มีกำลังการผลิตติดตั้งแล้ว อยู่ที่ 164.78 กิกะวัตต์ GW ในกลางปี 2569 เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 157.5 กิกะวัตต์ GW ในปี 2568 โดยชีวมวลแข็ง Solid Biomass เช่น เม็ดไม้ Wood Pellets และเศษของเหลือทิ้งทางการเกษตร Agricultural Residues ยังคงเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในแง่ปริมาณ Largest Segment by Volume แต่ขณะที่เชื้อเพลิงชีวภาพเหลว Liquid Biofuels เช่น เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel : SAF และไบโอดีเซลหมุนเวียน Renewable Biodiesel กำลังได้รับการลงทุนอย่างรวดเร็วที่สุด Fastest Infusion of Capital ..
อ้างถึงข้อมูลการสำรวจตลาดของ Precedence Research พบว่า ขนาดธุรกิจในตลาดพลังงานชีวภาพทั่วโลก Global Bioenergy Market มีมูลค่า 156.16 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 168.18 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2569 เป็นประมาณ 318.50 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2578 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี Compound Annual Growth Rate : CAGR หมายถึง อัตราผลตอบแทนสำหรับตลาดพลังงานชีวภาพทั่วโลก Global Bioenergy Market ที่เติบโตจากยอดดุลเริ่มต้นไปถึงยังยอดดุลสิ้นสุด รวมสมมติฐานว่ากำไรจะถูกนำกลับมาลงทุนหมุนเวียนใหม่ทุกสิ้นปีของช่วงอายุการลงทุน อยู่ที่ค่า CAGR 7.39% ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ปี 2569-2578 ..

ปัจจุบัน พลังงานชีวภาพ Bioenergy กำลังกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมแทนแหล่งพลังงานแบบดั้งเดิม Most Popular Alternatives to Traditional Energy Sources อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยกระจายแหล่งพลังงาน Diversify the Fuel & Energy Mix และลดการพึ่งพาอุตสาหกรรม และภาคส่วนปิโตรเลียมทั่วโลก Reduce Reliance on Global Petroleum Industries & Sectors .. เชื้อเพลิงประเภทนี้ มีราคาแพงมากเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงชีวภาพ Biofuels หรือพลังงานชีวภาพ Bioenergy นั่นเป็นเหตุผลที่รัฐบาล และองค์กรเอกชน เริ่มใช้พลังงานชีวภาพในวงกว้างมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ..
ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง Middle East Conflict คือ โอกาส และแรงผลักดันการเติบโตของตลาดพลังงานชีวภาพ Drives Bioenergy Market Growth สถานการณ์วิกฤตินี้ ได้สร้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานอย่างเร่งด่วน Urgent Energy Security Risks ทำให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมัน Oil Price Shocks และนำไปสู่การเร่งรัดการเปลี่ยนไปใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียน Accelerating the Shift toward Renewable Energy Sources .. ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น Escalating Conflicts ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน Disrupt Supply Chains ทำให้หลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชีย Asia เพิ่มข้อกำหนดการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพ Increase Biofuel Blending Mandates และให้ความสำคัญกับทางเลือกที่ผลิตในท้องถิ่น Prioritize Locally Sourced Alternatives เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่นำเข้า Reduce Dependency on Imported Fossil Fuels ..
ทั้งนี้ ชัดเจนว่า ความผันผวนนี้ ได้กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนไปเน้นการผลิตวัตถุดิบในประเทศ Induces a Shift in Focus to Local Feedstock Production และลดการพึ่งพาตลาดนำเข้าที่ผันผวน Reducing Reliance on the Fluctuating Import Market ในหลายประเทศทั่วโลก .. วิกฤติการณ์นี้ ถือเป็น “จุดเปลี่ยน Turning Point” ที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่พลังงานที่ยั่งยืน และการผลิตในประเทศ Shift Towards Sustainable, Domestically Produced Energy ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ..
สรุปส่งท้าย ..
คาดหมายได้ว่า โลกจะได้เห็นการขยายตัวในขนาดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานชีวภาพ Expansion in the Scale of Bioenergy-Related Businesses ด้วยความเร่งที่น่าตื่นเต้นอย่างมีนัยสำคัญจากนี้ไปโดยไม่มีข้อสงสัย .. ดูเหมือนว่า เทคโนโลยีชีวภาพ Biotechnology มีส่วนช่วยอย่างสำคัญที่จะทำให้อุตสาหกรรมพลังงาน Energy Industry และเกษตรกรรมยั่งยืน Sustainable Agriculture ให้เติบโตขึ้นได้อีกมากในอนาคต โดยแม้จะมีนักวิเคราะห์บางคน สรุปไว้ก่อนหน้านี้ว่า พลังงานโลกทั้งหมด สามารถจัดหาในอนาคตได้ด้วยเพียงแหล่งพลังงานลม พลังน้ำ และพลังงานแสงอาทิตย์ Wind, Hydropower & Solar Power Sources โดยไม่ใช้พลังงานชีวภาพ Bioenergy จากเทคโนโลยีชีวภาพ Biotechnology ด้วยซ้ำไป ซึ่งอาจไม่เป็นความจริง .. ดังนั้น ความท้าทายของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ Biotechnology Industry คือ การแสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องต่อเนื่องที่สำคัญของเทคโนโลยีชีวภาพในอุตสาหกรรมพลังงาน Energy Industry และแหล่งพลังงานที่ยั่งยืน สะอาดสีเขียว Green & Sustainable Energy Sources ซึ่งรวมไปถึงการเกษตรแม่นยำ Precision Agriculture สำหรับอนาคตระบบเศรษฐกิจ และสังคมของมนุษยชาติได้อย่างยอดเยี่ยมไปพร้อมด้วยต่อไป ..
การมีส่วนร่วมของเทคโนโลยีชีวภาพ Biotechnology ในอุตสาหกรรมพลังงาน Energy Industry ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตเชื้อเพลิงพลังงานชีวภาพ Production of Bioenergy Fuels เท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับการนำมาประยุกต์ใช้ในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทานพลังงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม .. ปัจจุบัน การผลิตก๊าซมีเทนจากจุลินทรีย์ Microbial Production of Methane : CH4 อาจเป็นส่วนสนับสนุนที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต จาก 60-80% ของน้ำมันในแหล่งทางธรณีวิทยาที่ถูกทิ้งร้างไว้โดยอุตสาหกรรมน้ำมัน เนื่องจากถือว่าไม่สามารถกู้คืนได้ในทางเทคนิค และ/หรือ ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจแล้ว เป็นต้น ..

การใช้พลังงานชีวภาพทั่วโลก Total Global Bioenergy Use ในปี 2573 ภายใต้สถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ Net Zero Scenario นั้น สูงกว่าปี 2566 เพียงประมาณ 17% เท่านั้น แต่ตัวเลขนี้ ยังไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด เนื่องจาก เกือบ 32% ของพลังงานชีวภาพที่ใช้ ในปี 2566 มาจากชีวมวลที่ใช้ในการปรุงอาหารแบบดั้งเดิม Traditional Cooking เช่น การปรุงอาหารด้วยเตาไฟแบบเปิด Methods Such As Over Open Fires or Open Flame Stove ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ยั่งยืน ไม่มีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดมลพิษ และเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเกือบ 3 ล้านคนจากมลพิษทางอากาศภายในอาคาร ในปี 2566 เพียงปีเดียว ..
การใช้ชีวมวลแบบดั้งเดิม Use of Traditional Biomass ได้รับการคาดหมายว่าจะลดลงเหลือศูนย์ ภายในปี 2573 ภายใต้สถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ Net Zero Scenario ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ United Nations Sustainable Development Goal ข้อที่ 7 ว่าด้วย พลังงานราคาประหยัดเข้าถึงได้ และสะอาด Affordable & Clean Energy .. การใช้พลังงานชีวภาพสมัยใหม่ Modern Bioenergy Usage ซึ่งไม่รวมการใช้ชีวมวลแบบดั้งเดิม จะเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจากประมาณ 21 EJ ในปี 2023 หรือ 4.5% ของการบริโภคขั้นสุดท้ายทั้งหมด เป็น 39 EJ หรือ 9.5% ของการบริโภคขั้นสุดท้ายทั้งหมด ในปี 2573 .. สิ่งนี้ ต้องการอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่เพิ่มขึ้นจาก 2.5% ในช่วงปี 2553-2566 เป็น 9.3% ในช่วงปี 2567-2573 ..
สถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ Net Zero Scenario มองว่า การใช้ชีวมวลแบบดั้งเดิมในพื้นที่ชนบท Traditional Use of Biomass in Rural Areas จะถูกแทนที่บางส่วนด้วยเครื่องย่อยก๊าซชีวภาพ Biogas Digesters, เอทานอลชีวภาพ Bioethanol : C2H5OH, ไบโอดีเซล Biodiesel และชีวมวลแข็งที่ใช้ในเตาหุงต้มสมัยใหม่ Solid Biomass Used in Modern Cookstoves ซึ่งจะให้แหล่งพลังงานสะอาดสำหรับภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และการขนส่ง Agricultural, Industrial & Transportation Sectors รวมทั้งการปรุงอาหารแก่ประชากร Cooking Food for the Population มากกว่า 700 ล้านคน ภายในปี 2573 ..
พลังงานชีวภาพที่ยั่งยืน Sustainable Bioenergy ยังเป็นแหล่งจ้างงาน Source of Employment และแหล่งรายได้ที่มีคุณค่า Source of Valuable Income สำหรับชุมชนชนบท Rural Communities อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อสุขภาพจากการลดมลพิษทางอากาศ Health Benefits from Reducing Air Pollution และการจัดการขยะที่เหมาะสม Proper Waste Management ตลอดจนลดการปล่อยก๊าซมีเทน Reduces Methane : CH4 Emissions จากการย่อยสลายของขยะ ซึ่งจำเป็นต้องมีการดำเนินการเพิ่มเติมมากขึ้นอีก เพื่อค่อย ๆ ลดการใช้ชีวมวลแบบดั้งเดิม Phase Out the Traditional Use of Biomass เนื่องจากปริมาณการใช้ในเชิงสัมบูรณ์ Absolute Consumption Figures ปัจจุบัน ยังคงค่อนข้างคงที่มาตั้งแต่ปี 2559 ..
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมจนถึงปัจจุบัน โลกพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลมากเกินไป The World is Overly Reliant on Fossil Fuels เพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงาน Energy Demand ตัวอย่างเช่น ในสหรัฐฯ เชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuels คิดเป็น 81.5% ของการใช้พลังงานทั้งหมด .. การพึ่งพาแหล่งพลังงานที่ใช้แล้วหมดไปมากเกินไป ทำให้อัตราการหมดสิ้นไปแซงหน้าอัตราการเติมเต็ม .. สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ The US Energy Information Administration : EIA ประมาณการว่า สต็อกน้ำมันดิบทั่วโลกในปัจจุบันจะเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมันของโลกจนถึงปี 2593 .. รายงานที่เผยแพร่โดย Millennium Alliance for Humanity & the Biosphere : MAHB ระบุว่า ถ่านหิน Coal จะหมดลงในอีก 70 ปี ก๊าซธรรมชาติ Natural Gas จะหมดใน 40 ปี และน้ำมัน Oil จะหมดในอีก 30 ปีข้างหน้า ..
การคาดการณ์ที่ชัดเจนเหล่านี้ รวมไปถึงสถานการณ์วิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง Middle East Conflict ล่าสุด ได้ตอกย้ำถึงความจำเป็นของระบบเศรษฐกิจ และสังคมโลกในการพัฒนาและยอมรับแหล่งพลังงานชีวภาพ Develop & Embrace Bioenergy Sources อย่างแข็งขัน และลดเลิกการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลรูปแบบดั้งเดิม Reduce & Eliminate Reliance on Traditional Fossil Energy Forms โดยเร็ว รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide : CO2 ด้วยเทคโนโลยีพลังงานชีวภาพพร้อมระบบดักจับ และจัดเก็บคาร์บอน Bioenergy with Carbon Capture & Storage : BECCS Technology ไปพร้อมด้วย ทั้งนี้ เพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งมั่นจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไว้ที่จุดเล็ง 1.5oC ให้สำเร็จได้ในที่สุดจากนี้ไป ..
…………………………………………
คอลัมน์ : Energy Key
By โลกสีฟ้า ..
สนับสนุนโดย…..บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

ขอบคุณเอกสารอ้างอิง :-
Bioenergy | IEA :-
https://www.iea.org/energy-system/renewables/bioenergy
Recent Technologies & Applications of Bioenergy | MDPI :-
https://www.mdpi.com/journal/applsci/special_issues/167NM38T6I
Technologies for Flexible Bioenergy | IEA :-
Biomass Supply Chains Key to Develop Bioenergy | Encyclopédie de l’énergie :-
Global Bioenergy Market | Precedence Research :-
https://www.precedenceresearch.com/bioenergy-market
Biofuel : Any Fuel that is Derived from Biomass :-
https://photos.app.goo.gl/onJDCjpGxgbpcVGb6
Biomass Energy :-
https://photos.app.goo.gl/nbevEx1cE59Jzf2X8
Bioeconomy : The Challenges of a Key Model for Sustainable Development :-



















