ผู้นำรัฐบาลชี้ปัญหา “แพะรับบาป” เป็นวิกฤติใหญ่ สั่งทุกจังหวัดยึดหลักนิติธรรม เดินหน้ายกระดับช่วยเหลือเหยื่อให้รวดเร็ว เป็นธรรม สอดคล้องมาตรฐานสากล
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 พ.ค. ที่ อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม ภายใน ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานระดับชาติ “24 ปี กับการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็ว…ทั่วถึง…และเป็นธรรม… เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า : คือความไม่ยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)” โดยมี รุทธพล เนาวรัตน์ เข้าร่วม
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผู้บริสุทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา ไม่ว่าจะในฐานะผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือจำเลย มักเผชิญผลกระทบรุนแรง ทั้งการละเมิดสิทธิ บาดเจ็บ เสื่อมเสียชื่อเสียง สูญเสียอิสรภาพ หรือแม้แต่ชีวิต ซึ่งถือเป็นวิกฤติของบุคคลที่รัฐไม่อาจมองข้ามได้ รัฐบาลจึงต้องมีบทบาทในการคุ้มครองสิทธิ พร้อมกำหนดมาตรการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงอุดช่องว่างในกระบวนการยุติธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณี “แพะรับบาป”

ทั้งนี้ ตั้งแต่มี พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 รัฐบาลได้ช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ในกระบวนการยุติธรรมแล้วกว่า 145,000 ราย คิดเป็นเงินกว่า 8,000 ล้านบาท และยังช่วยเหลือชาวต่างชาติอีกกว่า 1,000 ราย เป็นเงินกว่า 47 ล้านบาท โดยนายกฯ ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข
นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำถึงหลัก “Justice for all” หรือความยุติธรรมสำหรับทุกคน ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารประเทศ โดยทุกคนต้องได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะยืนเคียงข้างประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทั้งในด้านการคุ้มครอง ช่วยเหลือ เยียวยา และยกระดับมาตรฐานกระบวนการยุติธรรมให้เข้มแข็ง

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรม เพื่ออำนวยความเป็นธรรมแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง พร้อมเน้นบทบาทผู้ว่าฯ ในฐานะ “ผู้นำพื้นที่” ให้ดูแลทุกข์สุขประชาชนอย่างใกล้ชิด
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงศักยภาพในการคุ้มครองสิทธิและสร้างความยุติธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการเข้าร่วมองค์กรระหว่างประเทศ เช่น องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา

“รัฐบาลจะมุ่งพัฒนาระบบช่วยเหลือเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสายตานานาชาติ และขับเคลื่อนประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายกรัฐมนตรีกล่าว.



















