ท้าชน 86 ส.ว.! เทพไท ชี้เป้าความจริงระบอบสีน้ำเงินมีอยู่จริงในไทย เผยกลไกสุดล้ำฮั้วโหวตส.ว. 150 คนเข้าสภา สถาปนาอำนาจเหนือระบอบทักษิณ คุมทั้งรัฐบาล องค์กรอิสระ ยันรัฐธรรมนูญใหม่ คลิกอ่านเลย… การเมืองไทยจะไปทางไหนต่อ?
เมื่อวันที่ 27 พ.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมืองและอดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความถึงกรณี ระบอบสีน้ำเงิน กินรวบการเมืองไทยจริง โดยมีเนื้อหาว่า
ช่วงนี้มีประเด็นทางการเมือง ที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ หรือเกิดวิวาทะกัน ระหว่างสมาชิกวุฒิสภาหรือส.ว.กลุ่มหนึ่ง กับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยวาทกรรม“ระบอบสีน้ำเงิน” เป็นการสถาปนาการเมือง สืบเนื่องมาจากระบอบคสช.มาสู่ระบอบสีน้ำเงิน กินรวบประเทศไทย และมีการพาดพิงถึงส.ว.กลุ่มหนึ่งที่เรียกกันว่า ส.ว.สีน้ำเงิน จนทำให้ส.ว.จำนวน 86 คนได้ออกมาแถลงข่าว เรียกร้องให้นายณัฐพงษ์ออกมาขอโทษ
ซึ่งคำว่า ระบอบสีน้ำเงินหรือส.ว.สีน้ำเงิน มีการพูดมานานพอสมควร ตั้งแต่การเลือกตั้งส.ว.จากกลุ่มสาขาอาชีพ 20 กลุ่มๆละ 10 คน จนได้ส.ว.จำนวน 200 คน ตามรัฐธรรมนูญกำหนด และเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า ส.ว.กลุ่มนี้ได้มาโดยการบล็อกโหวต หรือฮั้วส.ว.กัน เพราะมีการตรวจสอบข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า คดีนี้มีมูล จนมีการขยายผลทางการเมืองว่า ระบอบสีน้ำเงินกำลังกินรวบประเทศไทย หรือกินรวบการเมืองไทย ถึงขั้นกลุ่มการเมืองต่างๆ หรือพรรคการเมืองต่างๆ นักวิชาการ ก็พูดถึงการมีการเมืองระบอบสีน้ำเงิน มาแทนระบอบทักษิณ และบางคนบอกว่าระบอบสีน้ำเงินร้ายยิ่งกว่าระบอบทักษิณเสียอีก สามารถครอบงำการเมืองไทยได้อย่างเบ็ดเสร็จมากกว่าระบบทักษิณ
แม้ว่ามีส.ว.กลุ่มหนึ่งที่ถูกสังคมตราหน้าว่า เป็นส.ว.สีน้ำเงิน จะออกมาแสดงท่าที จะดำเนินคดีกับผู้ที่กล่าวหา ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกว่า ทำไมส.ว.กลุ่มนี้จึงร้อนตัว ทั้งๆที่การพูดถึงส.ว.สีน้ำเงิน เป็นการพูดภาพรวม ไม่ได้เฉพาะเจาะจงถึงส.ว.คนใดคนหนึ่ง ซึ่งเป็นความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยว่า ส.ว.สีน้ำเงินดำรงอยู่จริงในวุฒิสภาชุดนี้ สืบเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ร่างขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจทางการเมืองให้กับคสช. โดยออกแบบให้ส.ว.จำนวน 250 คน มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ และโหวตเลือกคณะกรรมการองค์กรอิสระ และเคยใช้เงื่อนไขส.ว. 250 คนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งปี 2562 ได้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ในการเลือกตั้งปี 2566 ฝ่ายอนุรักษ์นิยมพ่ายแพ้ยับเยิน ฝ่ายเสรีนิยมได้เสียงข้างมาก ทำให้ส.ว. 250 คนไม่สามารถโหวตสนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกสมัยหนึ่ง
จึงเห็นภาพการกระโดดข้ามขั้วของพรรคเพื่อไทยมาจับกับพรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยมเป็นรัฐบาล และเมื่อส.ว.ชุดที่แต่งตั้งโดยคสช.หมดวาระไป ผู้นำจิตวิญญาณทางการเมืองของฝ่ายสีน้ำเงิน ได้คิดการใหญ่เข้ามาสวมรอยแทนคสช.โดยยึดส.ว. 200 คนเป็นฐานอำนาจทางการเมือง จึงเกิดการบล็อคโหวต ฮั้วส.ว. จึงได้ส.ว.สีน้ำเงินประมาณ 150 คน และส.ว.สีน้ำเงินก็สามารถขับเคลื่อนการเมืองไทย โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการองค์กรอิสระ จึงทำให้ภาพการเมืองในตอนนี้ที่เกิดขึ้น คือมีส.ว.สีน้ำเงินเป็นสภาบน ส่วนสภาล่างก็มีส.ส.สีน้ำเงินเป็นเสียงข้างมาก การจัดตั้งรัฐบาลก็เป็นรัฐบาลสีน้ำเงิน องค์กรอิสระที่เลือกโดยส.ว.สีน้ำเงิน ก็ค่อยๆทยอยเปลี่ยนเป็นองค์กรอิสระสีน้ำเงินทั้งหมด รวมไปถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามผลการลงประชามติ 21.6 ล้านเสียง ก็จะเป็นรัฐธรรมนูญสีน้ำเงิน ตามร่างของพรรคภูมิใจไทยด้วย
เพราะฉะนั้นการพูดถึงการเมืองระบอบสีน้ำเงิน กำลังกินรวบประเทศไทย กำลังกินรวบการเมืองไทย เป็นคำพูดที่ถูกต้อง และเป็นคำพูดที่ไม่ได้เกินความเป็นจริงเลย



















