ไทยร่วมประชุมเปิดคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่นิวยอร์ก ย้ำบทบาท UN ในฐานะเสาหลักระเบียบโลก พร้อมเสนอ 3 แนวทางเสริมความเข้มแข็งพหุภาคี ปฏิรูปคณะมนตรีความมั่นคง และหนุนภูมิภาคนิยมอย่างอาเซียน
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการอภิปรายแบบเปิดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ในหัวข้อ “การธำรงรักษาวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ และการส่งเสริมระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นแกนกลาง ภายใต้ระเบียบวาระเรื่องการรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ” ตามคำเชิญของนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ในฐานะประธานการประชุมประจำเดือนพฤษภาคม 2569
นายสีหศักดิ์กล่าวแสดงความยินดีกับจีนที่ทำหน้าที่ประธาน UNSC พร้อมชื่นชมความริเริ่มในการจัดเวทีอภิปรายครั้งนี้ โดยระบุว่า โลกในปัจจุบันเผชิญความท้าทายต่อระบบพหุภาคี ทั้งความขัดแย้ง ความไร้เสถียรภาพ และความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อกฎกติกาสากล ซึ่งกำลังสั่นคลอนระเบียบระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
พร้อมย้ำว่า หากแนวคิด “ผู้เข้มแข็งคือผู้ถูกต้อง” เข้ามาแทนที่กฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ จะยิ่งทำให้ความไว้วางใจต่อระบบสากลลดลง ดังนั้นการเคารพกฎบัตรสหประชาชาติจะต้องไม่ถูกใช้เป็นเพียงวาทกรรมหรือเครื่องมือทางการเมือง แต่ต้องตั้งอยู่บนความสุจริตใจและความร่วมมือที่แท้จริง
ประเทศไทยเสนอแนวทางสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
- การเพิ่มความรับผิดชอบร่วมของรัฐสมาชิก สนับสนุนบทบาท UN ในด้านมนุษยธรรม การพัฒนาอย่างยั่งยืน ความมั่นคงทางอาหาร และการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์
- การปฏิรูปและเสริมสร้างความเข้มแข็งสถาบันพหุภาคี โดยเฉพาะการปฏิรูปคณะมนตรีความมั่นคงให้มีความโปร่งใส ทันสมัย และสะท้อนบทบาทของประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงการทบทวนบทบาทการใช้สิทธิยับยั้งของสมาชิกถาวร
- การส่งเสริมภูมิภาคนิยมและความร่วมมือระดับจุลภาค เช่น อาเซียน เพื่อเสริมระบบพหุภาคีในภาพรวม และช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาค
นายสีหศักดิ์ระบุว่า แม้สหประชาชาติจะไม่สามารถแก้ไขทุกปัญหาได้ แต่ยังคงเป็นกลไกหลักที่ขาดไม่ได้ของระเบียบโลก พร้อมย้ำว่าคำถามสำคัญของโลกปัจจุบัน คือการสร้างระบบความร่วมมือที่ทำให้ผลประโยชน์ของประเทศต่าง ๆ เดินไปพร้อมกับสันติภาพ ไม่ใช่การเผชิญหน้า
ในช่วงท้าย ยังกล่าวถึงประเด็นไทย–กัมพูชา โดยยืนยันว่าไทยยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง และพร้อมเดินหน้าสู่สันติภาพที่ยั่งยืน โดยต้องอาศัยความไว้วางใจ ความจริงใจ และการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อเปิดหน้าใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ.



















