วิพากษ์ : ธรรมนาวา “วัง”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

มีพวกคณาจารย์ภายใน “มจร” มาถามและให้ช่วยประเมินงาน “ธรรมนาวา วัง” ที่ “มจร” จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ให้หน่อย

“เปรียญสิบ” ตอบว่า “ดี”  ในแง่ของ “ภาพลักษณ์” เพราะมีภาพพระภิกษุมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก มีผู้บริหาร “มจร” ทั้งส่วนกลางและวิทยาเขต

พระต่างจังหวัดส่วนใหญ่สัตตาหะ  “แหกพรรษา” มาร่วมกันกันเลยทีเดียว

ส่วน “บางรูป” ถามว่าเมื่อ “ดี” ทำไม ฝ่ายธรรมยุต คือ “มมร” จึงไม่เอาด้วย

“เปรียญสิบ” ตอบแบบ “กวนส้น” ว่า พวกเราเป็น “ลูกเมียน้อย” ทำได้แค่นี้ก็ถือว่า..ดีแล้ว

ทำไม ธรรมนาวา “วัง” ไม่ไปจัดที่ “มมร” ก็เป็นเรื่องของ “มมร” กับ ธรรมนาวา “วัง”

ในฐานะ “มจร” สถาปนาโดยองค์ “รัชกาลที่ 5 ” เป็นสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับ “สถาบันกษัตริย์”  โครงการธรรมนาวา “วัง” มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ ไม่แปลกที่ “มจร” จะจัด!!

และที่สำคัญ “ธรรมนาวา วัง” มันก็เป็นส่วนหนึ่งของพระพุทธศาสนา

พระสงฆ์ที่มาร่วมทอล์กก็เป็น พระภิกษุสงฆ์ใน พระพุทธศาสนา เฉกเช่นเดียวกัน

ไม่มีเหตุผลอะไร..ที่จะต้องรังเกียจต่อกัน

แต่ “เปรียญสิบ” ในฐานะคนทำ “สื่อทีวี” เก่า ไม่เชื่อว่า “สกู๊ป” คำสัมภาษณ์ที่เปิดให้ดู ภายในงานวันนั้น..เป็นความจริงทั้งหมด!!

ส่วนพระบางรูปก็ตั้งคำถามว่า โครงการธรรมนา “วัง” จัดงานใน “มจร” มีเป้าหมาย ยืมมือ “มหานิกาย” หรือไม่

แน่นอน!!  “มจร” มีเครือข่ายทั่วประเทศครอบคลุม 45 จังหวัด มีบุคลากรและนิสิตกว่า 5 หมื่นรูป/คน มีครูสอนศีลธรรมกระจายอยู่ในสถานศึกษาและชุมชนทั่วประเทศ 18,000 รูป มีองค์กรใดบ้าง ไม่อยากมี “สานสัมพันธ์” ที่ดี กับ มจร

แม้กระทั่ง “พรรคการเมือง” ก็ต้องการใช้ “มจร” เป็นฐาน

เมื่อ ธรรมนาวา “วัง” เจาะเข้า มมร ไม่ได้ ก็ต้องขอความร่วมมือจาก “มจร”

ส่วน “ผู้บริหาร มจร”  คงไม่โง่พอ หรือเห็นแก่ประโยชน์ “ส่วนตน” หวังลาภสักการะ หรือหวัง “สมณศักดิ์” ให้ “องค์กรใดองค์หนึ่ง” มาใช้เป็นเครื่องมือ หรือมาลบล้าง “สายกรรมฐาน” รูปแบบ “อัตลักษณ์” ที่พระบุรพาจารย์สืบสาน รักษา ต่อยอดเอาไว้

และที่สำคัญ “บุคคลสำคัญ” ภายในงานก็บอกแล้ว ไม่ได้มา “ครอบงำ”

ซ้ำ “เจ้าคุณต้น” ผู้บรรยายก็ย้ำบนเวทีชัดว่า “สัจจศาสตร์” เนื้อหาสาระมันอยู่ใน “พระไตรปิฏก”

แต่ถ้าถามว่า “เปรียญสิบ” จริตตรงกับธรรมนาวา “วัง” หรือไม่!

ตอบเลยว่าไม่!!

“เปรียญสิบ” ขอยึดมั่นตั้งอยู่ใน “ศีลห้า” และปฎิบัติตนตาม “คิหิปฎิบัติ” แค่นี้ก็ถือว่าหนักแล้ว

และมีปณิธานที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือ มีศรัทธามั่นคงในองค์พระรัตนตรัย จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และพยายามอุทิศตนเพื่อสังคม

แค่นี้พอแล้ว!!

…………….

คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง

โดย…“เปรียญสิบ” [email protected] 

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img