”ศุภจี”นั่งหัวโต๊ะสั่งเดินหน้าเร่งเครื่องเศรษฐกิจ ตั้ง 4 คณะทำงาน คัด Quick Big Win เห็นผล 6 เดือน–1 ปี พร้อมขับเคลื่อน Big Win เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและยกระดับเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อวันที่ 10 ส.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 โดยที่ประชุมเห็นชอบกรอบการทำงานเพื่อเร่งผลักดันประเด็นเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสร้างผลกระทบสูง ให้เป็นมาตรการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยมีเป้าหมาย ผลลัพธ์ เจ้าภาพ และกรอบเวลาที่ชัดเจน พร้อมระบบติดตามความคืบหน้า
ที่ประชุมเห็นชอบตั้ง 4 คณะทำงานเฉพาะด้าน เพื่อเร่งคัดเลือกและผลักดันประเด็นเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงไปสู่มาตรการที่สร้างผลลัพธ์ต่อประชาชนและผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่
1.คณะทำงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy เชื่อมโยงการค้า บริการ การท่องเที่ยว เมืองรอง และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวก เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้จากภาคบริการและการท่องเที่ยว
2.คณะทำงานด้านสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร มุ่งยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เชื่อมโยงช่องทางจำหน่ายกับภาคอุตสาหกรรม และเสริมความมั่นคงตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเพิ่มมูลค่าและโอกาสทางการตลาดให้สินค้าเกษตร
3.คณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs เพิ่มองค์ความรู้ พัฒนาสินค้าและบริการมูลค่าเพิ่ม ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการและสร้างรายได้ให้ชุมชน
4.คณะทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศ ใช้ประโยชน์จาก FTA ขยายตลาดใหม่ สร้างสมดุลทางการค้า และเพิ่มสัดส่วน SMEs ในโครงสร้างการส่งออก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดต่างประเทศมากขึ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่ปรึกษา 9 คน เพื่อให้ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ และสนับสนุนการกลั่นกรองประเด็นสำคัญให้เชื่อมโยงไปสู่แผนงาน เจ้าภาพ และผลลัพธ์อย่างเป็นระบบ
สำหรับการดำเนินงานต่อจากนี้ ทั้ง 4 คณะทำงานจะเร่งคัดเลือกและกลั่นกรองประเด็นที่มีศักยภาพสร้างผลกระทบสูง พร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยระบุมาตรการ ผลลัพธ์ เจ้าภาพ และกรอบเวลาอย่างชัดเจน ก่อนเสนอคณะอนุกรรมการฯ พิจารณากลั่นกรองและจัดลำดับความสำคัญ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การพิจารณาในระดับ กรอ.
การขับเคลื่อนจะแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ Quick Big Win สำหรับประเด็นที่สามารถดำเนินการและเห็นผลต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการภายใน 6 เดือน–1 ปี โดยจะติดตามความคืบหน้าทุก 2 เดือน และ Big Win สำหรับประเด็นเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้ระยะเวลา 2–4 ปี โดยรายงานผลปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องและสามารถประเมินผลได้อย่างเป็นระบบ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กลไกการทำงานของคณะอนุกรรมการฯ มุ่งคัดเลือกโจทย์เศรษฐกิจที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง และเปลี่ยนจากประเด็นเชิงนโยบายไปสู่มาตรการที่สามารถนำไปปฏิบัติและวัดผลได้จริง โดยมุ่งให้เกิดผลลัพธ์ที่ประชาชนและผู้ประกอบการสัมผัสได้ ทั้งการเพิ่มโอกาสทางการค้า การขยายตลาด การลดต้นทุน การยกระดับผู้ประกอบการ การสร้างรายได้ให้ชุมชน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ควบคู่กับการวางรากฐานเพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว



















