spot_img

“ภคมน”นัดถก 13 ส.ค.เช็กบิล“หมอสรณ” ไล่บี้เรียกคืนเงินเดือน-สวัสดิการย้อนหลัง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ลิซ่า” จ่อหยิบปมร้อน “นพ.สรณ” ขึ้นโต๊ะสอบเข้ม 13 ส.ค.นี้ หลังสภาคุ้มครองผู้บริโภคร้องสอบพฤติกรรมดึงดันเข้าประชุมบอร์ดและเซ็นโครงการกองทุน USO มูลค่า 5,600 ล้านบาท ทั้งที่กรรมการสรรหามีมติเอกฉันท์ว่าขาดคุณสมบัติ เตรียมลุยสอบเอาผิดอาญา ม.157 พร้อมไล่บี้เรียกคืนเงินเดือน-สวัสดิการย้อนหลังทั้งหมด

วันที่ 11 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง สภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจาก น.ส.สุจิตรา สมปาน ผู้ช่วยเลขานุการอนุกรรมการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาคุ้มครองผู้บริโภค เรื่องขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ หลังกรรมการสรรหามีมติให้ขาดคุณสมบัติ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

โดย น.ส.สุจิตรา กล่าวว่า ตนขอให้กมธ.ตรวจสอบข้อเท็จจริง 4 ประเด็น ภายหลังคณะกรรมการสรรหากทสช. มีมติให้ นพ.สรณ ไม่มีคุณสมบัติดำรงตำแหน่งประธานกสทช. ประกอบด้วย 1.เลขาธิการและเจ้าหน้าที่กสทช. ให้นพ.สรณ ร่วมประชุมบอร์ดกทสช. ในวันที่  27 ก.ค. และวันที่ 5-6 ส.ค. โดยไม่ดำเนินการยับยั้ง และนพ.สรณ เข้าร่วมประชุม ถือว่าผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ละเว้นและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ 2.ภายหลังนพ.สรณ ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว นพ.สรณ ยังปฏิบัติหน้าที่เป็นนายแพทย์ได้รับค่าตอบแทนรายชั่วโมง จนถึงวันที่ 12 เม.ย.2565 ถือเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อประธานวุฒิสภา ถือเป็นการกระทำความผิดตามประมาลกฎหมายอาญามาตรา 137 หรือไม่ 

3.การที่นพ.สรณ ยังได้รับค่าตอบแทนนายแพทย์เป็นรายชั่วโมง เป็นการประกอบวิชาชีพ หรือประกอบอาชีพอื่นใด ฝ่าฝืนพ.ร.บ.กทสช. มาตรา8 (3) ประกอบมาตรา 18 หรือไม่ และ 4. ภายหลังกรรมการสรรหามีมติ แต่นายกรัฐมนตรีไม่สั่งให้ นพ.สรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้การประชุมกสทช. เมื่อวันที่27 ก.ค. และวันที่ 5-6 ส.ค. ไม่สามารรถดำเนินการประชุมได้ ถือเป็นการละเว้นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องและรัฐธรรมนูญ หรือไม่ อย่างไร

ด้าน น.ส.ภคมน กล่าวว่า ว่า คณะกมธ.จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวในการประชุมวันที่ 13 ส.ค. โดยจะตรวจสอบประเด็นภายหลังมีมติว่านพ.สรณขาดคุณสมบัติ รวมถึงพิจารณาว่าเงินเดือนและสวัสดิการต่าง ๆ ที่ได้รับจะต้องมีการชดเชยย้อนหลังหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม้นายกรัฐมนตรีได้ทูลเกล้าฯ มติของคณะกรรมการสรรหาไปแล้ว แต่การดำเนินการจะเสร็จสิ้นเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ถอดถอน นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการจะพิจารณาว่าเหตุใด นพ.สรณ จึงดึงดันที่จะลงนามโครงการกองทุนยู โซ (USO)  วงเงินประมาณ 5,600 ล้านบาท โดยมีข้อสังเกตว่าโครงการดังกล่าวเดิมมีรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ชนะการประมูล แต่มีการยกเลิกและเปลี่ยนโครงการ ก่อนที่ USO จะได้รับงาน

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img