รองนายกฯ “ปกรณ์” แจงกรณีนายกฯ นำชื่อ “นพ.สรณ” ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อพ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. ยืนยันคำสั่งและมติที่เคยดำเนินการไว้ยังมีผล ไม่กระทบงานที่ค้างอยู่ ชี้ ม.19 กฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองรองรับ พร้อมระบุการใช้สิทธิ์ร้องเอาผิดย้อนหลังต้องเป็นไปโดยสุจริต
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังนายกรัฐมนตรีนำรายชื่อ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อพ้นจากตำแหน่ง ถึงผลกระทบต่อคำสั่งหรือมติต่างๆ ที่เคยดำเนินการในช่วงที่ นพ.สรณ ดำรงตำแหน่งว่า กรณีดังกล่าวมีมาตรา 19 ของกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองรองรับ และใช้บังคับกับทุกกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งในหน้าที่ราชการถูกวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม
นายปกรณ์ กล่าวว่า กฎหมายได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า การพ้นจากตำแหน่งดังกล่าวไม่กระทบต่อการกระทำที่ได้ดำเนินการไปแล้ว เพราะหากไม่เป็นเช่นนั้นจะกระทบต่อความมั่นคงของคำสั่งทางปกครอง และอาจส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่นเป็นจำนวนมาก จึงยืนยันว่ากรณีนี้มีกฎหมายรองรับไว้อยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ขั้นตอนหลังจากนี้จะไม่กระทบต่องานที่ดำเนินการค้างอยู่ใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า “ไม่ได้กระทบ”
เมื่อถามว่า กฎหมายให้ความคุ้มครองคณะกรรมการสรรหาด้วยหรือไม่ หลังมีกระแสข่าวว่าอาจมีการร้องเรียนเอาผิดย้อนหลัง นายปกรณ์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวขึ้นอยู่กับการใช้สิทธิ์ของแต่ละบุคคล โดยต้องเป็นไปโดยสุจริต ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้เพียงเท่านั้น
เมื่อถามย้ำว่า สามารถดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายได้ใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า “ใช่”





















