“ไชยชนก” ไม่กังวล “รักชนก” ยื่น ป.ป.ช.เอาผิด ปมล็อกสเปกโครงการ TH-AI PASSPORT ย้ำทำทุกอย่างตามกรอบกฎหมาย หากถูกเรียกแจงพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงทุกประเด็น ไม่เห็นเหตุ “ปลัดดีอี” ต้องฟ้องกลับฝ่ายค้าน ชี้การตรวจสอบเป็นหน้าที่ ยอมรับโครงการถูกโจมตีบ่อย มองเป็นโอกาสให้ประชาชนรู้จักและทดลองใช้งานมากขึ้น
เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2569 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมพยานหลักฐานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการกับนายไชยชนกและผู้บริหารกระทรวงดีอี กรณีถูกกล่าวหาว่าล็อกสเปกโครงการ TH-AI PASSPORT ว่า ไม่ได้มีความกังวล เนื่องจากไม่ได้ดำเนินการใดที่ผิดกฎหมาย หากมีกระบวนการที่ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงก็พร้อมเข้าร่วมและให้ข้อมูลทุกขั้นตอน
เมื่อถามถึงความมั่นใจในการตอบข้อซักถามต่อ ป.ป.ช. นายไชยชนก กล่าวว่า พร้อมชี้แจงตามข้อเท็จจริงทุกอย่าง เพราะไม่ได้ดำเนินการผิดกฎหมาย และไม่มีเหตุผลที่จะต้องกังวล
ส่วนกรณี น.ส.รักชนก ระบุท้าทายว่าหากปลัดกระทรวงดีอีต้องการฟ้องร้องก็สามารถดำเนินการได้ นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด และตั้งคำถามกลับว่าเหตุใดปลัดกระทรวงดีอีจึงต้องฟ้อง เนื่องจากที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่ในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขณะที่ฝ่ายการเมืองก็ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทของตัวเอง
นายไชยชนก กล่าวว่า ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบ ส่วนฝ่ายรัฐบาลมีหน้าที่บริหารประเทศภายใต้กรอบกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องฟ้องร้องกัน แม้บางครั้งอาจมีการสื่อสารที่ไม่ให้เกียรติหรือมีลักษณะข่มขู่ แต่เห็นว่าเป็นเรื่องบุคลิกของแต่ละบุคคล และเชื่อว่าปลัดกระทรวงดีอีหรือข้าราชการที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของตนคงไม่คิดดำเนินคดีในเรื่องดังกล่าว แม้อาจเกิดความรู้สึกหรือไม่สบายใจ และอาจส่งผลต่อความร่วมมือก็ตาม
“เราทำทุกอย่างตามกรอบกฎหมาย” นายไชยชนกกล่าว
เมื่อถามถึงกรณีโครงการ TH-AI PASSPORT ถูกนำมาโจมตีทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง นายไชยชนก กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละฝ่าย โดยบางคนอาจมองว่าประเด็นดังกล่าวรุนแรงและเป็นเป้าทางการเมือง แต่ส่วนตัวเห็นว่าควรใช้วิกฤติให้เป็นโอกาส เพราะการที่โครงการได้รับความสนใจอย่างมาก จะทำให้ประชาชนได้รับรู้และเข้าใจโครงการมากขึ้น
นายไชยชนก กล่าวว่า หวังว่ากระแสความสนใจดังกล่าวจะทำให้ประชาชนเข้ามาทดสอบและทดลองใช้งานมากขึ้น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากเจตนาใดก็ตาม เพราะท้ายที่สุดเชื่อว่าประชาชนจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการ
เมื่อถามถึงการเปิดใช้งาน TH-AI PASSPORT เป็นวันแรก นายไชยชนก กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้ลงทะเบียนใช้งาน เนื่องจากต้องการเก็บสิทธิ์ไว้ให้ประชาชนที่มีความจำเป็นและมีข้อจำกัดในการใช้งานรูปแบบ Pro ได้มีโอกาสใช้บริการมากที่สุด จึงไม่ได้ลงทะเบียนด้วยตัวเอง
ส่วนกระแสตอบรับหลังเปิดใช้งาน โดยเฉพาะการนำไปเปรียบเทียบกับ AI ที่เปิดให้ใช้งานฟรี นายไชยชนก กล่าวว่า ประเด็นที่ถูกพูดถึงจำนวนมากคือการเปรียบเทียบว่า AI ฟรีให้ประสิทธิภาพดีกว่า TH-AI PASSPORT แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดแล้วพบว่าไม่ใช่การเปรียบเทียบในเงื่อนไขเดียวกัน
นายไชยชนก อธิบายว่า ระบบ AI ที่เปิดให้ใช้งานฟรีมีการใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน จึงมีข้อมูลการใช้งานและสามารถเรียนรู้รูปแบบหรือบุคลิกการใช้งานของผู้ใช้แต่ละราย ทำให้การประมวลผลและรูปแบบคำตอบแตกต่างจาก TH-AI PASSPORT ซึ่งเพิ่งเริ่มเปิดให้บริการและยังไม่ได้ถ่ายโอนข้อมูลจากประวัติการใช้งานเดิมของผู้ใช้มาประกอบการประมวลผล
อย่างไรก็ตาม นายไชยชนก ย้ำว่า การที่รูปแบบคำตอบแตกต่างกันไม่ได้หมายความว่า TH-AI PASSPORT ไม่ได้มาตรฐาน โดยมองว่าเมื่อพิจารณาจากรูปแบบการใช้งานจริง TH-AI PASSPORT มีข้อได้เปรียบในเรื่องข้อจำกัดการใช้งาน เนื่องจากระบบ AI แบบฟรีมีข้อจำกัดด้านโทเคนและจำนวนคำถามที่สามารถใช้งานได้ ซึ่งมีปริมาณน้อยกว่าระบบที่ให้บริการในรูปแบบ Pro
“ในการใช้งาน ยังไงก็ดีกว่าแบบฟรี เพราะแบบฟรีจะมีข้อจำกัดในเรื่องของโทเคน และการถามคำถามที่มีปริมาณน้อยกว่ามาก” นายไชยชนกกล่าว



















