“วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์” ยอมรับมติ กกต. สั่งฟ้องคดีฮั้ว สว. 77 คน ซึ่งมีชื่อบิดารวมอยู่ด้วย พร้อมเดินหน้าพิสูจน์ตามกระบวนการ ยืนยันมั่นใจไม่ได้ทำผิดและไม่มีการเตรียมคำชี้แจงเป็นพิเศษ ชี้ความเชื่อมโยงระหว่างตนกับคดีมีเพียงความสัมพันธ์พ่อลูก ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องประชุม กก.บห.ภูมิใจไทยเกี่ยวข้องกับกระบวนการฮั้ว สว. ตั้งคำถามพยานอยู่ในที่ประชุมหรือไม่ พร้อมระบุเท่าที่ทราบพยานมีการกลับคำให้การแล้ว
เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติสั่งฟ้องคดีฮั้ว สว. จำนวน 77 คน ซึ่งมีรายชื่อนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดาของนายวรศิษฎ์รวมอยู่ด้วยว่า ได้พูดคุยกับบิดาเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยทั้งครอบครัวยอมรับและเคารพผลการพิจารณาของ กกต. แต่ยังมีความมั่นใจ และพร้อมเข้าสู่กระบวนการเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป
เมื่อถามถึงการเตรียมตัวต่อสู้คดี นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ไม่ได้เตรียมคำชี้แจงเป็นพิเศษ เพราะมีความมั่นใจว่าไม่ได้กระทำในลักษณะดังกล่าว โดยเรื่องนี้มีระเบียบและกติกากำหนดไว้อยู่แล้ว และที่ผ่านมาได้ยึดถือกติกาเดียวกันมาโดยตลอด จึงเคารพผลการพิจารณาของ กกต. ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาก็ต้องไปพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการต่อไป
ส่วนกรณีหลักฐานที่ กกต. ระบุว่าจะส่งต่อไปยังศาลฎีกา และจะมีหลักฐานเพียงพอที่จะหักล้างหรือชี้แจงได้หรือไม่นั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ต้องขอดูรายละเอียดก่อนว่า กกต. ระบุประเด็นและพยานหลักฐานไว้อย่างไร แต่ในทางข้อเท็จจริงเชื่อว่าสามารถชี้แจงได้
สำหรับความพยายามเชื่อมโยงนายวรศิษฎ์เข้ากับคดี นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ต้องดูว่ามีการเชื่อมโยงในลักษณะใด เพราะความเชื่อมโยงเดียวที่มีคือความสัมพันธ์ระหว่างตนกับนายสมเกียรติในฐานะพ่อลูก แต่หากถามว่าตนเองไปมีส่วนทำอะไรหรือไม่ ก็ไม่ใช่ จึงต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นหลัก
เมื่อถามถึงกรณีไอลอว์เปิดเผยหลักฐานคำให้การของพยานรหัสที่ 16 ซึ่งอ้างว่าในการประชุมกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีส่วนเริ่มกระบวนการฮั้ว สว. นายวรศิษฎ์ ตั้งคำถามกลับว่า “เขานั่งอยู่ในที่ประชุม กก.บห.หรือ”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า พยานรหัสที่ 16 ซึ่งระบุว่าเป็นนายเอกราช ช่างเหลา เป็นผู้กล่าวอ้างเรื่องดังกล่าว นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เท่าที่จำได้ พยานมีการกลับคำให้การแล้ว และยืนยันว่าในความเป็นจริง การประชุมกรรมการบริหารพรรคทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่เคยมีการพูดคุยเรื่องดังกล่าว และไม่มีประเด็นนี้ในการประชุม



















