“นันทนา-วุฒิพงศ์” สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ ร้อง กกต. สอบเดือดหลังพบชื่ออยู่ในสำนวนไต่สวนคดีเลือก สว. ที่มีมติยกคำร้อง ทั้งที่ไม่เคยรับแจ้งข้อกล่าวหาหรือถูกเรียกชี้แจง ซัดการทำงานไร้มาตรฐานเหมือนมีธง พร้อมจี้เร่งเคลียร์คดีโปร่งใส ป้องกันสังคมเหมารวมภาพลักษณ์ สว. ทั้งสภา
วันที่ 21 ก.ย.2569 น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. กล่าวถึงกรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยมติสำนวนไต่สวนการเลือก สว. ข้อกล่าวหาที่ 4-7 เมื่อ 14 กันยายน ซึ่งพบรายชื่อสว.กลุ่มพันธุ์ใหม่อยู่ในสำนวนไต่สวนที่แยกจากสำนวนหลัก ซึ่ง กกต.มีมติเอกฉันท์ยกคำร้อง ว่า ประเด็นที่ถูกยื่นร้อง ตนไม่ทราบมาก่อน และรู้สึกงง ว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งวันนี้ (21 กันยายน) ตนให้นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ฐานะตัวแทนกลุ่มไปยื่นหนังสือ ต่อ กกต. เพื่อสอบถามว่าเกกิดอะไรขึ้น หากตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ควรมีเอกสารแจ้งและเชิญไปให้ปากคำ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีรายละเอียดดังกล่าวปรากฎ
“กกต. อย่าทำงานมั่ว เพราะคำร้องที่ถูกยกไปนั้นไม่มีที่มาที่ไป เหมือนพายามทำให้กลุ่มต่างๆ เหมือนกับ สว.กลุ่ม 229 คน เพราะไม่เหมือนกัน เนื่องจากไม่เคยถูกกล่าวหามาก่อน ไม่มีที่มาที่ไป ที่เขียนในเอกสารข่าวที่บอกแค่มาตรา แต่รายละเอียดไม่ชัดเจนว่า ทำอะไร ที่ไหน พฤติกรรมอย่างไรที่ถือเป็นความผิด ทำให้ต้องตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาโดยไม่เคยแจ้งข้อกล่าวหา ฐานะผู้เสียหายต้องทวงถามกกต.ถึงมาตรฐานการทำงาน” น.ส.นันทนา กล่าว
เมื่อถามว่าเรื่องที่ถูกยกคำร้องมองว่าเป็นกรณีเดียวกับการประชุม สว.ประชาชน ที่ห้องจูปิเตอร์ เมื่อ 25 มิถุนายน 2567 หรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า ตนไม่เคยไปร่วมประชุมกับใคร ยกเว้นที่ห้องจูปิเตอร์ หากบอกว่าเป็นการจัดเลี้ยง ที่ห้องจูปิเตอร์ไม่มีการจัดเลี้ยง แม้กระทั่งเลี้ยงน้ำ และในวันดังกล่าวมี กกต. และสื่อมวลชนไปสังเกตการณ์ด้วย ดังนั้นหากบอกว่าเป็นการจัดเลี้ยง คิดว่าไม่น่าจะใช่
เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่ห้องจูปิเตอร์ มีการแจ้งข้อกล่าวหา หรือเรียกไปให้คำชี้แจงหรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า ไม่เคยมี และอยากตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นหลังจากที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยและนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. พูดในช่วงนี้ ทำให้สงสังต่อการทำงานของ กกต. ว่า ได้ตรวจสอบตามหลักฐานอย่างถูกต้องหรือตามธงของใครที่ชี้ช่อง
“กกต. ต้องเป็นกลาง คนผิดต้องผิดตามหลักฐาน หากเข้าสู่กระบวนการ ต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องไม่ใช่ถูกชี้เป้า กกต.ทำงานเหมือนมีใบสั่ง มีธงให้ทำ ส่วนที่บอกว่ามีอีก 3 สำนวนที่พิจารณาและ ต้องสอบเพิ่ม หมายถึงว่าหลักฐานไม่พอ หรือไม่มีหลักฐานพอต้องสอบเพิ่ม จะเป็นความยุติธรรมหรือความไม่เท่าเทียม หรือเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ กกต.ต้องตอบคำถามให้ได้ ว่ามีธงตรวจสอบหรือไม่” น.ส.นันทนา กล่าว
เมื่อถามว่ามองการทำงานของ กกต. ต่อการสอบสวนคดีฮั้ว อย่างไร น.ส.นันทนา กล่าวว่า “กกต. ทำงานมั่วมาก ไม่มีมาตรฐาน และต้องการเบี่ยงประเด็นจากเรื่องฉาวของตนเอง ที่ตัดตอน คดีฮั้ว สว. ของกลุ่ม 229 คนที่ไม่ถึงคนบงการ”
ทางด้าน น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. กล่าวในประเด็นเดียวกันว่าตนไม่ทราบถึงข้อกล่าวหาที่ กกต. มีมติเอกฉันท์ยกคำร้อง เพราะไม่เคยถูกเรียกไปชี้แจง ทั้งนี้ส่วนตัวคาดว่าประเด็นที่ถูกร้อง และปรากฎอยู่มติยกคำร้องตามสำนวนไต่สวนของกกต. เพราะมีผู้สมัคร สว. ในกลุ่ม13 วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การพัฒนานวัตกรรม ยื่นร้องเรื่องการขาดคุณสมบัติ และทราบว่ายื่นร้องกับทุกคนซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่ตนไม่มีปัญหา เมื่อ กกต. มีมติเอกฉันท์ยกคำร้อง ไม่ได้แปลว่าไม่ส่งเรื่องต่อศาลฏีกาเท่านั้น แต่หมายถึงเรื่องร้องนั้นไม่มีมูลใดๆทั้งสิ้น
“ผมไม่ทราบว่ากล่าวหาผมเรื่องอะไร ห้องจูปิเตอร์ ก็ไม่ได้ไป เรื่องนี้ผมไม่ได้ติดใจอะไร เพราะกกต.เอกฉันท์ยกร้องไปแล้ว แต่หากให้ดี กกต.ควรเปิดเผยรายละเอียด เกี่ยวกับคดีฮั้ว ทุกคดี และหากผลการไต่สวนมีมูล มีหลักฐานให้ยื่นฟ้องต่อศาล ซึ่งผมยินดีที่จะขึ้นศาล เพื่อให้เคลียร์ให้จบ เพราะขณะนี้ยอมรับว่า สว.ทุกคนถูกสังคมเหมารวมว่ามีพฤติกรรมฮั้วเหมือนกันหมด หาก กกต. ทำคดี และศาลตัดสินเร็วจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานทุกฝ่าย” น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าว



















