“สนธิ-ปานเทพ”นำมวลชนฉีกร่างผังเมือง ทวงคืน“แก้มลิง”ชี้มีผลประโยชน์ทับซ้อน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“สนธิ-ปานเทพ” นำมวลชนแสดงสัญลักษณ์ฉีก ร่างผังเมือง69 ชี้มีผลประโยชน์ทับซ้อน-เอื้อกลุ่มทุนอสังหาฯ-ก่อปัญหาน้ำท่วมซ้ำเติมประชาชน

เมื่อวันที่ 9 ต.ต.69 นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน, “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ, “ตั้ม” พิชิต ไชยมงคล, คุณรสนา โตสิตระกูล, นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำพร้อมด้วยมวลชน นัดชุมนุมทวงคืนแก้มลิงและฟลัดเวย์ จากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ บริเวณลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อยื่นข้อเรียกร้องและคัดค้านร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4

ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายปานเทพ ได้ขึ้นเวทีชี้แจงรายละเอียดทางเทคนิคของผังเมือง โดยระบุว่า เดิมทีกรุงเทพฯ มีแนวรับน้ำและระบายน้ำตามธรรมชาติ โดยเฉพาะพื้นที่สีเขียวทแยงขาวฝั่งตะวันออก ตะวันตก และตอนใต้ ซึ่งทำหน้าที่เป็น “ฟลัดเวย์” (Floodway) และ “แก้มลิง” ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทว่าในร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่ที่ กทม. กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็น กลับมีการลดทอนและตัดพื้นที่รับน้ำเหล่านี้ทิ้งไปอย่างน่าสงสัย แล้วเปลี่ยนเป็นพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยและการพาณิชย์

พร้อมทั้ง กล่าวตอบโต้แนวคิดของผู้บริหาร กทม. ที่ระบุว่าสามารถใช้อุโมงค์ระบายน้ำหรือเครื่องสูบน้ำทดแทนแก้มลิงได้ โดยย้ำว่า “แก้มลิงทำหน้าที่กักเก็บน้ำส่วนเกินเพื่อรอการระบาย ขณะที่อุโมงค์และปั๊มน้ำทำหน้าที่เร่งระบายปลายทาง ทั้งสองอย่างมีหน้าที่ต่างกัน ไม่อาจทดแทนกันได้” นอกจากนี้ แผนการสร้างโครงข่ายคลองระบายน้ำขนาดใหญ่ที่ กทม. กล่าวอ้าง ยังเป็นเพียงโครงการในอนาคตที่ยังไม่มีงบประมาณผูกพันรองรับ แต่ กทม. กลับรีบเร่งผลักดันร่างผังเมืองนี้เพื่อเปิดทางให้ภาคเอกชนเข้าจับจองและพัฒนาที่ดินก่อน

ขณะที่ นายสนธิ ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยอย่างดุเดือด โดยระบุว่า ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ที่เรื้อรังมานานกว่า 4 ทศวรรษ ไม่ใช่ภัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เป็นภัยจาก “การบริหารจัดการที่ไร้ความรับผิดชอบ” การพยายามลบพื้นที่แก้มลิงและฟลัดเวย์ออกจากผังเมือง ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์และนายทุนที่ดินอย่างชัดเจน และหากร่างผังเมืองฉบับนี้มีผลบังคับใช้ พื้นที่รับน้ำธรรมชาติจะถูกถมและสร้างตึกกั้นขวางทางน้ำทั้งหมด ส่งผลให้ภายใน 5 ปี กรุงเทพฯ จะต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมขังรุนแรงจนเมืองหลวงจมบาดาล

นายสนธิ ย้ำว่า เรื่องนี้ไม่เพียงแต่ผู้ว่าฯ กทม. เท่านั้นที่ต้องรับผิดชอบ แต่กระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลต้องลงมาร่วมรับผิดชอบด้วย จากนั้นบนเวทีได้มีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ร่วมกัน โดยการ ฉีกสำเนาร่างผังเมืองรวม กทม. ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 ท่ามกลางเสียงปรบมือของมวลชน พร้อมยื่นคำขาด 2 ข้อ คือ

1. ให้ กทม. สั่งยุติและยกเลิกร่างผังเมืองรวม ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 ในทันที

2. นำระบบแก้มลิงตามแนวพระราชดำริและแนวฟลัดเวย์เดิมกลับมาบรรจุไว้ในผังเมืองอย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ กลุ่มรวมพลังแผ่นดินประกาศเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม เพื่อยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองและคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเอื้อประโยชน์ในการจัดทำผังเมืองดังกล่าวต่อไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img