“รักชนก”โพสต์วันเกิดปีนี้ไม่ขอของขวัญ ชวนคนไทยส่งต่อสิ่งจำเป็นให้เด็กกำพร้า

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“รักชนก ศรีนอก” เปิดปัญหาสถานสงเคราะห์เด็ก ตั้งแต่งบประมาณจำกัด อาหารมื้อละ 61 บาทต่อคน ไปจนถึงพื้นที่กิจกรรมที่ขาดการดูแล ก่อนใช้วันเกิดตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นชวนประชาชนส่งของจำเป็นให้เด็กในสถานสงเคราะห์ 77 แห่ง พร้อมยืนยันจะผลักดันให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ทุกคนจ๋า วันนี้ 10 ต.ค. เป็นวันเกิดไอซ์ (พรุ่งนี้ 11 ต.ค.เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ) ทุกๆวันเกิดหลังจากเป็นนักการเมืองแล้ว จะมีผู้คนจำนวนมากเข้ามาอวยพร ส่งของดอก ส่งของขวัญ ให้สิ่งของต่างๆที่ทำให้ไอซ์รู้สึกขอบคุณและอบอุ่นหัวใจ ไอซ์รู้สึกขอบคุณทุกท่านที่รักและเอ็นดู มันช่วยเติมใจให้ไอซ์ใช้ในการทำงานหนักต่อไปทุกวันๆ แต่ปีนี้ไอซ์มีเรื่องขอความช่วยเหลือจากทุกท่านค่ะ

ตั้งแต่เริ่มเป็น สส. ปาร์ตี้ลิสต์ ไอซ์มีเวลามากขึ้นในการไปลงพื้นที่ช่วยเพื่อนๆทั้งที่เป็น สส. อดีต สส. และผู้สมัคร สส. มีไซด์โปรเจกต์อย่างหนึ่ง ที่ไอซ์จะทำควบคู่กับการลงพื้นที่ คือ ไปเยี่ยมบ้านเด็กกำพร้าและสถานสงเคราะห์เด็กทั่วประเทศ ในอดีตไอซ์ก็คล้ายๆ กับพวกเค้า จึงอยากเห็นสภาพความเป็นอยู่และดูว่าน้องๆขาดเหลืออะไร ทุกครั้งไอซ์จะมีของติดมือไปให้น้องๆบ้างเล็กๆน้อยๆ แต่กำลังไอซ์คนเดียวไม่พอที่จะมีให้น้องๆได้ครบทุกอย่างที่จำเป็น และพรรคประชาชนยังไม่มีโอกาสเป็นรัฐบาล ยังไม่มีใครในพรรคมีโอกาสเป็นรัฐมนตรีการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงยังไม่มีโอกาสได้เข้าไปบริหารงบประมาณแผ่นดิน เพื่อให้น้องๆมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

น.ส.รักชนก ระบุว่า ปัญหาที่ไอซ์ไปเจอมาในหลายๆที่ 1 )สถานสงเคราะห์ของเอกชนดีกว่าของรัฐมาก นี่ไม่ใช่การตำหนิบุคลากรในสถานสงเคราะห์ ทุกคนในทุกสถานที่ทำดีที่สุดแล้วด้วยงบประมาณที่จำกัด สถานสงเคราะห์ของเอกชนถ้าหากแอคทีพจัดกิจกรรมให้เด็กๆ สม่ำเสมอ สามารถทำไปเป็นโปรไฟล์เพื่อของบสนับสนุนจากสปอนเซอร์ทั้งในไทยและทั่วโลกได้ แต่สถานสงเคราะห์รัฐ ถ้างบประมาณไม่มา ก็อดจัดกิจกรรม การขอรับบริจาคเป็นเงินก็ลำบากเพราะจะถูกตรวจสอบก่อน เงินที่บริจาคเข้าศูนย์ของรัฐจะต้องส่งเข้าส่วนกลางที่กรุงเทพก่อนแล้วกรมถึงค่อยจัดแจกจ่ายมาให้ ดังนั้นส่วนใหญ่จึงอยากได้เป็นของใช้ ของจำเป็น ตั้งแต่ หมอน ผ้าห่ม ยาสามัญ ยาจิตเวช ผ้าอนามัย ผ้าอ้อม ข้าวสาร อาหารแห้ง ซีอิ้ว ซอสต่างๆ ไปจนถึงของขวัญสำหรับงานวันปีใหม่วันเด็กและวันอื่นๆ น้องๆในหลายสถานที่ไม่มีโอกาสได้ฉลองวันเด็กเหมือนเพื่อนๆนะคะ เพราะบางศูนย์เด็กที่เข้าไป เป็นเด็กจิตเวชที่ออกไปทำกิจกรรมร่วมกับคนในสังคมไม่ได้

  1. ยิ่งอยู่ไกล ยิ่งเหงา ยิ่งโดดเดี่ยว บางศูนย์ที่ไอซ์ไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์ที่อยู่ในเมืองหน่อย น้องๆแววตาสดชื่น เพราะนอกจากกิจกรรมที่สถานสงเคราะห์ การอยู่ในเมืองจะมีคนมาเทียวบริจาคของ ทำอาหารแจก จัดกิจกรรม เลี้ยงวันเกิด รวมไปถึง ถ้าอยู่ใกล้โรงพยาบาลจิตเวชหมอจะเข้ามาดูแลน้องๆได้ถี่มากขึ้นกับความจำเป็นยาก็จะไม่ขาดแคลน ถ้าอยู่ใกล้ค่ายทหารน้องๆอาจจะได้เรียนดนตรีจากพี่ๆทหารที่เป็นผู้สอนดุริยางคศิลป์ไปจนถึงสามารถเข้าไปฝึกว่ายน้ำในค่ายทหารได้ หรือเอกชนบางแห่ง/คุณพี่คุณน้าที่ใจดี ก็ขอเข้าไปสอนเย็บปักถักร้อย สอนทำอาหาร สอนวาดรูป สอนปั้นปูนปาสเตอร์กับน้องๆได้ น้องๆในหลายศูนย์ไม่เหงาเลย เพราะมีกิจกรรมเทียวเข้ามาเสมอ

แต่ถ้าศูนย์ไหนที่ไปตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ยิ่งไกลมากเท่าไร โอกาสที่น้องๆ จะได้ทำกิจกรรมต่างๆ ก็จะลดลงไปด้วย ไม่มีกิจกรรมสอนเล่นดนตรี ไม่มีกิจกรรมว่ายน้ำ ไม่มีสอนทำอาหาร ไม่มีสอนวาดรูป ไม่มีใครมาจัดงานวันเด็กให้  วิธีการที่ศูนย์จะดูแลน้องๆ ก็คือ ปิดประตูลงกลอนให้อยู่ในห้อง แล้วเปิดทีวี

น.ส.รักชนก ระบุต่อว่า ย้ำอีกครั้ง ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหน้าที่ศูนย์ เค้าทำตามทรัพยากรที่เค้ามี และไอซ์เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนรักเด็กๆ ไม่งั้นเค้าไม่มาทำตรงนี้แน่ๆ แต่สิ่งที่ผิดในเรื่องนี้คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็น “กระทรวงเกรด C” หรือ “กระโถนท้องพระโรง” เนื่องจากไม่ใช่กระทรวงเศรษฐกิจหลัก งบประมาณจำกัด รัฐมนตรีส่วนใหญ่จะทำแต่การแจกของ แจกของ แจกของ ก็ไม่ผิดหรอก แต่ไม่มีใครลงไปดูจริงๆ ว่าทั้งเด็กๆ และผู้สูงอายุภายใต้การกำกับดูแลของตน พวกเค้ารออะไรอยู่

  1. ค่าอาหาร 61บาท ต่อเด็กหนึ่งคน ต่อวัน ต่อมื้ออาหาร เท่ากับ อัตราอาหารนักโทษในเรือนจำ  ไอซ์เทียบแบบนี้ ไม่ได้แปลว่าว่าจะด้อยค่านักโทษในเรือนจำ เค้าไปอยู่ตรงนั้นเพื่อรอโอกาสในการกลับตัว ไม่ได้แปลว่าจะขอให้ลดเงินค่าอาหารนักโทษในเรือนจำ เพราะพวกเค้าเองก็ไม่ได้ทานอาหารที่ดีเท่าไร ไอซ์ก็เคยไปเห็นกับตามาแล้ว

แต่ปัญหาของค่าอาหาร 61 บาท ต่อเด็กหนึ่งคน ต่อวัน ต่อมื้ออาหาร คือ เมื่อจำนวนของเด็กในแต่ละศูนย์ลดลงอย่างต่อเนื่อง คุณภาพอาหารของน้องๆจะลดลงตามจำนวนตัวคูณ หรือ ตามจำนวนน้องๆในแต่ศูนย์ด้วย พูดอีกอย่างคือ ค่าอาหาร 61 บาท ต่อเด็กหนึ่งคน ต่อวัน ต่อมื้อ อาจจะเวิร์คถ้ามีเด็กหลายร้อยคนในศูนย์ รวมๆแล้วในมื้อหนึ่งๆสามารถซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพในปริมาณที่เยอะขึ้นมาทำอาหารได้ แต่ถ้าเด็กๆ หลักสิบตัวคูณน้อยคุณภาพอาหารต่อมื้อก็ลดตามจำนวนเด็ก

เรื่องนี้ไอซ์จะใช้กลไกในสภาเพื่อกดดันให้รัฐบาลต้องลงมาดูเรื่องนี้ อาจไม่ใช่การเพิ่มราคาต่อหัว แต่ต้องกำหนดเป็นช่วงเหมือนค่าอาหารกลางวันเด็กในโรงเรียน เพื่อให้เด็กๆได้ทานอาหารที่ดี มีคุณภาพ ถูกต้องตามหลักโภชนาการโดยไม่ต้องร้องขอให้ใครมาจัดการให้ทุกวันๆ

น.ส.รักชนก ระบุต่ออีกว่า 4) บางศูนย์ของรัฐพื้นที่ใหญ่โต แต่รกร้าง สนามเด็กเล่นพังหญ้าขึ้นไม่มีเงินซ่อม สภาพที่ไอซ์ได้มีโอกาสไปเห็นกับตา หลายที่ต้องกั้นรั้วที่ชั้น 2 ป้องกันเด็กโดด แต่ตาข่ายเริ่มพังแล้วก็ไม่มีงบซ่อมแล้วของที่ทำขึ้นมาบางทีเอกชนเป็นคนมาทำให้บางทีเป็นเจ้าหน้าที่รวมเงินกันทำเอง บางที่มีเครื่องเล่นเด็กแต่พังจากน้ำท่วมใช้งานไม่ได้ วางทิ้งไว้ให้แดดเผา บางที่มีพื้นที่ว่างทำอะไรได้อีกเยอะแต่ไม่มีงบลงมา อย่าว่าแต่งบทำของใหม่เลย บางที่บ้านพักเด็กๆพังลงมาเพราะต้นไม้ล้มทับต้องปล่อยให้พังอยู่อย่างงั้นเพราะของบไปแล้วรัฐบาลไม่ให้ ส่วนใหญ่เลยของใหม่ๆที่น้องๆจะได้ อุปกรณ์กีฬา ของเสริมพัฒนาการ ต้องรอจากเอกชน เพราะงบขอไปไม่กระดิก

นี่เป็นปัญหา 4 ข้อ ที่อยากเล่าให้ทุกคนฟังเพื่อให้นึกภาพตามกันได้ง่ายๆ ทีนี้มีเรื่องที่ไอซ์อยากจะขอความช่วยเหลือจากทุกคนคือ วันเกิดปีนี้ ไอซ์ตั้งใจที่จะส่งของขวัญไปให้น้องๆที่อยู่ในบ้านเด็กกำพร้าและสถานสงเคราะห์ทั่วประเทศ แต่ไอซ์มีกำลังหาได้แค่ส่งของขวัญได้แค่ 1,200 ชิ้น ส่งไป 30 ศูนย์ ศูนย์ละ 40 ชิ้น จึงอยากขอความอนุเคราะห์จากเพื่อนๆพี่ๆทุกท่าน หากพอมีกำลัง  ลองกดดูบ้านเด็กกำพร้าและสถานสงเคราะห์ที่ท่านรู้สึกถูกชะตา หรือ ท่านมีของที่น้องๆ ต้องการ อยากให้ทุกคนช่วยส่งสิ่งต่างๆที่เด็กๆจำเป็นต้องใช้และกำลังตามหาไปให้พวกเค้า ลิงค์ : https://open.thaith.ai/passitforward/

ไอซ์รวบรวมไว้ให้หมดแล้ว ทั่วประเทศมีทั้งหมดตามข้อมูลที่หาได้ 77 ศูนย์ ของรัฐประมาณ 30แห่ง นอกนั้นของเอกชน มีที่อยู่ โลเคชันในแม็พ เบอร์ติดต่อ เฟซบุ๊ก และของที่น้องๆ ต้องการ ข้าวสาร อาหารแห้ง นมผง นมกล่อง ผ้าอ้อม แพมเพิส ผงซักฟอก น้ำยาทำความสะอาด สบู่ แชมพู ยาสีฟัน โรลออน เครื่องปรุง ซอสปรุงรส น้ำมัน น้ำตาล เสื้อผ้า ชุดชั้นใน ถุงเท้า ผ้าห่ม ทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียน ยาสามัญ ยาจิตเวช (ต้องหมอสั่ง) เวชภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้ากีฬา ของเล่น ของเสริมพัฒนาการ หรือถ้าใครที่อยากเข้าไปจัดเลี้ยงอาหาร หรือขนของจำนวนมากไปให้ หรืออยากเข้าไปจัดกิจกรรมเช่น สอนวาดรูป สอนทำอาหาร อื่นๆ สามารถติดต่อโดยตรงไปที่ศูนย์ได้เลย ถ้าใครส่งอะไรไปที่ไหน ถ่ายรูปมาฝากบ้างนะคะ

น.ส. รักชนก ยังระบุว่า สุดท้ายนี้ ต้องขอย้ำว่าโดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยส่งเรื่องที่ประชาชนต้องช่วยเหลือกันเอง แต่ต้องยอมรับว่าการบริหารจัดการของรัฐบาลที่ละเลย ทำให้เราต้องดำเนินแนวทางนี้ไปก่อน เพราะถ้ารอรัฐบาลคิดได้น้องๆอาจจะขาดสารอาหารกันไปก่อน ไอซ์จะทำควบคู่กันไป คือช่วยน้องๆเฉพาะหน้าเช่นนี้ และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอควบคู่ไปด้วยเพราะการแก้ไขปัญหาจากรัฐ คือการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนกว่าการที่พวกเราช่วยกันแน่นอนค่ะ

ปล. มีหลายที่ที่ไปมา แต่ทุกศูนย์ขอไว้ไม่อยากให้ลง เดี๋ยวเค้าจะโดนหาว่าที่เอาปัญหามาฟ้อง แล้วจะยิ่งไม่ได้รับงบ ฟังแล้วยิ่งเศร้า แต่เข้าใจ ขอลงรูปที่ได้รับอนุญาต คือรูปน้องๆในศูนย์แห่งหนึ่ง คุณครูบอกถ่ายได้เลย น้องๆ ใส่แว่นตาได้ งงตั้งนานว่าใส่แว่นตาคืออะไร มันคือการเซนเซอร์หน้าน้องๆด้วยการเอามือขึ้นมาทำรูปแว่น แต่จริงๆมันคือการปกปิดหน้าแหละ เพื่อให้น้องๆถ่ายภาพกับคนที่มาเยี่ยมได้

ปล.2 ใครส่งไปที่ไหน ถ่ายรูปมาฝากไอซ์ด้วยนะคะ…

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img