“จุลพันธ์” เผยเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้ ผู้ใช้สิทธิฝั่งนายจ้างเพิ่มขึ้น 600% ฝั่งผู้ประกันตนเพิ่ม 400% เบื้องต้นนับคะแนนแล้วกว่า 80% พบผู้ใช้สิทธิกว่า 8.3 แสนคน คาดแตะ 1 ล้านคน เร่งรับรองผลส่ง ครม.แต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่ ย้ำต้องรักษากลไกไตรภาคี พร้อมจับตาหากสองฝ่ายมาจากกลุ่มเดียวกัน อาจกระทบการถ่วงดุล
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 ต.ค. ที่กระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ประสบความสำเร็จในการสร้างการมีส่วนร่วมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสถิติผู้มาใช้สิทธิฝั่งนายจ้างเพิ่มขึ้น 600% และฝั่งผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 400% จากการนับคะแนนเบื้องต้นในช่วงเช้า ซึ่งนับไปแล้วกว่า 80% พบว่ามีผู้มาใช้สิทธิกว่า 830,000 คน และคาดว่าเมื่อรวบรวมตัวเลขครบถ้วนแล้วจะมีผู้ใช้สิทธิแตะหลัก 1 ล้านคน
นายจุลพันธ์กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้ง โดยแนวทางการทำงานและนโยบายของกลุ่มผู้ชนะสอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงแรงงานในการพัฒนาสำนักงานประกันสังคม ที่ผ่านมาบอร์ดประกันสังคมอยู่ในสถานะรักษาการมาเป็นเวลานาน จึงหวังว่าจะเร่งกระบวนการรับรองผล เพื่อให้บอร์ดชุดใหม่เข้ามาทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงานโดยเร็ว และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตน
สำหรับขั้นตอนต่อไป จะต้องดำเนินการรับรองผล หากมีข้อร้องเรียนก็ต้องพิจารณาตามระเบียบและข้อบังคับ โดยขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานข้อร้องเรียน เมื่อกระบวนการครบถ้วนแล้วจะประกาศผลอย่างเป็นทางการ ก่อนเสนอรายชื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแต่งตั้งเป็นบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ ส่วนกรณีการโต้แย้งผลการเลือกตั้งมีระเบียบรองรับและสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอน
เมื่อถามว่ามีข้อสังเกตว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า หากมีการร้องเรียนก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการ โดยไม่ได้ปิดกั้นหรือสนับสนุนฝ่ายใด แต่เมื่อผ่านการเลือกตั้งมาแล้วควรมองไปข้างหน้า เนื่องจากสำนักงานประกันสังคมเป็นหน่วยลงทุนขนาดใหญ่ที่มีเงินกองทุนประมาณ 3 ล้านล้านบาท และมีหน้าที่ขับเคลื่อนสวัสดิการและบำนาญของแรงงาน จึงควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตน
เมื่อถามถึงข้อสังเกตว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่ใช่การแข่งขันระหว่างตัวแทนลูกจ้างกับนายจ้างโดยตรง แต่เป็นการแข่งขันของกลุ่มที่มีพรรคการเมืองสนับสนุน นายจุลพันธ์กล่าวว่า หากมีข้อสังเกตก็ต้องมีกระบวนการพิสูจน์ให้ชัดเจน แต่ไม่อยากให้มองไปในทิศทางดังกล่าว โดยอยากให้ทุกฝ่ายยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะมาจากกลุ่มใดหรือสีใด หากมีอุดมการณ์ร่วมกันในการพัฒนาสำนักงานประกันสังคมเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตน ก็สามารถทำงานร่วมกันต่อไปได้
เมื่อถามว่าหากตัวแทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างมาจากกลุ่มเดียวกัน จะส่งผลกระทบต่อกลไกไตรภาคีและการถ่วงดุลอำนาจหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไป โดยหลักการบริหารงานด้านแรงงานต้องยึดกลไกไตรภาคี ซึ่งประกอบด้วยรัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง ถือเป็นกลไกสำคัญในระดับสากลที่มีมาอย่างยาวนาน เพื่อให้แรงงานมีสิทธิในการต่อรองและเจรจาอย่างเท่าเทียม ในฐานะรัฐมนตรีผู้กำกับดูแล จะต้องเข้าไปดูรายละเอียดและหารือเพิ่มเติม เพื่อให้การดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคมยังคงยึดหลักไตรภาคี และให้ความสำคัญกับทุกฝ่าย ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เมื่อถามว่าหากการทำงานของบอร์ดชุดใหม่มีลักษณะเหลือเพียงสองฝ่าย จะทำให้การตัดสินใจรวดเร็วขึ้นหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยังไม่ควรด่วนสรุปทิศทางการทำงานของบอร์ดชุดใหม่ เพราะยังไม่ทราบว่าการลงมติในอนาคตจะเป็นอย่างไร เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องกำกับดูแลให้ทุกฝ่ายได้รับความสำคัญตามหลักการ
ส่วนแนวทางพัฒนาสำนักงานประกันสังคม นายจุลพันธ์กล่าวว่า นโยบายของกระทรวงแรงงานยังคงเน้นการลดค่าใช้จ่ายส่วนเกินให้เหลือ 3% ขณะที่นโยบายด้านการลงทุนของกลุ่มผู้ชนะซึ่งมีอยู่ประมาณ 77 ข้อ ก็ไม่ได้แตกต่างจากแนวทางที่กระทรวงแรงงานพร้อมขับเคลื่อน
เมื่อถามถึงข้อกังวลว่า หากพรรคการเมืองหนึ่งสามารถเข้ามามีบทบาทในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ อนาคตอาจมีพรรคการเมืองอื่นใช้รูปแบบเดียวกันเข้ามาแทรกแซงหรือครอบงำสำนักงานประกันสังคม นายจุลพันธ์กล่าวว่า โดยหลักการฝ่ายการเมืองไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงสำนักงานประกันสังคมได้ พร้อมระบุว่ากลุ่มผู้สมัครได้ประกาศชัดเจนว่าไม่ได้ลงสมัครในนามกลไกของพรรคการเมือง แต่เป็นการรวมตัวกันจากอุดมการณ์และแนวคิดในการขับเคลื่อนสำนักงาน
หากในอนาคตมีพรรคการเมืองพยายามเข้ามาแทรกแซง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด ก็ต้องใช้กลไกป้องกันไม่ให้เข้ามาครอบงำหรือขับเคลื่อนสำนักงานเพื่อประโยชน์ของกลุ่มตนเอง โดยในฐานะรัฐมนตรีผู้กำกับดูแล ยืนยันมาตั้งแต่ต้นว่าจะกำกับดูแล แต่ไม่เข้าไปแทรกแซง และจะผลักดันให้การดำเนินงานมีความโปร่งใสและพัฒนาขึ้น
เมื่อถามถึงกรณีที่นายพนัส ไทยล้วน อดีตบอร์ดประกันสังคม กล่าวอ้างว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้าชนะเพราะมีพรรคการเมืองสนับสนุน และระบุว่าหากจะทำบ้างอาจขอความช่วยเหลือจากนายทักษิณ ชินวัตร นายจุลพันธ์กล่าวว่า “ผมคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว”
ส่วนกรณีที่มีการโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์เชิญชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเมื่อวันที่ 11 ต.ค. แล้วรับของตอบแทน เช่น ซื้อ 1 แถม 1 หรือรับสินค้าฟรี โดยมี สส. พรรคการเมืองหนึ่งแชร์ข้อความดังกล่าว นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยังไม่เห็นข้อมูลและไม่ทราบว่าเป็นพรรคใด หากมีการร้องเรียนเข้ามาก็ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนต่อไป



















