หากพูดถึง โครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่ใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล ชื่อของ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” นักการเมืองที่ผ่านตำแหน่งรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง ย่อมเป็นหนึ่งในบุคคลที่สังคมจับตามอง จากกระแสข่าว โปรเจกต์ จัดซื้อจัดจ้างรถไถ รถเกี่ยวข่าว EV โดยใช้เม็ดเงินกว่า 8 พันล้านบาท
ทีมข่าวได้รวบรวมไทม์ไลน์โครงการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่ของ “รมต.สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงสำคัญ รวมถึงประเด็นที่ถูกอภิปรายในสภาฯ
ปี 2540 เริ่มจากโครงการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX-9000 สำหรับสนามบินสุวรรณภูมิ
คดีนี้ เป็นหนึ่งในคดีจัดซื้อจัดจ้างที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ที่บริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ (บทม.) จัดซื้อระบบรักษาความปลอดภัยเป็นระบบ CTX 9000 รวม 26 เครื่อง เป็นเงิน 2,600 ล้านบาท จากบริษัทต่างชาติ และต่อมา กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา ตรวจสอบบัญชีพบว่า เอกชนรายนี้มีความพยายามติดสินบนให้เจ้าหน้าที่ประเทศไทย
ข้อกล่าวหาในเวลานั้นเกี่ยวข้องกับราคาจัดซื้อและข้อสงสัยเรื่องการรับประโยชน์ โดย “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ดำรงตำแหน่งรมว.คมนาคม รวมอยู่ในกลุ่มผู้ถูกกล่าวหา ต่อมา ในปี 2555 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องต่อผู้ถูกกล่าวหา 28 ราย รวมถึง “สุริยะ” เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ
ปี 2546–2547 จัดซื้อเครื่องบิน Airbus A340-500 และ A340-600 รวม 10 ลำ
ครั้งนั้น ครม.มีมติเห็นชอบโครงการจัดหาเครื่องบินของบริษัท การบินไทย 2 ล็อตใหญ่ คือเครื่อง Airbus A340-500 และ A340-600 รวม 10 ลำ มูลค่าตามบัญชี ณ วันส่งมอบ 53,043.04 ล้านบาท จัดซื้อใน “รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร” โดยมี “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.คมนาคม (ในขณะนั้น) เป็นผู้ลงนามเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม.
โครงการดังกล่าวถูกตรวจสอบในเวลาต่อมา ทั้งในประเด็นความคุ้มค่าทางธุรกิจและผลกระทบทางการเงินของการบินไทย โดย “สุริยะ” เป็นผู้ลงนามเสนอเรื่องจัดหาเครื่องบินเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี แต่รายงานของสำนักข่าวอิศรา ระบุว่า ป.ป.ช. มีมติให้ข้อกล่าวหาต่อเขาตกไป เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลการบินไทยในขณะอนุมัติจัดซื้อ
เครื่องบินแอร์บัสทั้ง 2 รุ่นดังกล่าว เริ่มทำการบินตั้งแต่เดือน ก.ค.2548 ถึง 7 ม.ค.2556 ในเส้นทางบินตรง กรุงเทพ-นิวยอร์ก, กรุงเทพ-ลอสแองเจลิส และเส้นทางอื่น ๆ รวม 51 เส้นทาง แต่ประสบปัญหาขาดทุนในทุกเส้นทางที่ทำการบิน ไม่น้อยกว่า 39,859.52 ล้านบาท
ปี 2566-2568 ศึกซักฟอกปมประมูลงานก่อสร้างทางและผู้รับเหมาชั้นพิเศษ
การประมูลงานก่อสร้างของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ที่เกิดอุบัติเหตุกระทบต่อประชาชนอยู่หลายกรณี กลายเป็นประเด็นอภิปรายในสภาฯ โดยฝ่ายค้านตั้งคำถามเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจัดชั้นผู้รับเหมา จำนวนผู้ประกอบการที่สามารถเข้าร่วมประมูลงานมูลค่าสูง และส่วนต่างระหว่างราคากลางกับราคาที่ชนะการประมูล
ในการอภิปรายปี 2568 มีการหยิบยกข้อมูลโครงการก่อสร้างทางขนาดใหญ่ย้อนหลังหลายปี พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการแข่งขันด้านราคา และความเสี่ยงเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน
“สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ในฐานะรมว.คมนาคม (ในขณะนั้น) ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องฮั้วประมูล โดยชี้แจงว่าหลักเกณฑ์ขึ้นทะเบียนและจัดชั้นผู้รับเหมาอยู่ภายใต้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง พร้อมยืนยันว่าหน่วยงานในสังกัดต้องปฏิบัติตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง อย่างเคร่งครัด
ปี 2569 โครงการเครื่องบินฝนหลวง
เข้าสู่ปี 2569 ประเด็นจัดซื้อจัดจ้างที่ได้รับความสนใจอีกครั้งเกี่ยวข้องกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่ง “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการฯ ในช่วงเวลาที่เกิดข้อถกเถียง
สำหรับกรมฝนหลวงฯ มีโครงการจัดหาอากาศยานหลายรายการต่อเนื่องหลายปี ล่าสุดเป็นโครงการจัดซื้อเครื่องบิน 4 ลำ ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นร้องเรียน มีมูลค่ารวมประมาณ 2,371 ล้านบาท แบ่งเป็นเครื่องบิน LET L410 NG (แอลอีที แอล 410 นิวเจเนอเรชั่น) จากสาธารณรัฐเช็ก 2 ลำ วงเงินประมาณ 1,183 ล้านบาท และเครื่องบิน Cessna C408 (เซสน่า ซี408) 2 ลำ วงเงินประมาณ 1,188 ล้านบาท
สำหรับเครื่องบิน LET L410 NG มีรายงานว่าการประกวดราคาเกิดขึ้นโดยมีผู้ยื่นเสนอราคาเพียงรายเดียว และมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับราคาจัดซื้อ เงื่อนไขการประกวดราคา ตลอดจนข้อสงสัยเรื่องการแก้ไขข้อกำหนดทางเทคนิค และมีผู้ร้องเรียนได้ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องแล้ว
ปี 2569 โครงการรถไถ–รถเกี่ยวข้าว EV 8 พันล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นร้อน เรื่องโครงการจัดซื้อจัดหารถเกี่ยวข้าวพลังงานไฟฟ้า (EV) ประมาณ 500 คัน วงเงินราว 8,000 ล้านบาท ที่ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.เกษตรและสหกรณ์ เตรียมเสนอขอรับงบประมาณ กำลังเผชิญคำถามสำคัญจากสังคม
ประเด็นแรก คือราคากลางเฉลี่ยประมาณ 16 ล้านบาทต่อคัน ซึ่งต้องชี้แจงให้ชัดว่าเป็นรถรุ่นใด มีอุปกรณ์อะไรบ้าง และเหตุใดจึงมีต้นทุนสูงถึงขนาดนั้น ค่าซ่อมบำรุงรักษา แบตเตอรี่ไฟฟ้าของรถ มีประสิทธิภาพเพียงใด
ประเด็นที่สอง คือความคุ้มค่าในระยะยาว หลังนายสุริยะระบุว่าโครงการอาจช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าหมื่นล้านบาทตลอด 14 ปี ประชาชนจึงควรได้รับทราบข้อมูลคำนวณอย่างละเอียด ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าแบตเตอรี่ ค่าซ่อมบำรุง และอายุการใช้งานจริง
ประเด็นที่สาม คือความเหมาะสมในการใช้งานในนาข้าวไทย ทั้งความทนทาน ประสิทธิภาพในพื้นที่โคลน ระยะเวลาชาร์จ และความพร้อมของระบบซ่อมบำรุงในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ว่ารถเกี่ยวข้าว EV 500 คัน จะครอบคลุมพื้นที่การเกษตรในประเทศไทยหรือไม่ เช่น การทำนาตัวเลขกลม ๆ ที่ 75 ล้านไร่/ปี แสดงว่า รถอีวี 1 คัน ต้องเก็บเกี่ยวได้ 150,000 ไร่ ใช่หรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีคำถามว่าการจัดซื้อเครื่องจักรจำนวนดังกล่าวจะช่วยชาวนาได้ครอบคลุมเพียงใด และคุ้มกว่าทางเลือกอื่น เช่น การสนับสนุนค่าเชื้อเพลิงหรือการใช้เครื่องจักรร่วมกันผ่านสหกรณ์หรือไม่
ขณะที่ เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา นายสุริยะชี้แจงว่า แม้ต้นทุนเริ่มต้นสูง แต่คาดว่าจะประหยัดค่าเชื้อเพลิงในระยะยาว และลดการปล่อยคาร์บอน โดยโครงการนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนเตรียมเสนอขอรับงบประมาณเท่านั้น
ทั้งหมดนี้ คือไทม์ไลน์โครงการจัดซื้อจัดจ้างสำคัญที่เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาการทำงานทางการเมืองของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งแต่อดีตจนถึงประเด็นที่เป็นข่าวในปี 2569 เมื่อย้อนดูตั้งแต่คดี CTX การจัดซื้อเครื่องบินของการบินไทย การประมูลงานก่อสร้างทาง ไปจนถึงโครงการอากาศยานฝนหลวง จนมาถึงโครงการจัดซื้อจัดจ้างรถไถ รถเกี่ยวข้าว EV
จะเห็นว่าแต่ละกรณีมีรายละเอียด ช่วงเวลา และสถานะทางกฎหมายแตกต่างกัน บางกรณีมีผลการพิจารณาจาก ป.ป.ช. แล้ว ขณะที่บางกรณีเป็นข้อร้องเรียนหรือข้อสงสัยที่ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยต้องเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายชี้แจงและให้กระบวนการตรวจสอบดำเนินไปอย่างเป็นธรรม เพราะเงินทุกบาทของรัฐ คือเงินภาษีจากประชาชน ที่มีสิทธิจะได้รับคำตอบว่า เงินเหล่านั้นถูกใช้ไปอย่างไร คุ้มค่าหรือไม่ และสามารถตรวจสอบได้จริงเพียงใด
……………………
คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram



















