“เทพไท เสนพงศ์” วิเคราะห์คาร์ม็อบกำนันมะโน เป็นการเคลื่อนไหวของประชาชนที่เกิดขึ้นเอง ไม่ได้มีพรรคการเมืองหนุน ชี้ข้อเรียกร้องหลักลดราคาน้ำมันลิตรละ 10 บาท-แก้ปัญหายาเสพติด เตือนรัฐบาลอนุทินอย่าประมาท หากมวลชนจากทั่วประเทศและคนกรุงเทพฯ แห่ร่วม อาจทำจราจรเป็นอัมพาต พร้อมเรียกร้องให้เร่งหาทางออกก่อนการชุมนุมยืดเยื้อ
เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2569 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ เปิดเผยความเห็นกรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) ซึ่งนำโดยกำนันมะโน หรือ นายมะโน เครือแก้ว กำนันตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ที่เคลื่อนไหวในรูปแบบคาร์ม็อบ เพื่อกดดันรัฐบาลและเตรียมเดินทางไปชุมนุมบริเวณทำเนียบรัฐบาล
โดยระบุว่า จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมว่า การชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลพร้อมรับฟังความคิดเห็น แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและไม่สร้างความเดือดร้อนแก่สังคมและประชาชนทั่วไปนั้น มองว่าเป็นเพียงการแสดงความเห็นตามหลักการทั่วไป แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดถึงแนวทางรับมือหรือการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ กลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดินได้เสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. ลดราคาน้ำมันลงลิตรละ 10 บาท 2. แก้ไขปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดอย่างรุนแรง โดยยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ 3. ตรวจสอบการทุจริตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือกรณีฮั้ว ส.ว. และ 4. ตรวจสอบการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของกลุ่มคาร์ม็อบในครั้งนี้มุ่งเน้นข้อเรียกร้องสำคัญ 2 ประเด็น คือ การลดราคาน้ำมันลงลิตรละ 10 บาท และการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมเห็นว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ
นายเทพไท กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาท่าทีของนายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรี จากการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ยังไม่เห็นความกระตือรือร้นหรือการเตรียมมาตรการรับมืออย่างเป็นรูปธรรม จึงตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลอาจกำลังประเมินความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมต่ำเกินไปหรือไม่
เนื่องจากการชุมนุมครั้งนี้มีลักษณะแตกต่างจากการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา โดยมีแกนนำหน้าใหม่ ไม่ได้มีพรรคการเมืองหรือฝ่ายการเมืองให้การสนับสนุนอย่างชัดเจน เป็นการรวมตัวของประชาชนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า ม็อบออร์แกนิก รัฐบาลอาจประเมินว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่สามารถจุดกระแสได้ง่าย หรือเชื่อมั่นว่าองคาพยพทางการเมืองที่สนับสนุนรัฐบาล โดยเฉพาะระบอบสีน้ำเงิน มีความแข็งแกร่งจนไม่อาจมีการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลได้
ในฐานะผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง นายเทพไทมองว่า การชุมนุมครั้งนี้เป็นการก่อตัวขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยผู้นำที่ไม่เคยมีชื่อปรากฏในแวดวงนักเคลื่อนไหวทางการเมืองมาก่อน ประกอบกับเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประชาชนจำนวนหนึ่งมีอารมณ์ร่วมและต้องการแสดงออกทางการเมือง รวมถึงกดดันรัฐบาล จึงทำให้คาร์ม็อบของกำนันมะโนสามารถจุดกระแสการเคลื่อนไหวขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ จากการเคลื่อนขบวนออกจากสี่แยกควนหนองหงษ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่าตลอดเส้นทางมีประชาชนส่งเสียงตอบรับและให้การสนับสนุน ซึ่งหากคาร์ม็อบสามารถเดินทางเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลได้ตามเป้าหมาย และมีขบวนรถจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก เดินทางเข้าร่วมสมทบ ก็อาจทำให้จำนวนผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นายเทพไท ยังประเมินว่า หากประชาชนในกรุงเทพฯ ที่ไม่พอใจการบริหารงานของรัฐบาล นำรถยนต์ส่วนตัวออกมาร่วมชุมนุมด้วย อาจส่งผลกระทบต่อสภาพการจราจรอย่างหนัก จนเกิดปัญหารถติดเป็นวงกว้างและทำให้การเดินทางในกรุงเทพฯ เป็นอัมพาต ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะชัตดาวน์กรุงเทพฯ โดยปริยาย
นายเทพไท กล่าวฝากเตือนไปยังรัฐบาลว่า อย่าประมาทกับการเคลื่อนไหวของคาร์ม็อบในครั้งนี้ แต่ควรเตรียมมาตรการรับมือและเร่งหาแนวทางแก้ไขข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม โดยเฉพาะประเด็นราคาน้ำมัน เนื่องจากแกนนำยืนยันแล้วว่า หากรัฐบาลไม่สามารถลดราคาน้ำมันลงลิตรละ 10 บาทได้ จะปักหลักพักค้างและชุมนุมยืดเยื้อต่อไป
“รัฐบาลต้องตระหนักถึงสถานการณ์ดังกล่าว และเตรียมหาแนวทางแก้ไขล่วงหน้า โดยเฉพาะจะทำอย่างไรให้ราคาน้ำมันลดลงจนเป็นที่พอใจของผู้ชุมนุม เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายและการชุมนุมยุติลง จึงฝากการบ้านให้รัฐบาลเร่งขบคิดและหาทางออกก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย” นายเทพไท กล่าว



















