“รังสิมันต์ โรม” ยืนยันมติ กมธ.กฎหมายฯ เรียกนายกฯ แจงสภา กรณีไม่สั่งอธิบดีกรมการปกครองชี้แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น เป็นมติที่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับ หลังมีกรรมาธิการ 14 คน ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง 7 เสียง ซัดข้อกล่าวหาเล่นเกมมุบมิบ-ลักหลับไม่ตรงข้อเท็จจริง พร้อมท้าหากจะเปิดบันทึกชวเลขก็ขอให้เปิดทั้งหมด
เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ ออกมาแถลงข่าวตอบโต้ภายหลัง กมธ.มีมติเอกฉันท์ 7 เสียง เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ให้เรียกนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมสภา กรณีไม่สั่งการให้นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เข้าชี้แจงต่อ กมธ. ในการตรวจสอบข้อกล่าวหาทุจริตการสอบท้องถิ่น
นายรังสิมันต์ระบุว่า การลงมติของ กมธ. เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2569 เวลา 16.15 น. เป็นไปอย่างถูกต้องและชอบด้วยข้อบังคับ เนื่องจากขณะนั้นมีกรรมาธิการทั้งหมด 14 คน หลังกรรมาธิการจากพรรคเพื่อไทยลาออกไปแล้ว โดยการลงมติในเรื่องดังกล่าวต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง หรือ 7 เสียง ดังนั้น ผลการลงมติ 7 ต่อ 0 จึงถือว่าถูกต้องตามข้อบังคับทุกประการ
ส่วนข้อกล่าวหาว่าเป็นการดำเนินการแบบมุบมิบหรือลักหลับนั้น นายรังสิมันต์มองว่าเป็นการกล่าวหาที่ไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ พร้อมระบุว่า การที่ สส.พรรคภูมิใจไทยบางคนไม่ได้อยู่ร่วมประชุมจนถึงช่วงลงมติ จึงไม่มีโอกาสใช้สิทธิลงคะแนน เป็นผลจากการไม่เข้าร่วมประชุมของบุคคลเหล่านั้นเอง ไม่ควรกล่าวโทษผู้อื่น แต่ควรพิจารณาการทำหน้าที่ของตนเองด้วย
นายรังสิมันต์ยังกล่าวถึงกรณีนายศุภชัยเตรียมร้องเรียนเรื่องจริยธรรมต่อตนเองว่า ยินดีเข้าชี้แจงต่อทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมตั้งคำถามกลับว่า ใครกันแน่ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญ ขณะที่ประเด็นการเปิดเผยบันทึกชวเลขการประชุมก็ยินดีให้เปิดเผย โดยเห็นว่าหากจะเปิดแล้วก็ควรเปิดให้ครบทั้งหมด เพื่อให้สังคมได้เห็นข้อเท็จจริง
นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ย้ำว่า การประชุม กมธ. ทุกครั้งมีการออกหนังสือเชิญและแจ้งกำหนดการล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ กรรมาธิการทุกคนจึงมีหน้าที่เข้าร่วมประชุมเพื่อปฏิบัติหน้าที่ แต่กลับมีบางคนใช้วิธีส่งหนังสือลา ทั้งที่อยู่ภายในรัฐสภาแต่ไม่เข้าร่วมประชุม เมื่อผลการลงมติไม่เป็นไปตามที่ต้องการ กลับออกมาแถลงข่าวกล่าวหาและวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่น ทั้งที่ไม่มีมูลความจริง
ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ทิ้งท้ายว่า หากต้องการปกป้องรัฐบาลจากข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต ก็ควรดำเนินการด้วยการชี้แจงข้อเท็จจริง แทนการกล่าวหาผู้อื่น



















