กรมราชทัณฑ์เผยความคืบหน้าหลังรับตัว “บุ๋ม ปนัดดา” และ “ก๊อต อธิป” เข้าเรือนจำเป็นคืนแรก ทั้งคู่ปรับตัวได้ดี รับประทานอาหารและนอนหลับได้ตามปกติ ยังไม่มีคำร้องขอสิ่งของเพิ่มเติม ขณะที่ผลตรวจสุขภาพฝ่ายชายพบมีโรคประจำตัวเป็นเกาต์และโรคไต ส่วนฝ่ายหญิงร่างกายแข็งแรง แต่มีความกังวลและเป็นห่วงลูกกับแม่ที่อยู่ภายนอก
เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2569 จากกรณีพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (กก.4 บก.ปอศ.) นำตัว น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม” อดีตประธานมูลนิธิองค์กรทำดี และนายอธิป อนันทวรรณ หรือ “ก๊อต” สามีของ น.ส.ปนัดดา ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี ยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญา รัชดาภิเษก ภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตามหมายจับ พร้อมตรวจค้นพื้นที่พักอาศัยและมูลนิธิฯ ในกรุงเทพมหานครและ จ.ปทุมธานี รวม 4 จุดเป้าหมาย ก่อนสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองอย่างเข้มข้นต่อเนื่องตลอดทั้งคืน
ต่อมาพนักงานสอบสวนยื่นฝากขังผู้ต้องหาทั้งสอง พร้อมคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน โดยเตรียมสรุปสำนวนส่งอัยการภายในกรอบระยะเวลา 84 วัน หรือ 7 ฝาก ทั้งนี้ น.ส.ปนัดดา ไม่ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาล ขณะที่นายอธิปยื่นคำร้องขอประกันตัวด้วยหลักทรัพย์เงินสด 1 ล้านบาท แต่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาต
โดยศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐาน ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดี เห็นว่าการกระทำตามข้อกล่าวหาส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก มีผู้เสียหายจากการบริจาคเงินมากกว่า 900,000 บัญชี และมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 900 ล้านบาท อีกทั้งมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานบุคคลหรือพยานหลักฐาน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน ประกอบกับพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายคัดค้านการประกันตัว ศาลจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวนายอธิปชั่วคราว
ภายหลังศาลมีคำสั่ง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวนายอธิปไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ส่วนน.ส.ปนัดดาถูกส่งตัวไปยังทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อเข้าสู่กระบวนการควบคุมตัวระหว่างการพิจารณาคดี
ล่าสุดทีมโฆษกประจำกรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานจากผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง ถึงผลการรับตัวและตรวจสุขภาพผู้ต้องขังทั้งสองรายว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ย. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัวนายอธิปจากศาลอาญา ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ในฐานะผู้ต้องขังระหว่างสอบสวน
ภายหลังเข้ารับตัว พยาบาลเวรได้ตรวจสุขภาพเบื้องต้น พบว่านายอธิปมีสติสัมปชัญญะดี สามารถตอบคำถามและสื่อสารรู้เรื่อง รวมถึงช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวแจ้งว่ามีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเกาต์และโรคไต โดยก่อนหน้านี้เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลสุขุมวิทเป็นเวลาประมาณ 3 ปี
ส่วนประวัติการแพ้ยาและอาหาร นายอธิประบุว่าไม่มีอาการแพ้ ขณะที่รอยฟกช้ำบริเวณร่างกายชี้แจงว่าเป็นผลจากการผ่าตัดเย็บเอ็นบริเวณต้นแขนขวา นอกจากนี้ยังปฏิเสธการสูบบุหรี่และการใช้สารเสพติด แต่ยอมรับว่าดื่มสุราบางครั้ง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวเข้ากักกันโรคผู้ต้องขังเข้าใหม่เป็นเวลา 5 วัน ณ แดน 2 หรือแดนแรกรับ ตามมาตรการของเรือนจำ
ขณะที่ น.ส.ปนัดดา ทัณฑสถานหญิงกลางรับตัวไว้เมื่อเวลา 17.00 น. ภายหลังศาลอาญามีคำสั่งฝากขังครั้งที่ 1 เป็นเวลา 12 วัน โดยเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนรับผู้ต้องขังใหม่ ทั้งการจัดทำประวัติส่วนบุคคล ตรวจร่างกาย และประเมินสภาพจิตใจโดยพยาบาลและนักสังคมสงเคราะห์
ผลการตรวจพบว่า น.ส.ปนัดดามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว และมีสภาพจิตใจโดยรวมเป็นปกติ แต่ยังมีความกังวลและเป็นห่วงลูกกับแม่ที่อยู่ภายนอก หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวเข้าแดนระหว่างการพิจารณาคดี เพื่อกักตัวตามมาตรการป้องกันโรคติดต่อ
สำหรับอาหารมื้อเย็น เจ้าหน้าที่จัดเตรียมแกงจืดวุ้นเส้นและไข่ต้มให้รับประทาน ซึ่ง น.ส.ปนัดดาสามารถรับประทานได้ตามปกติ และยังไม่ได้ร้องขอสิ่งของหรือความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ จากรายงานของกรมราชทัณฑ์ระบุว่า ผู้ต้องขังทั้งสองรายสามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมภายในเรือนจำได้ดี นอนหลับพักผ่อนได้ตามปกติ และยังไม่พบภาวะความเครียดในระดับสูงหรือความวิตกกังวลอย่างรุนแรงในคืนแรกของการถูกควบคุมตัว



















