‘อนุทิน’ แจงนัดหารือ ผบ.ตร. ไม่ใช่เรียกพบ เคลียร์ปมหลายคดี กำชับดูแลม็อบละมุนละม่อม

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

นายกรัฐมนตรีเผยนัดหารือ ผบ.ตร. และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์สำคัญ ทั้งคดีรื้อถอนโรงแรมหาดฟรีดอม จ.ภูเก็ต ปมมูลนิธิ สแกมเมอร์ และแฮกเกอร์ในยุโรป พร้อมกำชับตำรวจอำนวยความสะดวกผู้ชุมนุม ยึดหลักกฎหมาย ดูแลด้วยความละมุนละม่อม ย้ำรัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเรียกร้อง เพราะประชาชนไม่ใช่ฝ่ายตรงข้าม

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2569 ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนัดพบผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่ามีการสั่งการหรือติดตามประเด็นใดเป็นพิเศษหรือไม่ โดยชี้แจงว่า ไม่ใช่การเรียกเข้าพบ แต่เป็นการนัดหารือร่วมกัน เนื่องจากวันที่ 6-7 พ.ย. ทุกฝ่ายต่างมีภารกิจ และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์สำคัญหลายเรื่อง จึงเชิญผู้เกี่ยวข้องมาสอบถามสถานการณ์และแผนการดำเนินงาน เพื่อดูแลให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย

นายอนุทินกล่าวว่า การนำเสนอข่าวว่าเป็นการเรียก ผบ.ตร. เข้าพบนั้น อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะเป็นเพียงการนัดหมายหลังทุกฝ่ายเสร็จสิ้นภารกิจในช่วงหลังเที่ยงของวันนี้ โดยไม่ต้องรอถึงวันจันทร์ ซึ่งมีประเด็นที่ต้องหารือหลายเรื่อง ทั้งคดีที่ จ.ภูเก็ต กรณีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่รื้อถอนโรงแรมบริเวณหาดฟรีดอม เพื่อนำพื้นที่กลับคืนสู่ประชาชน ซึ่งจำเป็นต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงเรื่องมูลนิธิ สแกมเมอร์ และกรณีแฮกเกอร์ในยุโรป

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่จะเดินทางมาชุมนุม โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ใช้ความละมุนละม่อมในการดูแลผู้ชุมนุม เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่สร้างความเดือดร้อนหรือความไม่สะดวกแก่ผู้เข้าร่วม

ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่ามีคำสั่งห้ามผู้ชุมนุมเข้าใกล้ทำเนียบรัฐบาลในระยะ 50 เมตร นายอนุทินยืนยันว่า ไม่เคยมีคำสั่งห้ามประชาชนเข้าไปชุมนุม ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากสถานที่ราชการทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบรัฐบาล ศาลากลางจังหวัด หรือกระทรวงต่าง ๆ มีกฎหมายกำหนดมาตรการป้องกันความเสียหายและเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีผู้ชุมนุมปักหลักค้างคืน นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลจะดำเนินการตามสิทธิของประชาชน พร้อมรับฟังข้อเรียกร้อง หากเรื่องใดสามารถดำเนินการได้ก็จะเร่งดำเนินการ ส่วนประเด็นใดที่ยังไม่สามารถทำได้หรือมีข้อจำกัด ก็จะชี้แจงและหาแนวทางให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ชุมนุมให้มากที่สุด พร้อมย้ำว่า รัฐบาลไม่ใช่ฝ่ายตรงข้ามกับประชาชน เพราะทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน

สำหรับระยะเวลาการชุมนุม นายอนุทินระบุว่ายังไม่ทราบแน่ชัด ขณะที่ข้อเรียกร้องให้ลดราคาน้ำมันดีเซลลง 10 บาทนั้น เห็นว่าทุกอย่างต้องพิจารณาอย่างมีเหตุมีผล ส่วนจะเดินทางไปรับหนังสือหรือพบปะผู้ชุมนุมด้วยตัวเองหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องไปเองหรือไม่ไป หากมีเหตุผลและความจำเป็นก็พร้อมพบประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด เพราะทุกคนคือประชาชนที่รัฐบาลมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ

นายอนุทินยังกล่าวถึงความกังวลว่าหากมีผู้ชุมนุมจำนวนมากจะกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจภายในทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ โดยไม่ได้แสดงความกังวล พร้อมระบุว่าไม่ได้ประเมินจำนวนผู้ชุมนุมหรือมองว่าการชุมนุมจะขยายวงกว้าง เพราะถือเป็นสิทธิของประชาชน รัฐบาลมีหน้าที่อำนวยความสะดวกและรับฟังข้อเรียกร้อง ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ยอมรับว่าไม่ได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. เนื่องจากอยู่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ภาคใต้

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีฝากเตือนผู้เข้าร่วมชุมนุมให้ใช้สิทธิอย่างสงบและสันติ โดยขอความร่วมมือไม่พกพาอาวุธปืนเข้าร่วมการชุมนุม เนื่องจากการพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมาย อาจเข้าข่ายความผิดและถูกดำเนินคดีได้ จึงขอให้ทุกคนระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ส่วนภารกิจในสัปดาห์หน้า นายอนุทินเปิดเผยว่า จะมีนายกรัฐมนตรีจีนเดินทางมาเข้าพบ ก่อนที่ตนจะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ และเข้าร่วมการประชุมเอเปกที่ประเทศจีน ซึ่งถือเป็นอีกสัปดาห์ที่มีภารกิจสำคัญหลายรายการ

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img