วันก่อนมีข่าวชิ้นหนึ่งระบุว่า ตำรวจไปตรวจสอบ “พระภิกษุณี” ที่พำนักอยู่ ณ เกาะยอ จังหวัดสงขลา หลังมีคนแจ้งว่า..แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์
“เปรียญสิบ” มองว่าเรื่อง “ภิกษุณี” ในสังคมไทยเป็นเรื่องใหญ่ ที่จำเป็นจะต้อง “สังคายนา” หาทางออกกันอย่างจริงจังเสียที
เพราะเป็น “ประเด็นปัญหา” ข้อถกเถียงกันมานานนับร้อยปีว่า..ภิกษุณีขาดสายไปแล้วจริงหรือไม่
“เปรียญสิบ” ไม่มีความรู้ ด้าน พระวินัย กฎหมาย และจารีตประเพณีว่าด้วย..ภิกษุณี
“เปรียญสิบ” จำมาเหมือนกับชาวพุทธทั่วไปว่า..นางประชาบดีโคตมี เป็น “แม่เลี้ยง” ของเจ้าชายสิทธัตถะ เป็น “ภิกษุณีรูปแรก” ในพระพุทธศาสนา ตอนมาขอบวชเสมือนพระพุทธเจ้า “ไม่ค่อยเต็มใจนัก” รบเร้าอยู่หลายครั้ง

สุดท้าย “พระพุทธเจ้า” ใจอ่อน จึงยอมให้บวชภายใต้เงื่อนไข..คุรุธรรม 8 ประการ
“เปรียญสิบ” คิดว่า “เหตุผลสำคัญ” ที่พระพุทธเจ้า “ทรงลังเล” อาจด้วยเนื่อง ยุคนั้น สังคมอินเดียปฎิเสธบทบาทสตรี และเพื่อความปลอดภัยของพระภิกษุณี
อันเนื่องมาเป็นห้วงเวลานั้น “พระพุทธองค์” มุ่งเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นหลัก
หาก “พระภิกษุณี” เข้ามาบวช ทรงเป็นห่วง ทั้งเรื่องการเป็นอยู่ และอาหารการฉัน
ประเทศไทยเมื่อปี 2471 สมัยรัชกาลที่ 7 มีคน “ท้าทาย” อำนาจสงฆ์และอำนาจรัฐคือ “นายนรินทร์กลึง” หรือ “นรินทร์ ภาษิต” ให้ลูกสาว 2 คน ออกบวชเป็นภิกษุณีและสามเณรี
จน “สมเด็จพระสังฆราช” สมัยนั้น มีคำสั่งห้ามมิให้มีการบวชภิกษุณี สิกขมานา และสามเณรี โดยให้เหตุผลว่า “ภิกษุณีหมดสาบสูญขาดเชื้อสายมานานแล้ว” และนำมาสู่การจับกุมหญิงสาวทั้งสองในเวลาต่อมา
บัดนั้นจนบัดนี้ คณะสงฆ์ไทยก็อาศัยคำสั่งนี้..ห้ามบวชภิกษุณีในประเทศ เนื่องจากขาดสายไปแล้ว

“เปรียญสิบ” จะไม่ขอยก “ตัวบุคคล” มาเล่าต่อว่า ปัจจุบันใครบวชแล้ว และทำอะไรบ้าง
เพียงแต่..อยากให้มหาเถรสมาคม “ทบทวน” และขอให้สังคมไทย “หาทางออก” ให้กับ “กลุ่มพระภิกษุณี”
และรวมทั้ง..กลุ่มแม่ชี
เมื่อ “พระวินัย” ไม่อนุญาต แต่ทำไม “ศรีลังกา” บวช “ภิกษุณี” ได้ และทำไม “มหายาน” บวชภิกษุณีได้
“มหาเถรสมาคม” และ “รัฐไทย” ต้องถกหาทางออกเรื่องนี้..อย่างจริงจังเสียที
เพื่อให้ “กลุ่มสตรี” เข้ามามีบทบาท “เสริมทัพ” ให้กับ..พระพุทธศาสนา
“เปรียญสิบ” เวลาฟัง “พระเถระบางรูป” หรือ “นักวิชาการศาสนาบางคน” บอกว่า “ภิกษุณี” ขาดสายไปแล้ว..ยังพอทนฟังได้!!
แต่มีบางรูปพูดว่า..สตรีไม่เหมาะอยู่ในวัด ใกล้ชิดพระภิกษุสงฆ์
บอกตามตรง..ฟังแล้วสะอิดสะเอียน จะอ้วก!!

ยุคนี้..คนวัดรู้ มี “สตรีหลายคน” จุ้นจ้านภายใน “วัด” หรือทำตัวเป็นคุณแม่ “สั่งพระเณร” ทำโน้นนี้นั่น
จนมีเกิดคำ “ครหา” ในใจ “พระเณร” ว่าคุณมึงเป็น “โยมอุปฐาก” หรือ “เมียเจ้าอาวาส” กันแน่
ทำหน้าที่เกิน..โยมอุปถัมภ์วัด หรือ อุปัฎฐากเจ้าอาวาส
“เปรียญสิบ” จึงคิดว่า คณะสงฆ์หรือสังคมไทย..ถึงเวลาจะต้องหาทางออกเรื่อง..ภิกษุณี
ความจริง!! ปัจจุบันภิกษุณีอยู่ในประเทศไทย..คาดว่ามีหลายร้อยรูป
“เปรียญสิบ” ยังไม่เคยเห็นเรื่อง..พระภิกษุณีฉาว หรือมีผลลบต่อ..พระพุทธศาสนา
สรุป!! “เปรียญสิบ” เห็นด้วยกับการมีภิกษุณีในประเทศไทย เพียงแต่..ทำอย่างไร เมื่อ “ขาดสาย” แล้ว จะหาทางเชื่อมต่ออย่างไร หรือมี “ช่องทางอื่น ๆ” เพื่อรักษา “กลุ่มสตรีเหล่านี้” ไว้ ทำงานรับใช้พระพุทธองค์
จึงเป็นหน้าที่ของ “ทุกภาคส่วน” ช่วยกันคิดว่าจะมีหนทาง..อย่างไรบ้าง?
……………..
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย……เปรียญสิบ / [email protected]
ขอบคุณภาพ.. https://www.tcijthai.com






































