หลังเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 คนไทยฝันถึงรัฐบาลพรรคร่วม โชว์ฝีมือทำให้ประเทศไทยปลอดคอร์รัปชัน ประหยัดงบประมาณได้เกือบปีละ 5 แสนล้านบาท
เมื่อส่องดูท่าที “เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี-รมว.มหาดไทย-หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประกาศจุดยืน “มุ่งปราบทุจริตทุกรูปแบบ ไม่ประนีประนอมผู้เป็นบ่อนทำลายผลประโยชน์ของชาติ” ระดับผู้นำที่ “พูดแล้ว” ย่อมต้องรักษาคำพูด
ขณะที่บรรดาพรรคการเมือง ต่างชูนโยบายล้างบางทุจริต โดยเฉพาะ “รวมไทยสร้างชาติ” เพิ่มยาแรง “โกงชาติเท่ากับประหารชีวิต” ด้วยเครื่องตัดหัวหมา พร้อมลงคำสัตยาบันต่อต้านโกง
ในจังหวะ “สกสค.” หรือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ประเดิมตั้้งแต่ต้นปี ลงนามข้อตกลงคุณธรรม “โครงการจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียน ปีการศึกษา 69” จำนวน 150 รายการ วงเงิน 1,010 ล้านบาท ตามโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริต หรือ “ค.ป.ท.” จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ งบประมาณตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง
งานนี้ตัวแทนกรมบัญชีกลาง องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ผู้แทนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมสังเกตการณ์ทุกขั้นตอนของโครงการดังกล่าว
เหมือนเข้าไปเอกซเรย์ทั้งกระบวนการ จุดไหนมีพิรุธ “ผู้สังเกตการณ์” ทักท้วงให้แก้ไขได้ทันที โดยที่หน่วยงานต้องเคลียร์คัตชี้แจงได้ด้วย ป้องกันการ “ล็อกสเปก” TOR

หากย้อนรอยในอดีต “ดิศกุล เกษมสวัสดิ์” รองเลขาธิการ สกสค. ยอมรับถึงองค์กรนี้ เผชิญมรสุมฟ้องร้องบ่อยมาก เมื่อประเดิมเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรมเป็นครั้งแรก ประเดิมฉีดวัคซีนป้องกันปัญหาซ้ำรอยประวัติศาสตร์ สร้างกลไกความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง
ปิดตำนานคาวที่เคยเกิดขึ้น พร้อมตัดหลังขบวนการโกง จนทำให้ส่งมอบหนังสือตำราเรียนให้นักเรียนไม่ได้ เพราะโครงการสะดุด มีการฟ้องร้องกันไปมา มีปัญหาแทบทุกปี
ไม่น่าเชื่อว่าโครงการ ค.ป.ท. เดินหน้าทำทุกปีงบประมาณ ผ่านกรมบัญชีกลางคัดเลือกโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐตามวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท ทำข้อตกลงคุณธรรมเฉลี่ยนปีละ 20-25 โครงการ เปรียบเหมือนสาดแสงแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรค
สมมติมูลค่ารวม 2 แสนล้านบาทต่อปี เมื่อ TOR ไม่ถูกล็อกสเปก การแข่งขันเป็นธรรม ราคาประมูลย่อมลดลงจากราคากลางเฉลี่ย 15-22%
โดยไม่ต้องคิดถึง 30% ตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตั้งแท่นโกงตั้งแต่เริ่มพิมพ์อักษรตัวแรกของโครงการนั้นๆ ก็ป้องกันเงินรั่วไหลได้ถึง 3-4.4 หมื่นล้านบาทต่อปี เพียงพอสร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ หรือโรงเรียนขนาดใหญ่ได้สบายหลายแห่ง
ขอฉายภาพให้เห็น “ข้อตกลงคุณธรรม” ที่ผนึกพลังสามฝ่าย ประกอบด้วย หน่วยงานเจ้าของโครงการนั้น ๆ -ผู้ประกอบการที่เข้าประมูล-ผู้สังเกตการณ์อิสระจากกรมบัญชีกลาง รวมถึงจากภาคประชาชนองค์กรปราบโกง
นับจากนี้เชื่อว่า กระแสสังคมจะกดดันให้ความโปร่งใสไม่ใช่เป็นทางเลือก แต่กลายเป็นภาคบังคับสำหรับโครงการที่มีวงเงินสูงและผลกระทบวงกว้าง จนเข้าสู่ยุค “ตรวจสอบเชิงรุก”
“รัฐบาลผสมชุดใหม่” โดยเฉพาะที่คาดกันว่า “นายกฯ หนู” กลับมาเป็นผู้นำเบิ้ลอีกครั้ง ต้องกล้าหาญเน้นตรวจสอบระหว่างทาง มากกว่าตรวจสอบหลังเกิดเหตุ
แค่ป้องกันคอร์รัปชันได้ 100% ความเชื่อมั่นของนักลงทุนก็กลับมา เศรษฐกิจพลิกฟื้นโดยอัตโนมัติ หลังจากนั้นถึงปรับโครงสร้างประเทศ
……………………………….
คอลัมน์ : ไขกุญแจ-ไขแหลก
โดย #ราษฎรเต็มขั้น



















