“เปรียญสิบ” เห็น สังฆราโชบาย 12 ข้อ พร้อมกับตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน…ขออนุโมทนา ส่วนจะรอดหรือไม่รอด ขายฝันเหมือน “นักการเมือง” หรือจะเป็น ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ จะ“ล่มปากอ่าว” หรือไม่…กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์
หลายปีมานี้ “มส.” กลายเป็นหมู่บ้าน “กระสุนตก” ถูกมองว่า เป็น “ศาลพระภูมิ” ทำงานก็ “โดนว่า” ไม่ทำก็หาว่า เลี้ยง “เปลืองข้าวสุก” ชาวพุทธไทย ทั้งพระสงฆ์และฆราวาส เวลา “จับผิด” หรือ “วิพากษ์” นโยบายด้วยชินกับ “สันดานไพร่” มักพุ่งเป้าที่ “ตัวบุคคล” ใน “มส.” มากกว่าวิพากษ์นโยบายหรือระบบ!!

“เปรียญสิบ” เวลาชาวพุทธไทย “บางกลุ่ม” ไปโจมตีเรื่อง “ตราฮาลาล” ของศาสนาอิสลาม รู้สึกเฉย ๆ และทั้งแอบยกย่องว่า “กก.อิสลาม” ด้วยว่า ฉลาด…หาเงินเป็น!!
“เปรียญสิบ” จึงบอกมาตลอดว่า “องค์กร มส.” ต้องหาเงินเป็น
อย่า!! ปากว่าตาขยิบ “พระไม่รับเงิน-ไม่จับเงิน” คนเขาจะนินทาเอาได้ว่า เป็น “ฤษีกินเหี้ย”
“เปรียญสิบ” ในหลักการ จึงเห็นด้วยกับสังฆราโชบายทั้ง 12 ข้อ เพียงแต่บางข้อ อาจต้องพบกันครึ่งทาง เช่น เรื่อง “วัตถุมงคล” ถูกแล้ว “ต้องลด” ไม่จำเป็น “ต้องเลิก” เพียงแต่ “ต้องควบคุม” ต้องถือคติ “ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม”
“เปรียญสิบ” เคยเสนอไม่เฉพาะ “วัตถุมงคล” เท่านั้น ที่ต้อง “ควบคุม” แม้แต่ “อัฐบริขาร” ประเภท จีวร สบง บาตร ก็ต้อง “ควบคุม” โดยผ่านระบบ “คณะกรรมการ”

คณะกรรมการชุดนี้ อาจอยู่ภายใต้ “คพช.” หรือ “มส.” ก็ได้ แต่การบริหารต้อง “คล่องตัว” หน้าที่หลักคือ มีหน้าที่ “อนุญาต” การสร้าง “วัตถุมงคล” และพิจารณา “วัตถุประสงค์” ให้ชัดเจนว่า เป็นไปตาม “พุทธคุณ-ศิลปะ” ตามโบราณประเพณีหรือไม่
มิใช่สร้างแล้ว…ส่อไปทาง “พุทธพาณิชย์” ปั่นราคานำมาซึ่ง “พระรวย-เซียนพระมั่งคั่ง” ยุคนี้สื่อต่างชาติจึงตราหน้า “พระภิกษุ” บางรูปว่า ร่ำรวย มั่งคั่ง และเป็นพระมาเฟีย
“พระบางรูป” ใช้ชีวิตส่วนทางกับ “คำสั่งสอน” ของพระสมณโคดม นอกจาก “ห่มเหลือง” แล้ว ไม่เหลือความเป็น “พระภิกษุ” ในพระพุทธศาสนาเลย..

ขณะที่ “องค์กร มส.” ต้องดูแล “พระภิกษุ-สามเณร” วัดทั่วประเทศ ไม่มี “งบประมาณ” เป็นของตัวเองเลย เว้น “ศาสนสมบัติกลาง” และ “กองทุนวัดช่วยวัด” ซึ่งก็ไม่รู้ว่า เงินเข้า เงินเหลือ เงินออกเท่าไร และจัดการกันอย่างไร!!
ทุกวันนี้ “วัดเล็กวัดน้อย” ในต่างจังหวัด “ไร้คนทำบุญ” วัดร้าง ติดหนี้ ค่าน้ำ ค่าไฟ บางวัดอาหารไม่พอฉัน หรือ “พระภิกษุ-สามเณร” บางรูป ไม่มี “ทุนการศึกษา” มหาเถรสมาคมทำเป็น “ไม่รู้ร้อน” ไม่ได้
“เปรียญสิบ” มองว่า “โลกยุคใหม่” คณะสงฆ์ปฎิเสธระบบ “เงิน” ไม่ได้ และองค์กร “มส.” มีหน้าที่ต้องดูแล “สังฆมณฑล” อย่าให้ “พระหนุ่มเณรน้อย” มองว่าเป็นองค์กร..ไร้ค่า

“เปรียญสิบ” ย้ำอีกครั้งว่า “มส.” ต้อง “หาเงิน” เพื่อใช้ในกิจการพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ให้เป็น!! ลำพัง “แบมือขอ” จากรัฐบาล หรือตัด “นิตยภัต” พระสังฆาธิการฝ่ายเดียวระยะยาวไม่รอด!!
ทุกวันนี้ชาวบ้านมอง “พระรวย -วัดมั่งคั่ง” แต่ พระพุทธศาสนาโดยรวม “อ่อนแอ”
“เปรียญสิบ” ในฐานะชาวพุทธอายมากเมื่อ “พระสงฆ์ไทย” ถูกตราหน้าว่าเป็น..พระมาเฟีย
“เปรียญสิบ” จึงเห็นด้วยกับ “สังฆราโชบาย” 12 ข้อ เพื่อ “กวาดวัด” และ “ปฎิรูปองค์กร” ของตนเอง!!
………………
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย……เปรียญสิบ / [email protected]



















