หน้าแรกCOLUMNISTS“เอกชน”ลุ้น“รัฐบาลชุดใหม่-อนุทิน 2” ผลักดันการลงทุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

“เอกชน”ลุ้น“รัฐบาลชุดใหม่-อนุทิน 2” ผลักดันการลงทุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ตีฆ้องร้องป่าวกันหนักหนาว่า เศรษฐกิจไทยเวลานี้ หายไข้ พ้นจากห้องไอซียู แล้วเตรียมตัวที่จะวิ่งสู้ไปสู่เส้นชัยของการเติบโตในระดับ 3% พลัส

ขณะที่ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯและรมว.คลัง ขอปาราวนาตัวเอง เป็น “หมอเอก” ที่บอกว่า “วันนี้ คนป่วย หรือประเทศไทย ได้ออกจากไอซียูแล้ว”

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่นาน สื่อนอกยักษ์ใหญ่อย่าง “ไฟแนนเชียล ไทมส์” เรียกไทยว่า เป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” จากที่เคยเป็นเสือเศรษฐกิจ มานานหลายปี

เพราะปัญหาเชิงโครงสร้างสารพัด ทั้งสังคมผู้สูงวัย ทั้งปัญหาเรื่องเงิน ที่จัดทำงบประมาณแบบขาดดุลมานานนับสิบปี เพราะรายจ่ายมีมากกว่ารายได้ทุกปี

มาวันนี้ “หมอเอก” บอกว่า โจทย์ต่อไป จะทำอย่างไรให้ “คนป่วย” กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง โดยต้องเริ่มให้ออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการ “วิ่ง”

ด้วยเพราะ…“สภาพัฒน์” ที่เป็นมันสมองของประเทศ ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจจริงในไตรมาสสุดท้าย และทั้งปี 68 ที่ผ่านมา รวมถึงคาดการณ์ในปี “ม้าไฟ”

สภาพัฒน์ยืนยันว่า ในมิติของคนประเมินตัวเลข ก็แปลกใจว่า ทำไมเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายถึงวิ่งฉิว มากกว่าที่คาดไว้เป็นการภายในแค่ 1% เท่านั้น

แล้วอะไร? เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โตเกินคาด แล้วที่โตขึ้นนั้น เป็นตัวเลขจริง หรือปลอม? นี่เป็นคำถามที่หลายฝ่ายคาใจ!!

เพราะตัวเลขที่สภาพัฒน์ประกาศออกมานั้น พบว่า เศรษฐกิจหรือจีดีพี ในไตรมาสสุดท้ายของปี 68 น่ะ โตขึ้นถึง 2.5% ทีเดียว แม้ก่อนหน้านี้ “เอกนิติ” จะออกมาบอกว่า เติบโตเพียง 1.8% ก็ตาม

จึงไม่ต้องแปลกใจ ที่ตัวเลขที่ออกมาครั้งนี้ ทำเอา “เซียน” หลายสำนัก ไม่มีปากกาใช้ไปตาม ๆ กันทีเดียว!!
สภาพัฒน์ยืนยันว่า ตัวเลขเศรษฐกิจที่เติบโตได้ขนาดนั้น มาจากเรื่องของการ “ลงทุน” เป็นปัจจัยหลัก ไม่ใช่มาจากการอัดเงินในมาตรการคนละครึ่งพลัส หรือมาจากการส่งออก ที่โดดเด่น

ที่สำคัญ…ไม่ใช่เป็นการตีตัวเลขให้ฟู  หรือเมกตัวเลขให้ดูดี เพื่อเอาอกเอาใจใครทั้งนั้น แต่เป็นตัวเลขที่ปรากฎออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด

สภาพัฒน์ย้ำว่า ตัวเลขในไตรมาสสุดท้ายที่ 2.5% เป็นผลมาจากการเร่งตัวขึ้นค่อนข้างแรงของเครื่องชี้ในหลายตัว โดยเฉพาะภาคก่อสร้าง ที่ขยายตัวได้ถึง 11.2%

ไม่เพียงเท่านี้การลงทุนของภาครัฐ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยขยายตัวได้ถึง 13.3% เป็นผลมาจากมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของหน่วยงานราชการต่าง ๆ

ขณะเดียวกันการลงทุนของภาคเอกชนเอง ก็ขยายตัวได้มากถึง 6.5% ซึ่งก็เป็นผลมาจากการล้างท่อ โดยใช้นโยบาย BOI Fast Pass ที่ทำให้โครงการที่เอกชนขอ “บีโอไอ” ไว้ ไหลออกมาบ้าง แม้ยังไม่ทั้งหมดก็ตาม

ด้วยเหตุนี้… จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ในปี 69 นี้ ถ้า “เอกนิติ” ได้นั่งเก้าอี้รองนายกฯและรมว.คลัง ต่อเนื่อง แผนล้างท่อทั้ง 80 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4.8 แสนล้านบาท นี้จะเดินหน้าทะลวงอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน “การลงทุน” จะกลายเป็น “พระเอก” ของการ “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ต่อจากนี้ ทั้งในส่วนของภาครัฐ ทั้งในส่วนของภาคเอกชน เพื่อให้ประเทศไทยที่ร้างราการลงทุนมานาน กลับมาผงกหัวได้อีกครั้ง

โดยเฉพาะการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ทั้งสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล ทั้งยานยนต์สมัยใหม่ ทั้งอุตสาหกรรมอาหารสมัยใหม่ และอีกมากมาย

เมื่อดูความตั้งใจของ “หมอเอก” แล้ว งานนี้ก็ต้องขอสนับสนุน เพราะเป็นทิศทางที่จะทำให้ประเทศไทยออกวิ่งได้  หากรอแต่การส่งออก หากรอแต่การท่องเที่ยว หากรอแต่การบริโภค ก็มีแต่ความเสี่ยง

แต่! ปัญหาใหญ่ ที่จะดึงดูดนักลงทุนได้ ก็คือความต่อเนื่องของนโยบาย ความมีเสถียรภาพของรัฐบาล!

แต่เวลานี้ … ต้องยอมรับว่า หลายคนกำลังไม่มั่นใจกับปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสารพัดเรื่องที่เกิดกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา

หากทุกอย่าง ยังเป็นเช่นนี้ต่อ ไม่มีความชัดเจน ไม่มีการรับรองผลการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลยังไม่สิ้นสุดโดยเร็ว ก็เท่ากับว่า… โอกาสที่ “หมอเอก” จะผลักดันให้คนไข้ออกวิ่ง ก็อาจน้อยลงไปเช่นกัน!

…………….

คอลัมน์ : EC Focus by Virgo

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img