หน้าแรกCOLUMNISTSเมื่อ“สหรัฐฯ”โจมตี-บุกยึด“เวเนซุเอลา” ไม่สะเทือน“ราคาน้ำมัน”-ไทยไม่กระทบ

เมื่อ“สหรัฐฯ”โจมตี-บุกยึด“เวเนซุเอลา” ไม่สะเทือน“ราคาน้ำมัน”-ไทยไม่กระทบ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

เหตุการณ์ที่สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ในกรุง Caracas ประเทศเวเนซุเอลา และ เข้าจับกุมประธานาธิบดี “นิโคลัส มาดูโร” แห่งเวเนซุเอลา เพื่อนำตัวขึ้นพิจารณาคดีค้ายาเสพติดในศาลสหรัฐฯ และเข้าบริหารประเทศเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว ระหว่างรอการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลชุดใหม่

หนึ่งในความกังวลของทั่วโลกคือ จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกหรือไม่ เพราะ “เวเนซุเอลา” เป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) แต่กลับพบว่า “ตลาดน้ำมันโลกไม่ได้สะเทือนแถมราคาลดลงด้วย”

เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น สาเหตุมาจาก “เวเนซุเอลา” ไม่ได้มีบทบาทในตลาดน้ำมันโลกเท่าไหร่ แม้จะเป็นสมาชิก OPEC แต่การผลิตในปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของกำลังผลิตน้ำมันที่ป้อนออกมา

และการที่ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ของสหรัฐฯ ได้บอกไว้ว่า บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ จะเข้ามาช่วยฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลาจากที่ถูกทิ้งร้างมานาน ดังนั้นกำลังผลิตของเวเนซุเอลาที่ออกมาป้อนตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นอีกด้วยในอนาคต ทำให้กำลังการผลิตของโลกก็ล้นแล้วล้นอีกได้เช่นกัน จากปัจจุบันข้อมูลจากองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency : IEA) ระบุไว้ว่า ตอนนี้กำลังผลิตน้ำมันก็เกินความต้องการอยู่แล้วถึง 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์

มาดูว่าอะไรเกิดขึ้นใน “เวเนซุเอลา” ที่มีสำรองน้ำมันสูงที่สุดในโลก น่าจะเป็นเศรษฐีน้ำมันของโลก เป็นประเทศร่ำรวย คนกินดีอยู่ดี แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น จากที่เคยมีกำลังผลิตสูงถึง 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2541 แต่ต่อมาเมื่อ “นิโคลัส มาดูโร” ก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี ก็มีนโยบายที่ไม่เอื้อต่อการส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติในการพัฒนาปิโตรเลียมขึ้นมาใช้

โดย สั่งให้ “บริษัทน้ำมันเอกชนทุกแห่ง” ควบรวมกิจการกับ PDVSA บริษัทน้ำมันแห่งชาติของเวเนซุเอลา การบริหารงานที่เน้นการรักษาฐานอำนาจตนเอง ทำให้ประเทศนี้ไม่มีเงิน นักลงทุนถอนตัวออก ที่มีอยู่ก็ลดการลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ หยุดชะงัก

ทุกวันนี้กำลังผลิตเหลือไม่ถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขาดแคลนพลังงาน ไฟฟ้าดับบ่อย เศรษฐกิจถดถอย ตรงนี้ “เวเนซุเอลา” น่าจะเป็นบทศึกษาในการวางนโยบายพลังงานของไทยและทั่วโลก ทำอย่างไรให้สมดุล ยั่งยืน ประเทศมั่นคง และก้าวต่อไปได้ ที่สำคัญควรเป็นบทเรียนของผู้ที่จะมาเป็นผู้นำประเทศคนต่อไปของไทยด้วย

มาดู “ราคาน้ำมัน” หลังจากนี้กัน เมื่อบริบทเป็นอย่างนั้น เหตุการณ์บุกเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 ม.ค.69 ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจโลกพัง หรือไม่ได้ทำให้น้ำมันหายไปจากตลาด ราคาน้ำมันปีนี้ จึงไม่ได้ผิดไปจากที่คาดการณ์ไว้

“กูรูวงการพลังงาน” วิเคราะห์ให้ฟังว่า เมื่อสถานการณ์สหรัฐฯ-เวเนซุเอลาไม่ได้กระทบกับราคาน้ำมันตลาดโลก ราคาน้ำมันดิบดูไบทั้งปี จะยังอยู่ที่คาดการณ์เดิม คือ ค่อนไปทางต่ำ หรือ ระดับ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดีเซล 75-85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เบนซิน 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) 450-500 ดอลลาร์ต่อตัน ประกอบกับไทยเองก็ไม่ได้ใช้น้ำมันจากเวเนซุเอลา แต่ใช้น้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียยิ่งไม่กระทบกับไทย

ปัจจัยที่จะกระทบคือ กรณีรัสเซีย-ยูเครนมากกว่า ซึ่งยังไม่สงบดี และไม่รู้จะปะทุขึ้นมาวันไหน เหมือนที่เคยเกิดมาแล้วในปี 2565 ที่ราคาน้ำมันดิบ ICE Brent เฉลี่ยเดือน ก.พ.65 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 8.47 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 93.95 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากรัสเซียเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบอันดับต้น ๆ ของโลก ทำให้ราคาพลังงานอื่น ๆ ขึ้นตาม เช่น ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่เราใช้ผลิตไฟฟ้า จนทำให้ค่าไฟของเราพุ่งขึ้น

เมื่อไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน สถานะ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ที่คอยพยุงราคาน้ำมันอยู่ ก็ไม่น่าจะติดลบเพิ่ม คาดว่าน่าจะเปลี่ยนจากตัวแดงที่เคยติดลบ เป็นบวกได้ในสิ้นเดือนม.ค.69 นี้

จากสถานะ ณ วันที่ 4 ม.ค.69 ติดลบ 4,788 ล้านบาท แยกเป็นบัญชีน้ำมันที่เป็นบวกอยู่ 34,573 ล้านบาท ส่วน LPG ติดลบ 39,361 ล้านบาท

ในส่วนของ LPG น่าจะติดลบไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่ยังมีนโยบายยังตรึงราคากันอยู่ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กก. ซึ่งก็มีการต่ออายุการตรึงราคามาเรื่อย ๆ ล็อตล่าสุดถึง 31 มี.ค.69 “รัฐบาลใหม่” มาก็คงจะตรึงต่อแน่นอน บ้านใครใช้ LPG เกินกว่าราคาที่ตรึง หรืออยู่ ๆ ร้านมาเก็บเพิ่มอ้างว่า LPG ปรับราคา ก็ต้องมีคำถามไปยังร้านและผู้ค้ากันหน่อยว่าส่วนที่เพิ่มมาจากอะไร ??

อย่างล่าสุดหลังปีใหม่มาร้านขาย LPG ขอปรับราคาเฉยราว ๆ 10 บาทต่อถัง 15 กก.ทั้งที่นโยบายยังคงตรึงราคาอยู่ ถามไปมาถึงรู้ว่า LPG “ผู้ค้ารายใหญ่” ไปปรับราคา 18 สตางค์ต่อ กก. ทำให้ “กระทรวงพลังงาน” ต้องเบรคกันไป เพราะไม่เช่นนั้น “ราคาข้าวแกงและอื่นๆ” จะขยับตามมโหฬาร

แล้วจะมีนโยบายตรึงราคา LPG ไปเพื่อ??? แทนที่จะหาเสียงกันได้เต็มที่ว่า มีนโยบายตรึงราคา LPG ช่วยเหลือประชาชน ช่วยค่าครองชีพประชาชน กลับจะถูก กร่นด่าเปล่า ๆ ว่านโยบายกับปฏิบัติไม่ได้ไปด้วยกัน

…………………………………

คอลัมน์ : เข็มทิศพลังงาน

โดย…“ศรัญญา ทองทับ”

สนับสนุนโดย…บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) 

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img