Agroforestry for Combat Climate Crisis
“…..ปัจจุบัน วนเกษตรในประเทศไทย เป็นระบบที่มีความหลากหลายซึ่งผสมผสานต้นไม้เข้ากับพืชผล และปศุสัตว์ เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งมักใช้เป็นทางเลือกแทนที่การทำเกษตรเชิงเดี่ยว….”
วนเกษตร Agroforestry คือ การผสมผสานต้นไม้ และพุ่มไม้เข้ากับพืชผล และ/หรือ ระบบปศุสัตว์อย่างตั้งใจ Practice of Intentionally Integrating Trees & Shrubs with Crops and/or Livestock Systems อันถือเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพสูงโดยอิงธรรมชาติ Highly Effective & Nature-Based Approach เพื่อบรรเทา Mitigate, ชะลอ Slow Down และปรับตัวเพื่อรับมือกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Adapting to the Impacts of Climate Change ..
ปัจจุบัน เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่า วนเกษตร Agroforestry มีบทบาทสำคัญยิ่งในการชะลอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Slowing Climate Change ซึ่งโดยหลักแล้ว ได้แก่ การกักเก็บคาร์บอน Carbon Sequestration และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Reduced Emissions ..

ต้นไม้ และพืชไม้เนื้อแข็ง Trees & Woody Plants สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ Atmospheric Carbon Dioxide : CO2 ได้อย่างยอดเยี่ยมผ่านการสังเคราะห์แสง Photosynthesis และกักเก็บไว้ในชีวมวลเหนือพื้นดิน Above-Ground Biomass โดยลำต้น Trunk, กิ่งก้าน Branches และชีวมวลใต้ดิน Below-Ground Biomass โดยราก Roots .. ทั้งนี้ รากที่ลึก Deep Roots และวัตถุอินทรีย์สารจากต้นไม้ Organic Matter from the Trees ช่วยเพิ่มปริมาณคาร์บอนอินทรีย์สารในดิน Soil Organic Carbon: SOC ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับระบบการปลูกพืช หรือเลี้ยงสัตว์แบบเดิม Compared to Conventional Cropping or Grazing Systems ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากดินที่อุดมสมบูรณ์ Healthy Soil คือ แหล่งดูดซับ Absorbing Sources ในฐานะอ่างกักเก็บคาร์บอนขนาดใหญ่ของโลก Massive Global Carbon Sink ..
จนถึงวันนี้ ทั่วโลกมีป่าวนเกษตรอยู่หลายประเภท Many Different Types of Agroforests Globally ได้แก่ ระบบวนเกษตรศาสตร์ Agrisilvicultural Systems ที่ผสมผสานต้นไม้ Trees และพืชผล Crops, ระบบป่าวนเกษตรปศุสัตว์ Silvopastoral Systems รวมถึง ระบบวนเกษตร Agroforestry Systems อันเป็นชื่อที่ใช้เรียกทั่วไป ซึ่งอาจจะมีทั้ง ต้นไม้ Trees, พืชผล Crops, การเลี้ยงสัตว์น้ำ Aquaculture, การเลี้ยงผึ้ง Beekeeping และการทำปศุสัตว์ Livestock มาพร้อมด้วย ซึ่งเรียกเป็นประเภทเฉพาะว่า ระบบวนเกษตรป่าไม้ การเกษตร และการปศุสัตว์ Agrosilvopastoral Systems ..
นอกจากนั้น ยังมีตัวอย่างอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบวนเกษตร Agroforestry Systems ได้แก่ การปลูกพืชแบบซอยแยกแปลง Alley Cropping, แนวกันลม Windbreaks, การทำฟาร์มป่าไม้ Forest Farming, การเพาะเลี้ยงปลา Fish Farming และแนวกันชนป่าริมฝั่งแม่น้ำ Riparian Forest Buffers .. ระบบเหล่านี้ มีตั้งแต่แบบดั้งเดิม Traditional, ขนาดเล็ก Small-Scale และแบบพื้นเมือง Indigenous Practices ไปจนถึงวนเกษตร Agroforestry ที่เป็นการดำเนินการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ Large-Scale Commercial Operations อีกด้วย ..
แม้จะมีรูปแบบที่หลากหลาย แต่ระบบวนเกษตรทั้งหมด All Agroforestry Systems ก็มีลักษณะร่วมกันอย่างหนึ่ง นั่นคือ ต้นไม้ และพืชพันธุ์ รวมทั้งปศุสัตว์ Trees, Plants & Livestock จะถูกนำมาผสมผสาน และดูแลรักษาอย่างตั้งใจในภูมิทัศน์ทางการเกษตร Agricultural Landscapes .. ต้นไม้ และปศุสัตว์ Trees & Livestock เหล่านี้ สามารถช่วยปรับปรุงดิน Help to Enrich Soils, ผลิตพลังงาน Energy Production, เพิ่มผลผลิต Boost Yields, ป้องกันพืชผล และปศุสัตว์จากสภาวะอากาศที่รุนแรง Buffer Crops & Livestock from Climate Extremes, กระจายรายได้ Diversify Incomes และสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ Support Biodiversity ..
นอกจากนี้ ยังมีความหวังอย่างมากว่า ระบบวนเกษตร Agroforestry Systems คือ พันธมิตรที่มีคุณค่าในการรับมือกับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Valuable Ally in Tackling Climate Crisis โดยสามารถดูดซับคาร์บอนได้มากถึง 1.8-4.1 กิกะตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี GT CO2e per Year ทั่วโลก .. ทั้งนี้ แม้ด้วยศักยภาพที่มากถึงระดับนี้ แต่ระบบวนเกษตร Agroforestry Systems ที่มุ่งเน้นต่อสู้กับการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศ Combating Climate Change กลับยังไม่ได้รับความสนใจจากทั่วโลกเท่าที่ควร ซึ่งอาจเนื่องมาจากความซับซ้อนในการนำไปปฏิบัติ Complexity of Implementation, การขาดการสนับสนุนจากนโยบาย และเงินทุน Lack of Policy & Funding Support และการขาดการรับรู้ในวงกว้าง Lack of Widespread Awareness แม้ว่า พวกมันจะมีศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจก Potential to Reduce Greenhouse Gas Emissions, การเพิ่มความยั่งยืนทางอาหาร Enhance Food Sustainability และการกักเก็บคาร์บอน Sequester Carbon ไปพร้อมด้วยก็ตาม ..

อย่างไรก็ตาม ระบบวนเกษตร Agroforestry Systems มีความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจนสำหรับอนาคต Demonstrably Economically Feasible for the Future โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำนึงถึงต้นทุน และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น Considering the Increased Costs & Risks จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม Climate Change in Conventional Agriculture ..
ความยั่งยืนทางการเงินของระบบวนเกษตร Financial Sustainability of Agroforestry Systems มาจากความสามารถในการกระจายรายได้ Ability to Diversify Income, ลดต้นทุนปัจจัยการผลิต Reduce Input Costs และเพิ่มความยืดหยุ่น และเพิ่มผลผลิตในระยะยาว Increase Long-Term Resilience & Productivity เมื่อเทียบกับระบบการปลูกพืชเชิงเดี่ยว Monoculture Systems ..
ความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจของระบบวนเกษตร Economic Feasibility of Agroforestry วัดจากมูลค่าปัจจุบันสุทธิ Net Present Value : NPV และอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน Benefit-Cost Ratio : BCR ในระยะเวลาอันยาวนาน เช่น 10-30 ปี .. การศึกษาต่าง ๆ ในสถาบันวิจัยทั่วโลก แสดงให้เห็นอย่างต่อเนื่องว่า ระบบวนเกษตรที่มีการจัดการที่ดี Well-Managed Agroforestry Systems มักมีค่า NPV และ BCR สูงกว่าระบบการปลูกพืชเชิงเดี่ยว Monoculture Systems โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำนึงถึงต้นทุน และผลประโยชน์ทั้งหมด All Costs and Benefits รวมทั้งเมื่อคำนึงถึงผลประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม Environmental Benefits ไปพร้อมด้วย ..
ทั้งนี้ ความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ Economic Feasibility ของระบบวนเกษตร Agroforestry นั้น สรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ดังนี้ :-
1. การกระจายแหล่งรายได้ Diversification of Income Streams : ข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจหลัก Core Economic Advantage คือ การกระจายความเสี่ยงโดยการผลิตสินค้าที่ขายได้หลากหลายชนิดจากที่ดินผืนเดียวกัน ได้แก่ รายได้ระยะสั้น Short-Term Income จากพืชผลประจำปีในการปลูกพืชแบบแยกส่วน หรืออาหารสัตว์/ปศุสัตว์คุณภาพสูงในทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ สามารถสร้างรายได้ในช่วงสองสามปีแรกได้เป็นอย่างดี ขณะที่รายได้ระยะกลาง Medium-Term Income จะได้จากผลผลิตที่เป็นไม้ผล Fruits, ถั่ว Nuts, ชีวมวล Biomass หรือผลิตภัณฑ์จากป่าที่ไม่ใช่ไม้ Non-Timber Forest Products เช่น เห็ด Mushrooms หรือสมุนไพร Medicinal Herbs และผลผลิตอื่น ๆ จากต้นไม้ Trees เป็นต้น .. ขณะที่รายได้ระยะยาว Long-Term Income นั้น ไม้แปรรูปมูลค่าสูง High-Value Timber จะให้ผลตอบแทนก้อนใหญ่ในอีกหลายทศวรรษต่อมา เปรียบเสมือนบัญชีออมทรัพย์ธรรมชาติ Natural Savings Account หรือการลงทุนของเกษตรกร Capital Investment for the Farmer .. ทั้งนี้ ในตลาดพรีเมียม Premium Markets ซึ่งหมายถึง ผลิตภัณฑ์จากระบบที่ยั่งยืน และบูรณาการ Products from Sustainable & Integrated Systems นั้น มักมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับราคาพรีเมียม Qualify for Premium Pricing ในตลาดผู้บริโภคที่กำลังเติบโตซึ่งมองหาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Seeking Eco-Friendly Products ..
2. ลดต้นทุนปัจจัยการผลิตReduction in Input Costs : ต้นไม้ Trees ช่วยเสริมสร้างบริการของระบบนิเวศตามธรรมชาติ ลดความจำเป็นในการใช้ปัจจัยการผลิตจากภายนอกที่มีต้นทุนสูงโดยตรง ได้แก่ ต้นทุนปุ๋ยลดลง Lower Fertilizer Costs โดยต้นไม้ตรึงไนโตรเจน Nitrogen-Fixing Trees เช่น พืชตระกูลถั่ว Legumes เป็นต้นนั้น ช่วยปรับปรุงดิน Enrich the Soil, ลดความจำเป็นในการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนสังเคราะห์ Reducing the Need for Synthetic Nitrogen Fertilizers ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักก่อนหน้านี้ ขณะที่ต้นทุนยาฆ่าแมลง และสารกำจัดวัชพืชลดลง Lower Pesticide & Herbicide Costs ตลอดจนความหลากหลายทางชีวภาพที่เพิ่มขึ้น Increased Biodiversity ช่วยควบคุมศัตรูพืช และโรคพืชตามธรรมชาติ Control Pests & Diseases, ลดความจำเป็นในการใช้สารเคมี Lowering the Need for Chemical Applications .. ทั้งนี้ คาดหมายได้ว่า ต้นทุนการชลประทานลดลง Lower Irrigation Costs ตามมาพร้อมด้วยจากการที่ยอดไม้ให้ร่มเงา Tree Canopy Provides Shade, ลดการระเหยของน้ำจากดิน Reducing Water Evaporation from the Soil, รากที่หยั่งลึก Deep Roots ช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดิน และการซึมของน้ำ Improve Soil Structure & Water Infiltration นำไปสู่การกักเก็บความชื้นได้ดีขึ้น Better Moisture Retention และลดความจำเป็นในการชลประทานในช่วงฤดูแล้ง Less Need for Irrigation during Dry Periods ..
3. ผลผลิต และเสถียรภาพระยะยาวLong-Term Productivity & Stability : ระบบวนเกษตร Agroforestry Systems ได้รับการออกแบบเพื่อความมั่นคง และความยืดหยุ่น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ระยะยาวที่มั่นคง Stable Long-Term Revenue ได้แก่ ระบบวนเกษตร Agroforestry Systems หลายระบบ มีค่าอัตราส่วนเทียบเท่าที่ดินที่สูงขึ้น Higher Land Equivalent Ratio : LER มากกว่า 1.0 หมายความว่า ผลผลิตรวมของพืชผล และพืชอาหารสัตว์ Production of Crops & Forage และผลผลิตจากต้นไม้บนผืนดิน Tree Products on a Given Area of Land จะสูงกว่าการปลูกแยกกันบนพื้นที่รวมเดียวกัน Growing Isolated Plants on the Same Common Land .. นอกจากนั้นแล้ว องค์ประกอบของต้นไม้ จะช่วยปกป้องพืชชั้นล่าง และพืชอาหารสัตว์จากสภาวะอากาศที่รุนแรง Climate Extremes, ป้องกันความเสียหายจากลม Wind Damage, ความเครียดจากความร้อน และภัยแล้ง Heat Stress & Drought ทำให้มั่นใจได้ว่า ผลผลิตจะมีเสถียรภาพมากขึ้น Ensuring More Reliable Production ขณะเมื่อการทำพืชเชิงเดี่ยว Monoculture Crops ต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่อความล้มเหลว Risk of Failure .. เสถียรภาพที่เกิดขึ้นเหล่านี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในสภาพภูมิอากาศที่ผันผวน Increasingly Valuable in a Volatile Climate ..
ในภาพรวมจากนี้ไป คาดว่า ศักยภาพทางเศรษฐกิจของวนเกษตร Economic Viability of Agroforestry จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากในอนาคตอันเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศโลก และแนวโน้มของตลาด ในขณะที่ตลาดโลกกำลังพัฒนากลไกเพื่อตอบแทนการปฏิบัติที่ยั่งยืน Global Markets Develop Mechanisms to Reward Sustainable Practices ซึ่งวนเกษตร Agroforestry สามารถปลดล็อกช่องทางการสร้างรายได้ใหม่ ๆ ได้ .. ระบบวนเกษตร Agroforestry Systems สามารถกักเก็บคาร์บอนในชั้นบรรยากาศจำนวนมาก Storing Significant Amounts of Atmospheric Carbon ทั้งในชีวมวลไม้ และในดิน Woody Biomass & the Soil ส่งผลให้เกษตรกร Farmers มีแนวโน้มสามารถสร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต Potentially Earn Income by Selling Carbon Credits ในตลาดแบบสมัครใจ หรือตลาดที่ควบคุม Voluntary or Regulatory Markets ได้เป็นอย่างดี .. ในบางภูมิภาค เกษตรกรที่สร้างแนวกันชนริมฝั่งแม่น้ำ Riparian Buffers เช่น ต้นไม้ริมทางน้ำ Trees along Waterways เพื่อกรองสารอาหาร Filter Nutrients และป้องกันการไหลบ่า Prevent Runoff อาจได้รับเงินอุดหนุนสำหรับการปรับปรุงคุณภาพน้ำ Receive Payments for Improving Water Quality มาพร้อมด้วย ..
ทั้งนี้ การพึ่งพาปัจจัยการผลิตสังเคราะห์น้อยลง Reliance on Fewer Synthetic Inputs ช่วยปกป้องเกษตรกรจากราคาน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก Protects Farmers from Global Price Spikes in Oil & Natural Gas ประกอบกับตลาดในอนาคต Future Markets ที่นิยมผลิตภัณฑ์ที่มาจากระบบที่โปร่งใส ยั่งยืน และฟื้นฟูสภาพมากขึ้น Products from More Transparent, Sustainable & Regenerative Systems รวมทั้ง การรับรอง และการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูงขึ้น Certification & Branding of Higher-Priced Products พร้อมไปกับคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Environmental Attributes to Combat the Climate Crisis จากระบบวนเกษตร Agroforestry Systems นั้น ได้สร้างความแตกต่างขึ้นในตลาด และกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ได้รับการคาดหมายว่าจะสามารถขับเคลื่อนผลกำไรในอนาคต Key Driver of Future Profitability ได้อย่างยอดเยี่ยมจากนี้ไป ..
หลักการ และการจัดการระบบนิเวศเกษตรในระบบวนเกษตร Principles & Management of Agro – Ecosystems in Agroforestry Systems ..
ระบบวนเกษตร Agroforestry Systems ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากหลักการทางนิเวศวิทยาของระบบนิเวศธรรมชาติ Harness the Ecological Principles of Natural Ecosystems เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเกษตรที่มีประสิทธิผลสูง และยั่งยืน Highly Productive & Sustainable Agro-Ecosystems .. การจัดการที่ประสบความสำเร็จ Successful Management ต้องอาศัยความเข้าใจ และการจัดการปฏิสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ระหว่างต้นไม้ Trees, พืชผล Crops และ/หรือ ปศุสัตว์ Livestock ..
เกษตรกร Farmers จะได้รับประโยชน์จากบริการทางนิเวศจากระบบวนเกษตร Ecological Services from Agroforestry Systems มาก หรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบนิเวศ Ecosystem Design และการจัดการภายในแปลงเกษตร Management within the Agricultural Field ซึ่งยังจะขึ้นอยู่กับความพร้อมทั้งปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากรของครัวเรือน ความรู้ และการสนับสนุนจากภายนอกมาพร้อมด้วย .. หากเกษตรกร Farmers สร้างความหลากหลายทางชีวภาพในระบบ Biodiversity in the System ซึ่งมีไม้ยืนต้นเป็นองค์ประกอบสำคัญ Trees are a Key Component รวมถึงใช้หลักการปฏิบัติในแปลงเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยั่งยืน เช่น การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ดิน และน้ำ Soil & Water Restoration & Conservation, การหมุนเวียนทรัพยากรภายในพื้นที่แปลงเกษตรเพื่อใช้ประโยชน์สูงสุด Resource Circulation within the Agricultural Farmland Areas for Maximum Benefit, ลดการเผาเศษซากพืช และวัสดุทางการเกษตร Reducing the Burning of Crop Residues & Agricultural Materials, ลดการใช้ปุ๋ยเคมีสังเคราะห์โดยเฉพาะกลุ่มที่มีไนไตรเจนเป็นองค์ประกอบ Reducing the Use of Synthetic Chemical Fertilizers, Especially Nitrogen – Containing Fertilizers, ลดการไถพรวน Reducing Plowing เป็นต้นนั้น ก็จะส่งผลให้ระบบวนเกษตร Agroforestry Systems สามารถให้บริการทางนิเวศ Ecological Services ได้ไม่เพียงแต่ในระดับแปลงการเกษตรเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อระบบนิเวศของชุมชนโดยรวม Community Ecosystems as a Whole มาพร้อมอีกด้วย ..
ด้วยเหตุนี้ วนเกษตร Agroforestry จึงเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับเป็นเครื่องมือในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Tools for Coping with Climate Change เนื่องจากมีศักยภาพสูงทั้งการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก Greenhouse Gas Emission Reduction ที่เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการดูดซับ และกักเก็บคาร์บอน Carbon Sequestration & Storage และการลดความเสี่ยงจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Reducing the Risk of Climate Change Impacts โดยการสร้างความมั่นคงของระบบนิเวศเกษตร Agroecosystem Stability ไปพร้อมกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสังคมของครัวเรือน Household Economic & Social Security เพื่อการพร้อมรับ และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง และไม่แน่นอนได้ ..
ทั้งนี้ หลักการจัดการระบบนิเวศวนเกษตร Principles of Managing Agroforestry Ecosystems ประกอบด้วยการเสริมสร้างการทำงานร่วมกัน Enhancing the Synergy ระหว่างต้นไม้ Trees, พืชผล Crops และปศุสัตว์ Livestock เพื่อเพิ่มผลผลิต และเสถียรภาพทางนิเวศวิทยา Increase Productivity & Ecological Stability ผ่านหลักการต่าง ๆ เช่น การเพิ่มความสมบูรณ์ของระบบนิเวศให้สูงสุด Maximizing Complementarity และลดการแข่งขันให้น้อยที่สุด Minimizing Competition .. ขณะที่แนวปฏิบัติการจัดการที่สำคัญ Key Management Practices มุ่งเน้นไปที่การปรับวงจรธาตุอาหารให้เหมาะสมที่สุด Optimizing Nutrient Cycling, การอนุรักษ์ดิน และน้ำ Conserving Soil & Water, การเพิ่มความหลากหลายของชนิดพันธุ์ Diversifying Species และการจัดการสภาพภูมิอากาศส่วนย่อย Managing Microclimates เพื่อปรับปรุงความยั่งยืน Sustainability, ความหลากหลายทางชีวภาพ Biodiversity และความยืดหยุ่น Resilience โดยรวม ซึ่งทำได้โดยการทำความเข้าใจ และใช้ประโยชน์จากปฏิสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ พร้อมกับลดปฏิสัมพันธ์เชิงลบ Reducing Negative Interactions เช่น การแข่งขันแย่งชิงแสง น้ำ หรือสารอาหาร Competition for Light, Water or Nutrients เป็นต้น ..

การทำวนเกษตร Agroforestry ที่มีการผสมผสานกิจกรรมทางการเกษตรมากกว่า 1 ชนิด เช่น ไม้ผลผสมผสาน Mixed Fruit Trees, ไร่นาสวนผสม Mixed Orchards และป่าชุมชน Community Forests นั้น พบว่า แม้ว่าจะมีผลิตภาพที่อยู่ในระดับปานกลาง แต่มีระดับความมั่นคง และยั่งยืน สูงกว่าการทำการเกษตรเชิงเดี่ยว Monoculture โดยหากพิจารณาจากหลักของนิเวศธรรมชาติ Principles of Natural Ecosystems แล้ว การสร้างระบบนิเวศเกษตรให้หลากหลาย Creating a Diversified Agroecosystem และมีการจัดการให้เกิดความเกื้อหนุน และควบคุมซึ่งกันและกัน จะเอื้อประโยชน์หลายประการ เช่น การควบคุมโรค และศัตรูพืช Disease & Pest Control, การปรับปรุงดิน Soil Improvement, การสร้างความร่มรื่น Shade Creation และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน Land Use Efficiency ซึ่งโดยรวมแล้วจะทำให้ระบบเกิดความมั่นคง Stable, ยั่งยืน Sustainable และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกร Benefits for Farmers ได้มากกว่าการทำการเกษตรเชิงเดี่ยว Monoculture ที่มีรูปแบบที่ห่างออกไปจากระบบนิเวศธรรมชาติ Natural Ecosystems นั่นเอง ..
อย่างไรก็ตาม โดยสรุปแล้ว การบริหารจัดการวนเกษตรที่มีประสิทธิภาพ Effective Agroforestry Management มุ่งเน้นไปที่การจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อส่งเสริมปฏิสัมพันธ์เชิงบวก และจัดการกับปฏิสัมพันธ์เชิงลบ Enhance the Positive Interactions & Suppress the Negative Ones โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขันแย่งชิงแสง น้ำ หรือสารอาหาร ซึ่งประกอบไปด้วย :-
1. การจัดการเชิงพื้นที่ Spatial Management : หมายถึงการจัดวางต้นไม้ และพืชผล Layout of Trees & Crops ด้วยรูปแบบที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสมดุลของแสง และความชื้น Light & Moisture Balance .. ความหนาแน่น และระยะห่าง Density & Spacing หรือการกำหนดความหนาแน่นของต้นไม้ และความกว้างของแถว Optimal Tree Density & Row Width ที่เหมาะสม คือสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง .. ทางเดินที่กว้าง Wide Alleyways เช่น การปลูกพืชแบบทางเดิน Alley Cropping หรือความหนาแน่นของต้นไม้ต่ำ Low Tree Density เช่น การปลูกพืชแบบซิลโวพาสเจอร์ Silvopasture ช่วยให้มั่นใจได้ว่า แสงจะส่องถึงชั้นใต้ต้นไม้อย่างเพียงพอ Ensure Sufficient Light Reaches the Understory ในขณะที่ความหนาแน่นสูง High Density จะช่วยเพิ่มการกักเก็บคาร์บอน และผลผลิตไม้ให้สูงสุด Maximizes Carbon Sequestration & Timber Output ซึ่งต้องพิจารณาให้สมดุลอย่างรอบคอบ .. ทั้งนี้ การวางแนวปลูกต้นไม้เป็นแถวตามแนวแกนตะวันออก – ตะวันตก Planting Tree Rows on an East-West Axis สามารถเพิ่มการส่องผ่านของแสงเข้าไปในทางเดินได้มากที่สุดตลอดทั้งวัน ทำให้ได้ผลผลิตสูง ขณะที่การปลูกในแนวตั้งฉากกับลมประจำเพื่อสร้างแนวกันลม Planting Perpendicular to the Prevailing Wind for Windbreaks จะช่วยเพิ่มการป้องกันพืชไร่จากพายุลมแรงได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน ..
2. การจัดการทรงพุ่มCanopy Management, การตัดแต่งกิ่ง และการเล็ม Pruning & Thinning : การจัดการโครงสร้างเหนือพื้นดิน คือ เครื่องมือหลักในการควบคุมการแข่งขัน Primary Tool for Controlling Competition เพื่อแย่งชิงแสง Light, น้ำ Water และธาตุอาหาร Nutrients กันเองของพืช .. การตัดแต่งกิ่ง Pruning จะช่วยลดร่มเงา และเพิ่มแสงให้กับพืชชั้นล่าง ช่วยลดการแข่งขันแย่งชิงแสง นอกจากนี้ ยังทำให้ได้มาซึ่งไม้ที่มีมูลค่าสูง ปราศจากปม High-Value Knot-Free Timber รวมทั้งกระตุ้นการเจริญเติบโตใหม่ และช่วยจัดการแสง และชีวมวลตามวัฏจักรได้ .. ทั้งนี้ ในบางกรณี การตัดต้นไม้ทั้งต้นออกไปเป็นระยะ ๆ Removing Entire Trees Periodically จะช่วยลดการแข่งขันแย่งชิงน้ำ และสารอาหาร Reduces Competition for Water & Nutrients ระหว่างต้นไม้ที่เหลือ ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ต้นไม้ได้รับผลประโยชน์ทันทีจากไม้ฟืน หรือไม้เยื่อกระดาษมาพร้อมด้วย ..
3. การจัดการใต้ดิน Below-Ground Management เช่น ราก Roots : การจัดการต่อการแข่งขันแย่งชิงน้ำ และสารอาหารใต้ดิน Managing the Competition for Water & Nutrients below Ground นั้น มีความซับซ้อนแต่สำคัญยิ่ง .. การตัดแต่งราก และทำกำแพงกั้น Root Pruning & Barriers หรือการติดตั้งกำแพงกั้นเชิงกล Installing a Mechanical Barrier หรือการตัดรากไม้ด้านข้างใกล้รอยต่อของพืช Cutting the Lateral Tree Roots near the Crop Interface สามารถลดการแข่งขันแย่งชิงน้ำผิวดิน และสารอาหาร Reduce Competition for Surface Water & Nutrients ได้อย่างมาก .. การเลือกพันธุ์ไม้ที่มีรากแก้วลึกไม่แผ่กว้าง Choosing Tree Species with Deep, Non-Spreading Taproots และการคัดเลือกพืชที่มีระบบรากตื้น Selecting Crops with Shallow Root Systems คือ วิธีที่ยั่งยืนที่สุด Most Sustainable Way ในการส่งเสริมการแบ่งสรรปันส่วนทรัพยากร Promote Resource Partitioning อย่างเหมาะสมในแปลงเกษตรได้ ..
4. การจัดการดิน และธาตุอาหารSoil & Nutrient Management : ต้นไม้ Trees จะต้องได้รับการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ของดิน Enhance Soil Services และลดความจำเป็นในการใช้สารเคมีจากภายนอก Reduce the Need for External Chemicals .. วัสดุคลุมดิน Mulch Materials เช่น กิ่งก้าน และเศษใบไม้ที่ถูกตัดแต่ง Pruned Branches & Leaf Litter มักถูกนำไปวางบนแปลงเพาะปลูกโดยตรง ซึ่งการคลุมดินในลักษณะนี้ ดำเนินการเพื่อเพิ่มวัตถุอินทรียสารในดิน Soil Organic Matter : SOM, กำจัดวัชพืช Suppress Weeds, รักษาความชื้น Retain Moisture และค่อย ๆ ปลดปล่อยธาตุอาหาร Slowly Release Nutrients .. การปลูกต้นไม้พืชตระกูลถั่วตรึงไนโตรเจน Neurotrophic Legumes อย่างมีกลยุทธ์ เช่น กระถินเทพา Leucaena, กะหล่ำดอก Gliricidia & Faidherbia, ถั่วฝักยาว Long Beans, ถั่วเขียว Mung Beans, ถั่วเหลือง Soybeans, ถั่วแดง Red Beans, ถั่วดำ Black Beans, ถั่วลันเตา Pea และถั่วลิสง Peanut เป็นต้นนั้น คือ วิธีการจัดการความอุดมสมบูรณ์ทางชีวภาพ Biological Method of Fertility Management, ลดความจำเป็นในการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนเคมีสังเคราะห์ที่มีราคาแพง Reducing the Need for Costly Synthetic Chemical Nitrogen Fertilizers ..
ทั้งนี้ การจัดการวนเกษตรโดยธรรมชาติ Agroforestry Management ต้องมีการปรับตัว และยังขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่จะต้องคำนึงถึงไปพร้อมด้วย ซึ่งเกษตรกร Farmers จำเป็นต้องตรวจสอบปฏิสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่กล่าวถึงเหล่านี้ด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแลกเปลี่ยนระหว่างแสง Light และน้ำ Water รวมถึงการแข่งขันแย่งชิงธาตุอาหาร Nutrient Competition ของพืชผล ตลอดจนการบริหารจัดการปศุสัตว์ให้สอดคล้องกัน เพื่อให้การเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตโดยรวมของระบบ และสุขภาพของระบบนิเวศ Optimize the Overall System Output & Ecological Health บรรลุสู่ความยั่งยืน ตลอดจนสามารถต่อสู้ และปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Combating & Adapting to the Climate Crisis ให้สำเร็จได้ในที่สุดจากนี้ไป ..
ระบบวนเกษตรในประเทศไทย Agroforestry System in Thailand ..
วนเกษตร Agroforestry คือแนวทางปฏิบัติที่สำคัญ และกำลังเติบโตขึ้นอย่างมาก Vital & Growing Practice ในประเทศไทย โดยนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาสำคัญ ๆ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า Deforestation, ความเสื่อมโทรมของดิน Soil Degradation และความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เกษตรกรรายย่อยต้องเผชิญ Economic Volatility Faced by Smallholder Farmers โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการผลิตยางพารา และข้าวโพด Rubber & Maize Sectors ..
ปัจจุบัน วนเกษตรในประเทศไทย Agroforestry in Thailand เป็นระบบที่มีความหลากหลายซึ่งผสมผสานต้นไม้เข้ากับพืชผล และปศุสัตว์ Combines Trees with Crops & Livestock เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม Economic & Environmental Benefits ซึ่งมักใช้เป็นทางเลือกแทนที่การทำเกษตรเชิงเดี่ยว Alternative to Monoculture Farming .. ระบบที่นิยมใช้กัน ได้แก่ วนเกษตรที่ใช้ยางพาราเป็นฐาน Rubber-Based Agroforestry ซึ่งจะปลูกต้นไม้ เช่น ไม้สัก Teak, สะเดา Neem และไม้ผลราคาสูงอื่น ๆ ร่วมกับยางพารา Rubber รวมถึงระบบวนเกษตรที่ใช้พืชอาหารเป็นหลัก Food Crop – Based Agroforestry Systems ซึ่งผสมผสานพืชผล เช่น ข้าวโพด Maize, ข้าว Rice ทุเรียน Durian และสับปะรด Pineapple เข้ากับไม้ยืนต้น Perennial Trees อื่น ๆ ในท้องถิ่น .. ระบบเหล่านี้ ให้ความยืดหยุ่นผ่านผลผลิตที่หลากหลาย Resilience through Diversified Products, การปรับปรุงดิน Soil Improvement และความมั่นคงด้านรายได้ Income Stability ..


ทั้งนี้ ประเภทของระบบวนเกษตรหลัก ๆ ที่ใช้ในประเทศไทยทั่วไป Main Types of Agroforestry Systems Commonly Used in Thailand มี 4 ประเภท ได้แก่ :-
1. ระบบเกษตรวนศาสตร์Agrisilvicultural System : วนเกษตร Agroforestry รูปแบบนี้คือ ระบบวนเกษตร Agroforestry Systems ที่พบมากที่สุด โดยผสมผสานพืชผลทางการเกษตร และต้นไม้ Combining Agriculture Crops & Trees .. ซึ่งรวมถึงระบบที่ใช้ยางพาราเป็นหลัก Rubber-Based Systems โดยปลูกพืชผล เช่น สับปะรด Pineapple, ข้าว Rice หรือข้าวโพด Maize สลับกันในช่วงปีแรก ๆ ของต้นยางพาราที่ยังไม่มีผลผลิต ..
2. ระบบป่าวนเกษตร ป่าไม้ – ปศุสัตว์ Silvopastoral System : หมายถึง วนเกษตร Agroforestry ที่ผสมผสานต้นไม้ กับปศุสัตว์ เช่น วัว Cows, แพะ Goats หรือสัตว์ปีก Poultry .. ระบบวนเกษตร Agrisilvicultural System ประเภทนี้ เป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินร่วมกันระหว่างการป่าไม้ และการเลี้ยงสัตว์ โดยการปลูกหญ้า หรือพืชอาหารสัตว์ในสวนป่าแล้วปล่อยสัตว์เข้าไปเลี้ยงในสวนป่าโดยตรง อย่างไรก็ตามการปลูกพืชอาหารสัตว์ในสวนป่า แล้วตัดเอาพืชอาหารสัตว์นั้นออกมาเลี้ยง หรือเป็นอาหารแก่สัตว์นอกสวนป่า ในกรณีนี้จะจัดอยู่ในประเภทแรก กล่าวคือ ระบบวนเกษตรป่าไม้ – ปศุสัตว์ Silvopastoral System นั้น จะต้องนำสัตว์เข้าไปเลี้ยงในสวนป่าด้วย ..
3. ระบบป่าวนเกษตร ป่าไม้-ผึ้ง Apisilvicultural System : หมายถึง ระบบวนเกษตร Agrisilvicultural System ที่ผสมผสานผึ้งเข้ากับระบบป่า Involves Integrating Bees into the Forest System โดยการเลี้ยงผึ้งแบบไม่มีเหล็กใน อันเป็นการเพิ่มผลผลิตให้กับพื้นที่ปลูกยางพาราได้อย่างมีประสิทธิภาพ .. ระบบการปลูกป่าผึ้ง Apisilvicultural System คือ รูปแบบหนึ่งของระบบวนเกษตรที่ผสมผสานการเลี้ยงผึ้ง Apiculture เข้ากับการจัดการต้นไม้ Silviculture โดยระบบวนเกษตรรูปแบบนี้ ผสมผสานการผลิตน้ำผึ้ง และผลิตภัณฑ์จากผึ้งอื่น ๆ อีกมากมายเข้ากับเป้าหมายการจัดการป่าไม้ในระยะยาว Combines Honey Production & Other Bee Products with Long-Term Forest Management Goals ซึ่งให้ประโยชน์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ Environmental & Economic Benefits ..

4. ระบบป่าวนเกษตร ป่าไม้-ประมง Pisci-Silvicultural System : เป็นการผสมผสานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเข้ากับการทำป่าไม้ Combines Aquaculture or Fish Farming with Forestry Practices โดยสร้างความสัมพันธ์ที่เสริมพลังซึ่งกัน และกันด้วยการปลูกต้นไม้บน หรือรอบบ่อเลี้ยงปลา Creates a Synergistic Relationship Where Trees are Grown on or around Fishponds และสามารถนำของเสียจากปลา หรือน้ำจากบ่อเลี้ยงปลามาใช้เป็นปุ๋ยให้กับต้นไม้ นำไปสู่การใช้น้ำ และสารอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ Leading to Efficient Use of Water & Nutrients ตัวอย่างเช่น กำแพงบ่อน้ำ สามารถใช้ต้นไม้ยึดให้มั่นคงได้ และใบไม้ที่ร่วงหล่นสามารถนำมาใช้เป็นอาหารปลาได้ไปพร้อมด้วย ..
จนถึงวันนี้ ประเทศไทยคือ ผู้นำระดับโลกในการใช้ประโยชน์จากระบบวนเกษตร Utilizing Agroforestry Systems โดยมีแรงผลักดันหลักจากความจำเป็นในการรักษาเสถียรภาพรายได้ของเกษตรกร Stabilizing the Income of Farmers ในประเทศท่ามกลางความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะ เช่น ยางพารา Rubber และเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางสิ่งแวดล้อม Enhance Environmental Resilience .. ทั้งนี้ ระบบวนเกษตรของไทยที่พบมากที่สุด Most Common & Economically Significant Thai Agroforestry และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากที่สุดนั้น อาศัยการผสมผสานพืชยืนต้นเข้ากับยางพารา Integrating Perennial Crops with Rubber ..
อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างระบบวนเกษตรในประเทศไทย Agroforestry Example in Thailand ที่พบเห็นได้หลากหลายรูปแบบ และวิธีการทำฟาร์มเกษตรในประเทศ ประกอบด้วย :-
1. ระบบวนเกษตรที่ใช้ยางพาราเป็นฐาน Rubber-Based Agroforestry Systems : RAS ..
ระบบวนเกษตรที่ใช้ยางพาราเป็นฐาน Rubber-Based Agroforestry Systems : RAS คือ ตัวอย่างที่สำคัญที่สุดของการออกไปจากการปลูกยางพาราเชิงเดี่ยวแบบทำลายล้าง Moving Away from Destructive Rubber Monoculture ก่อนหน้านี้ โดยหันมาใช้ระบบวนเกษตรแบบหลายชั้นที่มีความหลากหลายมากขึ้น Diversified, Multi – Strata Systems ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ..
การปลูกยางพาราระยะต้นอ่อน Immature Rubber Stage Intercropping ปีที่ 1-3 เป็นระบบเกษตรวนศาสตร์ Agrisilvicultural System ที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว Generating Fast Income โดยพืชตัวอย่างที่ปลูกแซมป่าเกษตร ได้แก่ พืชผลอายุไม่เกินหนึ่งปี เช่น พริก Chili, ข้าวโพด Maize, ข้าวไร่ Upland Rice, ผัก Vegetables, แตงโม Watermelon และสับปะรด Pineapple เป็นต้น ขณะที่ไม้ผลยืนต้นระยะสั้นตัวอื่น ได้แก่ กล้วย Banana และมันสำปะหลัง Cassava เป็นต้น .. ทั้งนี้ประโยชน์หลักในช่วงสั้นนี้ จะสร้างกระแสเงินสด Provides Immediate Cash Flow ให้กับเกษตรกรไทยทันที ในช่วง 5-7 ปีแรก ก่อนที่ต้นยางพาราจะโตเต็มที่ และกรีดยางเพื่อผลิตน้ำยางนำไปสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำต่อเนื่องต่อไป ..
อย่างไรก็ตาม การปลูกพืชแซมต้นยางพาราระยะโตเต็มที่ Mature Rubber Stage Intercropping อายุ 5 ปีขึ้นไปนั้น ต่างออกไป .. พวกมัน เป็นระบบวนเกษตรสวนป่าที่ซับซ้อนกว่า More Complex Forest Garden Agroforestry Systems ซึ่งมุ่งเน้นการปลูกพืชไม้ยืนต้นที่ทนร่มเงา และมีมูลค่าสูงเป็นหลัก โดยตัวอย่างพืชไม้ผล และไม้ยืนต้นที่เจริญเติบโตได้ดีในที่ร่มรำไรมูลค่าสูง ได้แก่ ทุเรียน Durian, มังคุด Mangosteen, ลองกอง Longkong, ขนุน Jackfruit และสละ Salak or Snake Fruit ซึ่งมักมีราคาสูงในตลาด .. นอกจากนั้น ยังมีการปลูกเครื่องเทศ และสมุนไพร Spices & Herbs หรือพืชผล และไม้ยืนต้นที่ทนร่มเงา Perennial Fruit & Timber Trees that Thrive in Partial Shade อื่น ๆ เช่น ขิง Ginger, กระวาน Cardamom หรือขมิ้น Turmeric และไม้แปรรูปมูลค่าสูง High-Value Timber Species ได้แก่ การปลูกไม้ยืนต้น เช่น ไม้สัก Teak มูลค่าสูง ซึ่งนิยมปลูกกันมาก เพื่อเป็นการลงทุนระยะยาว Planted for Long-Term Capital Investment ของเกษตรกรไทยไปพร้อมด้วย .. ทั้งนี้ประโยชน์หลักในระยะยาว ได้แก่ การกระจายรายได้ Income Diversification และความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ Climate Resilience .. ไม้ผลจากวนเกษตร Fruit Crops from Agroforestry ให้รายได้ที่มั่นคง และมีมูลค่าสูง Consistent & High-Value Income ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกัน เมื่อราคาน้ำยางข้นทั่วโลกลดลง Global Latex Prices Drop หรือเมื่อผลผลิตยางพาราลดลงในช่วงฤดูฝน Rubber Yields Dip during the Rainy Season ..
2. ระบบวนเกษตรทุเรียน Durian Agroforestry Systems : DAFS ..
ทุเรียน Durian คือ “ราชาแห่งผลไม้ King of Fruits” ทำกำไรได้สูง และมีการปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในระบบวนเกษตร Agroforestry Systems โดยเฉพาะในภาคตะวันออก และภาคใต้ของประเทศไทย Eastern & Southern Thailand ด้วยการการทำไร่ หรือเกษตรกรรมสวนป่า Forest Farming or Agri-Horticulture เลียนแบบโครงสร้างป่าธรรมชาติ Natural Forest Structure ซึ่งต้นทุเรียนหลัก Main Durian Trees ได้รับการสนับสนุนอย่างมีกลยุทธ์จากพืชชนิดอื่น ๆ Strategically Supported by Other Species ..

องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ต้นไม้หลักที่เป็น ทุเรียน Durian ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก โดยใช้ต้นไม้พื้นเมืองปลูกแซมประกอบ เช่น หมาก Betel Nut, โกโก้ Cacao หรือผลไม้รวมป่าอื่น ๆ Other Mixed Jungle Fruits ซึ่งอาจมีมากถึง 50% ของทรงพุ่มทั้งหมด ซึ่งจะได้รับการดูแล หรือปลูกควบคู่ไปกับทุเรียน Maintained or Planted alongside Durian .. ต้นไม้เหล่านี้ จะช่วยควบคุม และปกป้องสภาพภูมิอากาศเฉพาะส่วน Microclimate Regulation & Protection ไปพร้อมด้วย .. ทั้งนี้ ประโยชน์หลัก ได้แก่ ต้นไม้ในป่าโดยรอบช่วยควบคุมสภาพภูมิอากาศเฉพาะส่วน Microclimate, อุณหภูมิ Temperature และความชื้น Humidity ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับต้นทุเรียน Durian Trees ที่ไวต่อความเจริญเติบโต ช่วยเพิ่มคุณภาพของผลทุเรียน และรักษาเสถียรภาพของผลผลิต Improving Fruit Quality & Stabilizing Yields ..
3. ระบบเกษตรผสมผสาน และระบบหมุนเวียน Integrated Farming and Rotational Systems บนพื้นที่สูงตอนเหนือของไทย ..
ในภาคเหนือของประเทศไทย Northern Thailand นั้น ระบบวนเกษตร Agroforestry ช่วยแก้ไขปัญหาสำคัญต่าง ๆ เช่น การทำไร่เลื่อนลอย Slash-and-Burn Farming, การพังทลายของดิน Soil Erosion, ไฟป่า Wildfires และฝุ่น PM2.5 ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกข้าวโพดเชิงเดี่ยวบนพื้นที่ลาดชัน Monoculture Maize Cultivation on Steep Slopes โดยระบบหมุนเวียนไร่เลื่อนลอย Rotational Swidden Systems จะถูกเปลี่ยนออกไปเป็นการทำวนเกษตรด้วยไม้ยืนต้น และบูรณาการเข้ากับการทำปศุสัตว์ Agroforestry Using Perennial Trees & Integrating it with Livestock Farming ..
องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การปลูกต้นไม้ที่เติบโตเร็ว Establishing Fast-Growing Trees หรือพันธุ์ไม้พื้นเมือง Native Species เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับช่วงพักฟื้น Enrich Fallow Periods, ให้ไม้ฟืน Providing Fuelwood และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินตามธรรมชาติ Increasing Soil Fertility Naturally .. ขณะที่ พืชผล ได้แก่ ข้าวไร่ Upland Rice, ถั่วเหลือง Soybeans, งา Sesame และสมุนไพรเฉพาะทาง Specialty Medicinal Herbs ซึ่งมักปลูกแบบแปลงปลูกตามแนวระดับ Strip Systems Along Contours เพื่อลดการพังทลายของดิน Reduce Erosion .. ตลอดจนยังมีการผนวกการทำปศุสัตว์อย่างกว้างขวาง Extensive Integration of Livestock Production โดยผสมผสานกับพื้นที่พักฟื้นในป่า ซึ่งช่วยในการหมุนเวียนธาตุอาหาร Nutrient Cycling และควบคุมไฟป่า Fire Control .. ทั้งนี้ ประโยชน์หลัก ได้แก่ การฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecological Restoration และการควบคุมลุ่มน้ำ Watershed Regulation .. ระบบเหล่านี้ ช่วยรักษาเสถียรภาพของทางลาดชัน Stabilize Steep Slopes, ลดการไหลบ่า Reduce Runoff และส่วนหนึ่งเป็นการเปิดทางสู่การใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน Provide a Path toward Sustainable Land Use สำหรับชุมชนชนกลุ่มน้อย Ethnic Minority Communities บนพื้นที่สูง ได้อย่างยอดเยี่ยม ..
4. ระบบวนเกษตรกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบบูรณาการ Integrated Agriculture-Aquaculture Systems : IAAS ..
การบูรณาการระบบวนเกษตร และการเพาะเลี้ยงปลา Integration of Agroforestry & Fish Farming ในประเทศไทย เป็นแนวทางปฏิบัติแบบดั้งเดิมที่มีพลัง และประสิทธิภาพสูง Traditional, Powerful & Highly Efficient Practice รู้จักกันในชื่อ “ระบบวนเกษตรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบบูรณาการ Integrated Agriculture-Aquaculture Systems : IAAS” หรือที่เรียกกันเฉพาะเจาะจงว่า ระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำซิลโว Silvo-Aquaculture ในพื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการทำเกษตรแบบยั่งยืน Cornerstone of Sustainable Farming ของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และชายฝั่งทะเลที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ Water – Stressed Northeast & Coastal Regions ..
ระบบนี้ ผสมผสานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กับการปลูกป่า และการเก็บเกี่ยวพืชผล โดยการสร้างการไหลเวียนของสารอาหาร และทรัพยากรแบบหมุนเวียน Circular Flow of Nutrients & Resources, ลดของเสีย Minimizing Wastes และเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด Maximizing Efficiency ..
ทั้งนี้ สำหรับน้ำบ่อเพื่อการชลประทาน Pond Water for Irrigation ซึ่งมีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการประมงในชุมชนนั้น น้ำที่อุดมด้วยสารอาหารจากบ่อเลี้ยงปลา Pond Water for Irrigation จะถูกสูบออก และนำไปใช้รดน้ำพืชผลใกล้เคียง รวมถึงไม้ผล และผักในพื้นที่วนเกษตร Fruit Trees & Vegetables in Agroforestry Areas ซึ่งทำหน้าที่เป็นปุ๋ยชีวภาพธรรมชาติ Natural Biofertilizer ช่วยลดความจำเป็นในการใช้สารเคมีสำหรับพืชผลบนบก Reducing the Need for Chemicals for Terrestrial Crops ..
ผลพลอยได้จากต้นไม้ พืชผล เป็นอาหาร และปุ๋ย Tree/Crop By-Products as Feed & Fertilizers ใบไม้ ผลเน่าเสีย หรือเศษพืชผล เช่น รำข้าว Bice Bran หรือข้าวหัก Broken Rice จากระบบวนเกษตร Agroforestry จะถูกนำไปเลี้ยงปลา Fish, เป็ด Ducks หรือปศุสัตว์ Livestock โดยตรง ซึ่งมักจะถูกนำไปรวมไว้ในระบบ วิธีนี้ช่วยลดต้นทุนอาหารปลาจากภายนอกได้อย่างมาก ..
การหมุนเวียนธาตุอาหาร Nutrient Cycling, ของเสีย Wastes, มูลสัตว์ Manure จากปลา และปศุสัตว์ที่เลี้ยงรวมกัน Fish & Any Integrated Livestock เช่น เป็ด Ducks หรือหมูที่เลี้ยงไว้เหนือบ่อ Pigs Housed over the Pond จะช่วยเสริมปุ๋ยให้กับน้ำในบ่อ Fertilizes the Pond Water, ส่งเสริมการเจริญเติบโตของอาหารตามธรรมชาติ Promoting the Growth of Natural Food เช่น แพลงก์ตอน Plankton สำหรับเป็นอาหารของปลา Food for Fishes .. โคลนบ่อที่อุดมด้วยสารอาหาร Nutrient-Rich Pond Mud มักจะถูกตักออก และนำไปใช้เป็นปุ๋ยสำหรับพืชผล Used as Fertilizer for Crops ทำให้ระบบนี้ มีความสมบูรณ์ครบวงจร ..
ปัจจุบัน ระบบวนเกษตรที่เป็นระบบบ่อ-คันกั้นน้ำ-พืชผล/ต้นไม้ บนบก Inland Pond-Dike-Crop/Tree Agroforestry System พบเห็นได้ทั่วไปในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อาศัยน้ำฝน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่การขาดแคลนน้ำ คือ ปัญหาสำคัญ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ Northeast of Thailand .. ขณะที่ บนพื้นที่ชายฝั่งทะเล On Coastal Areas มีการเพาะเลี้ยงกุ้งป่าชายเลน Mangrove-Shrimp Farming ในรูปแบบ Silvo-Aquaculture ตามแนวชายฝั่งทะเลของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่การเพาะเลี้ยงกุ้งแบบเข้มข้น Intensive Shrimp Farming ก่อนหน้านี้ ซึ่งได้เคยสร้างความเสียหายให้กับป่าชายเลน Mangrove Forests มาอย่างยาวนาน ด้วยเหตุนี้ การเพาะเลี้ยงกุ้งด้วยระบบวนเกษตรกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบบูรณาการ Integrated Agriculture-Aquaculture Systems : IAAS หรือแนวทางการประมงแบบ Practice of Silvo-Aquaculture หรือ Silvofishery จึงถือเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนในปัจจุบันของประเทศไทยที่ยอดเยี่ยม ..
นอกจากนั้น ประโยชน์ที่ได้จากระบบวนเกษตรกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบบูรณาการ Integrated Agriculture-Aquaculture Systems : IAAS ได้แก่ การเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติ Natural Food Source ในตัวระบบวนเกษตรเอง ด้วยการให้สารอาหารอินทรีย์ที่เป็นรากฐานของห่วงโซ่อาหาร Providing Organic Nutrients that Borm the base of the Food Web หมายถึง เศษใบไม้ป่าชายเลน Mangrove Leaf Litter จะย่อยสลาย กลายเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติสำหรับกุ้ง Natural Food Source for the Shrimp ช่วยลดความจำเป็นในการใช้อาหารสัตว์ราคาแพง Minimizes the Need for Expensive Commercial Feed ..

รากของป่าชายเลน Mangrove Roots ยังช่วยรักษาเสถียรภาพของดินชายฝั่ง Stabilize the Coastal Soil, ป้องกันการกัดเซาะ Preventing Erosion และทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันตามธรรมชาติจากพายุ และคลื่นยักษ์ Natural Buffer against Storms & Tidal Surges .. ขณะเดียวกัน ป่าชายเลน Mangroves ดูดซับสารอาหาร และมลพิษส่วนเกิน ช่วยกรอง และปรับปรุงคุณภาพน้ำภายในระบบบ่อ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน ..ยิ่งไปกว่านั้น ระบบวนเกษตรกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบบูรณาการ Integrated Agriculture-Aquaculture Systems : IAAS ยังช่วยให้เกษตรกรลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก Reduce Reliance on External Inputs เช่น อาหารสัตว์ ปุ๋ย และน้ำ ตลอดจนสามารถสร้างกระแสรายได้หลายทาง Generate Multiple Income Streams ทำให้การดำเนินงานฟาร์มวนเกษตรทั้งหมด Entire Agroforestry Farm Operation มีความยืดหยุ่นสูงต่อความผันผวนของตลาด และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปพร้อมอีกด้วย ..
สรุปภาพรวมประโยชน์ของวนเกษตรในประเทศไทย Benefits of Agroforestry in Thailand พบว่า เกษตรกรไทย Thai Farmers สามารถสร้างรายได้จากผลผลิตหลายชนิด Multiple Products เช่น ผลไม้ Fruits, ไม้แปรรูป Timber และถั่ว Nuts แทนที่จะพึ่งพาการปลูกพืชเชิงเดี่ยว Monoculture หรือการทำเกษตรพืชผลชนิดเดียว Single-Crop Farming เช่น ยางพารา Rubber .. กระแสเงินสดที่ต่อเนื่องจากระบบวนเกษตร Continuous Cash Flow from Agroforestry Systems สามารถสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอมากขึ้น Provide More Frequent Income ผ่านการเก็บเกี่ยวอย่างต่อเนื่อง Continuous Harvesting แทนที่จะจ่ายผลตอบแทนรายปีเพียงครั้งเดียว Single Annual Payout .. การศึกษาบางชิ้นแสดงให้เห็นว่า การปลูกต้นไม้แบบผสมผสาน Integrating Trees สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง และทำกำไรได้มากขึ้น More Stable & Profitable Income แม้กระทั่งชดเชยการลดลงของราคาพืชผลหลัก Compensating for Price Drops in Primary Crops ดังที่พบเห็นได้ในระบบวนเกษตร Agroforestry Systems ทั่วทุกภาคของประเทศ ..
จนถึงวันนี้ เป็นที่ชัดเจนว่า วนเกษตร Agroforestry มีประโยชน์มากมายในประเทศไทย ได้แก่ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น Improved Economic Security ผ่านรายได้ที่หลากหลาย และต่อเนื่อง Diversified & Continuous Income รวมทั้งความมั่นคงทางอาหาร Food Security และความปลอดภัยทางอาหาร Food Safety จากการปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล Growing Diverse Crops for Personal Consumption .. ในด้านสิ่งแวดล้อม วนเกษตร Agroforestry ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของดิน Soil Health, ควบคุมคุณภาพน้ำ Water Quality Control, ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ Promotes Biodiversity, ช่วยบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการกักเก็บคาร์บอน Helps Mitigate Climate Change by Sequestering Carbon และช่วยลดการเผาขยะจากพืชผล Lead to Less Burning of Crop Waste ซึ่งช่วยลดมลพิษทางอากาศ และควันพิษ Reduces Air Pollution & Smoke .. นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการอนุรักษ์ป่าไม้ Forest Preservation โดยลดแรงกดดันในการเปลี่ยนพื้นที่ป่าให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม Reducing Pressure to Convert Forest Land for Agriculture ..
ทั้งนี้ การที่เกษตรกรไทย และครอบครัว ได้รับประโยชน์จากการลดการสัมผัสสารเคมีมาพร้อมด้วยนั้น นำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่น้อยลง .. ความปลอดภัยทางอาหาร และการพึ่งพาตนเอง Food Safety & Self-Reliance ช่วยให้เกษตรกรไทย Thai Farmers สามารถควบคุมวิธีการผลิตอาหารได้ ทำให้พวกเขาสามารถรับประทานอาหารที่ปราศจากสารกำจัดศัตรูพืช และปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารที่ซื้อจากตลาดอีกด้วย .. มั่นใจได้ว่า ระบบวนเกษตร Agroforestry จะสามารถทำให้ชุมชนเกษตรกรรมของไทยมีความยืดหยุ่นมากขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบทางเศรษฐกิจ Make Agriculture Communities More Resilient to Climate Change & Economic Shocks โดยการจัดหาแหล่งอาหาร และรายได้ที่มั่นคง Providing a Stable Food & Income Source ให้สำเร็จได้ในที่สุดจากนี้ไป ..
คาดการณ์ตลาดวนเกษตรทั่วโลก Global Agroforestry Market ..
อ้างถึงข้อมูลการสำรวจตลาดของ Precedence Research พบว่า ขนาดธุรกิจในตลาดวนเกษตรทั่วโลก Global Agroforestry Market อยู่ที่ 106.93 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2567 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 114.52 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568 เป็นประมาณ 212.32 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2577 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี Compound Annual Growth Rate : CAGR หมายถึง อัตราผลตอบแทนสำหรับตลาดวนเกษตรทั่วโลก Global Agroforestry Market ที่เติบโตจากยอดดุลเริ่มต้นไปถึงยังยอดดุลสิ้นสุด รวมสมมติฐานว่ากำไรจะถูกนำกลับมาลงทุนหมุนเวียนใหม่ทุกสิ้นปีของช่วงอายุการลงทุน อยู่ที่ค่า CAGR 7.10% ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ปี 2568-2577 .. การเติบโตของตลาดนี้ เกิดจากการเน้นย้ำที่เพิ่มมากขึ้นในแนวทางปฏิบัติทางการเกษตรที่ยั่งยืน Rising Focus on Sustainable Farming Practices, การสนับสนุนจากภาครัฐ Government Support และความต้องการโซลูชันทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Demand for Environmentally Friendly Farming Solutions ..
วนเกษตร Agroforestry ทำหน้าที่เป็นระบบการจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน Sustainable Land Management system ซึ่งผสมผสานต้นไม้ และพุ่มไม้เข้ากับพื้นที่เกษตรกรรม Blends Trees & Shrubs with Agricultural Areas เพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมที่หลากหลาย Provide Multiple Economic, Environmental & Social Advantages .. ระบบนิเวศเหล่านี้ มอบข้อได้เปรียบด้านสิ่งแวดล้อมมากมาย รวมถึงความอุดมสมบูรณ์ของดินที่เพิ่มขึ้น Increased Soil Fertility, การอนุรักษ์น้ำ Water Conservation และการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Reduced Carbon Dioxide : CO2 ซึ่งกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดการระบบนิเวศ .. ความสนใจในวนเกษตรทั่วโลก Global Interest in Agroforestry ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเกษตรกรยอมรับแนวทางปฏิบัติทางการเกษตรแบบบูรณาการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และกลยุทธ์การใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน ..
เกษตรกร Farmers หันมาใช้ระบบวนเกษตรมากขึ้น เนื่องจากมีความตระหนักรู้สูงขึ้นเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน Sustainable Practices ซึ่งช่วยเสริมสร้างสุขภาพทางนิเวศวิทยา Enhance Ecological Health และเพิ่มผลผลิตบนที่ดิน Boost Land Productivity .. ข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจของวนเกษตร Economic Advantages of Agroforestry ได้แก่ แหล่งรายได้หลายทาง Multiple Income Streams, ผลผลิตพืชผลที่ดีขึ้น Improved Crop Production และความเสี่ยงที่ลดลงจากการทำเกษตรแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว Reduced Risks in Single-Crop Farming เป็นต้นนั้น ล้วนเป็นแรงผลักดันให้เกษตรกรหันมาใช้วิธีการจัดการที่ดินแบบผสมผสาน Adopt Combined Land Management Methods .. คาดหมายได้ว่า ความสนใจที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกรในการผลิตที่ยั่งยืน และมีจริยธรรม Rising Farmers’ Interest in Sustainable & Ethical Production จะยิ่งส่งเสริมให้ตลาดวนเกษตรทั่วโลก Global Agroforestry Market สามารถเติบโตขึ้นต่อเนื่องด้วยความเร่งได้อย่างมีนัยสำคัญสำหรับอนาคตจากนี้ไป ..
สรุปส่งท้าย ..
ระบบวนเกษตร Agroforestry Systems เป็นมากกว่าการปลูกป่า หรือการปลูกต้นไม้ในไร่นาเกษตรสวนผสม แต่เป็นการจัดการภูมิทัศน์อย่างยั่งยืน Sustainable Landscape Management ที่ให้ประโยชน์ทั้งทางสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ด้วยศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนมหาศาล Massive Carbon Sequestration และการสร้างความยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง Building Resilience to Climate Change ทำให้วนเกษตร Agroforestry คือ หนึ่งในแนวทางแก้ไขปัญหาโดยธรรมชาติที่สำคัญที่สุด Most Important Natural Solutions ในการรับมือกับวิกฤติสภาพภูมิอากาศโลก Addressing the Global Climate Crisis ..
วนเกษตร Agroforestry ได้รับการยอมรับว่า เป็นหนึ่งในวิธีการที่ทรงพลัง และมีประสิทธิผลมากที่สุด Most Powerful & Effective Methods ในการบรรลุเป้าหมายการฟื้นฟู Regenerative Goals โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของเศรษฐกิจหมุนเวียนในระยะยาว Long-Term Circular Economy ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ว่า อัตราการเติบโตที่แข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพ Strong & Stable Growth Rates จะยังคงดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องต่อไปได้ หากภาครัฐ และเกษตรกร Farmers ทั้งหลาย ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพด้านสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจในระยะยาว Prioritize Long-Term Environmental & Economic Stability นั่นเอง ..

บทบาทสำคัญของวนเกษตร Agroforestry’s Critical Role นั้น แม้ว่า เทคนิคการจัดการคาร์บอนในดิน Soil Carbon Management Techniques เช่น การไม่ไถพรวน No-Till จะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว วนเกษตร Agroforestry คือ องค์ประกอบสำคัญในการกักเก็บชีวมวลในระยะยาว Long-Term Biomass Sequestration ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการบรรลุศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูงสุด .. วนเกษตร Agroforestry มีส่วนช่วยในการกักเก็บคาร์บอนในรูปแบบที่ถาวร Permanent Form of Carbon Storage มากกว่าการปรับปรุงดินเพียงอย่างเดียว Soil Amendments Alone รวมถึง วนเกษตร Agroforestry ยังทำหน้าที่การปล่อยคายออกซิเจน Oxygen : O2 ปริมาณมากสู่ชั้นบรรยากาศ เช่นเดียวกับที่ป่าฝนทำมาพร้อมอีกด้วย ..
ด้วยความจริงที่ว่า ระบบวนเกษตร Agroforestry Systems ผลิต และปล่อยออกซิเจน Oxygen : O2 ผ่านการสังเคราะห์แสง Photosynthesis ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้นไม้ Trees ใช้แสงอาทิตย์ Sunlight, น้ำ Water และคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide : CO2 เพื่อสร้างพลังงาน Energy และน้ำตาล Sugars สำหรับการเจริญเติบโต และปล่อยออกซิเจน Oxygen : O2 เป็นผลพลอยได้ .. ดังนั้น การการผสมผสานต้นไม้เข้ากับพืชผล และปศุสัตว์ Integrating Trees with Crops & Livestock จึงส่งผลให้สวนป่าวนเกษตร Agroforestry ช่วยเพิ่มการกักเก็บคาร์บอน และปรับปรุงคุณภาพอากาศ Improves Air Quality รวมถึง พบว่า สวนป่าวนเกษตรบางระบบนั้น มีประสิทธิภาพอย่างสูงยิ่งในการผลิตออกซิเจน Oxygen : O2 Generation ..
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในปัจจุบัน ชี้ว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ทั่วโลก Global Anthropogenic Greenhouse Gases : GHG Emissions อยู่ที่ประมาณ 59 กิกะตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี GT CO2e per Year ..
ทั้งนี้ ในประเด็นการกักเก็บคาร์บอน Carbon Storage หรืออ่างกักเก็บคาร์บอน Carbon Sinks อย่างเดียว พบว่า ศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อปีของวนเกษตร Agroforestry’s Annual Mitigation Potential ควบคู่ไปกับการเพิ่มปริมาณคาร์บอนในดิน และไบโอชาร์ Biochar ในพื้นที่เพาะปลูก Cultivated Land, ทุ่งหญ้า Grasslands, ริมน้ำ Waterfronts, พื้นที่สูงลาดชันตามแนวเขา Sloping Hillsides และพื้นที่ชายฝั่ง Coastal Areas นั้น ได้รับการคาดหมายว่า วนเกษตรทั่วโลก Agroforestry Around the World จะกักเก็บคาร์บอน Carbon Storage ไว้ได้อยู่ที่ 1.8-4.1 กิกะตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี GT CO2e per Year ..
ต้นไม้ และพืชไม้เนื้อแข็ง Trees & Woody Plants ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide : CO2 จากชั้นบรรยากาศผ่านการสังเคราะห์แสง Photosynthesis และกักเก็บคาร์บอนไว้ในลำต้น Trunks, กิ่งก้าน Branches, ใบ Leaves, ราก Roots และดินโดยรอบ Surrounding Soil เป็นเวลาหลายทศวรรษ .. ระบบรากที่แผ่ขยายออกไป Extensive Root Systems ช่วยเพิ่มปริมาณคาร์บอนอินทรีย์สารในดิน Improve Soil Organic Carbon Content ทำให้ดิน Soil กลายเป็นอ่างกักเก็บคาร์บอนที่สำคัญ Significant Carbon Sinks ซึ่งจะส่งผลให้ภาคการเกษตร สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Reduces GHG Emissions ลงได้เกือบ 70 % อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ ภาคเกษตรกรรม Agriculture Sector มีสัดส่วนรับความผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ทั่วโลก อยู่ที่ 10-12% หรือประมาณ 6 กิกะตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี GT CO2e per Year ก่อนหน้านี้ ..
ดังนั้น ระบบวนเกษตร Agroforestry Systems จึงมักถูกอ้างถึงว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศที่คุ้มค่าที่สุด Most Cost-Effective Climate Solutions Available วิธีหนึ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งให้ผลประโยชน์ร่วมที่สำคัญ Substantial Co-Benefits อีกมากมาย เช่น ความมั่นคงทางอาหารที่เพิ่มขึ้น Increased Food Security, สุขภาพของดินที่ดีขึ้น Improved Soil Health และความหลากหลายทางเศรษฐกิจ Economic Diversification เป็นต้น ..
ปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา วนเกษตร Agroforestry คือ หัวข้อสำคัญในการประชุมรัฐภาคีของกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ United Nations Climate Change Conference : COP30 โดยมุ่งเน้นไปที่บทบาทในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศCombating Climate Change, การเพิ่มรายได้ของเกษตรกร Enhancing Farmer Income และการฟื้นฟูป่า Regenerating Forests .. โครงการริเริ่มที่สำคัญ ได้แก่ การเปิดตัวแพลตฟอร์ม Together for the Expansion of Resilient and Restorative Agroecology : TERRA เพื่อขยายขอบเขตนิเวศวิทยาเกษตร และวนเกษตรทั่วโลก Scale Up Agroecology & Agroforestry Globally .. นอกจากนี้ ยังส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะการสำรวจประโยชน์ของการเปลี่ยนจากการทำปศุสัตว์ไปเป็นวนเกษตร Transitioning from Livestock to Plant-Based Agroforestry และส่งเสริมระบบวนเกษตรในอีกหลายรูปแบบ โดยมุ่งเน้นประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปพร้อมด้วย ..
คาดหมายว่า การเปลี่ยนจากการทำปศุสัตว์ และการปลูกพืชเชิงเดียวไปเป็นการทำวนเกษตรที่มีพืชเป็นฐาน Transitioning from Livestock & Monoculture to Plant-Based Agroforestry เป็นต้นนั้น สามารถเพิ่มรายได้ของเกษตรกรได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยบางการศึกษาแสดงให้เห็นว่าอาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% และในบางกรณี อาจเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 1,500% .. อย่างไรก็ตาม สำหรับบทบาทของวนเกษตร Agroforestry ในภาพรวมการบรรเทาผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ Climate Mitigation นั้น การประชุมเน้นย้ำว่า วนเกษตร Agroforestry สามารถมีส่วนร่วมอย่างสำคัญ โดยการกักเก็บคาร์บอน Storing Carbon, ปล่อยคายออกซิเจน Release Oxygen : O2 และปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ Protecting Biodiversity ควบคู่ไปกับการสร้างความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ Building Climate Resilience ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ไม่เฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น More than Just Environmental Benefits แต่เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสังคม Economic & Social Benefits ด้วยการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร Enhancing Food Security, การสร้างงาน Creating Jobs และการสร้างชุมชน และภูมิทัศน์ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น Building More Resilient Communities & Landscapes ให้สำเร็จได้ในที่สุดสำหรับอนาคตที่เหนือชั้นกว่าจากนี้ไป ..
………………………………….
คอลัมน์ : Energy Key
By โลกสีฟ้า ..
สนับสนุนโดย…..บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

ขอบคุณเอกสารอ้างอิง :-
Agroforestry | Wikipedia :-
https://en.wikipedia.org/wiki/Agroforestry
Agroforestry | FAO :-
https://www.fao.org/agroforestry/about-agroforestry/overview/en
It’s Time to Embrace the Potential of Agroforestry as a Climate Solution | The Nature Conservancy :-
Agroforestry in Thailand | มูลนิธิสวนยางพาราแบบวนเกษตรเพื่อความยั่งยืน Rubber Agroforestry for Sustainability Foundation :-
https://rafsfoundation.org/index.php
Agroforestry Market Size and Forecast 2025 to 2034 | Precedence Research :-
https://www.precedenceresearch.com/agroforestry-market
Sustainable Agriculture Solutions :-




















