Energy Transition is Primary Way to Fight against the Climate Crisis
“…..การเปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่เพียงเป้าหมายที่พึงปรารถนาเท่านั้น แต่เป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดต่ออนาคตของโลก และมนุษยชาติ ….”
การเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนทางหลัก และสำคัญที่สุด Primary & Most Essential Way ในการต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Fight the Climate Crisis เพราะสามารถจัดการกับต้นตอของปัญหาได้โดยตรง นั่นคือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนใหญ่ทั่วโลก Vast Majority of Global Greenhouse Gas : GHG Emissions ..

การเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition หมายถึง การเปลี่ยนออกไปจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานหมุนเวียน Shifting Away from Fossil Fuels to Renewables เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม Solar & Wind Energy เป็นต้น .. พวกมัน ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์หลักที่ขาดไม่ได้ในการต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Primary, Indispensable Strategy to Combat the Climate Crisis เนื่องจากภาคพลังงาน คือ ตัวขับเคลื่อนการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Greenhouse Gas : GHG Emissions ส่วนใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องถูกทำให้ลดลงอย่างมากเพื่อให้โลกน่าอยู่ยิ่งขึ้น .. แม้ว่าจะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี และนโยบาย แต่การเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition คือ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งใหญ่ Deep Societal Shift ในการลดคาร์บอน Decarbonize ในภาคพลังงาน Energy Sector, การผลิตกำลังไฟฟ้า Power Generation, การขนส่ง Transportation และอุตสาหกรรม Industry ซึ่งไม่เพียงแต่ต้องการแหล่งพลังงานที่สะอาด Clean Energy Sources เท่านั้น แต่ยังต้องรวมถึงประสิทธิภาพ Efficiency, การจัดเก็บ Storage และการดำเนินการที่เป็นธรรม และเท่าเทียมกัน Just & Equitable Implementation มาพร้อมด้วย ..
ขณะที่ วิกฤติสภาพภูมิอากาศ Climate Crisis นั้น หมายถึง ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่มนุษย์เป็นผู้ก่อขึ้นต่อระบบสภาพภูมิอากาศของโลก Urgent, Human-Caused Disruption of Earth’s Climate System โดยส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล Burning Fossil Fuels นำไปสู่อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว Rapidly Rising Global Temperatures, สภาพอากาศสุดขั้ว Extreme Weather, ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น Sea-Level Rise และภัยคุกคามต่ออาหาร น้ำ สุขภาพ และระบบนิเวศ Threats to Food, Water, Health & Ecosystems ซึ่งทำให้จำเป็นต้องมีการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ Climate Action อย่างจริงจัง เร่งด่วน และครอบคลุม เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก Reduce Greenhouse Gas : GHG Emissions และปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ Adapt to Inevitable Changes .. เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า วิกฤติสภาพภูมิอากาศ Climate Crisis ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่สำคัญยิ่ง Critical Emergency ซึ่งเน้นย้ำถึงความรวดเร็วของการเปลี่ยนแปลง และความเสี่ยงร้ายแรงต่อการล่มสลายของอารยธรรม และธรรมชาติ Severe Risks to Civilization & Nature ..
จนถึงวันนี้ วิกฤติสภาพภูมิอากาศ Climate Crisis คือ ภัยคุกคามร้ายแรงต่อมนุษยชาติ และระบบนิเวศ Serious Threats to Humanity & Ecosystems ผ่านสภาพอากาศสุดขั้วที่ทวีความรุนแรงขึ้น Intensifying Extreme Weather, คลื่นความร้อน Heatwaves, น้ำท่วม Floods, ภัยแล้ง Droughts, ไฟป่า Wildfires, ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น Rising Sea Levels, ความไม่มั่นคงทางอาหาร และน้ำ Food & Water Insecurity, ผลกระทบต่อสุขภาพ Health Impacts, โรคภัยไข้เจ็บ Diseases, ความเครียดจากความร้อน Heat Stress, ภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน Economic Disruption, การอพยพย้ายถิ่นฐานแบบถูกบังคับ Forced Migration และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ Biodiversity Loss เป็นต้น .. ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Greenhouse Gas : GHG Emissions ก่อให้เกิดความไม่มั่นคง และบั่นทอนการพัฒนา Creating Instability & Undoing Development Gains .. ภัยคุกคามร้ายแรง Serious Threats เหล่านี้ ปรากฏให้เห็นในรูปแบบของดินเสื่อมโทรม Degraded Land, มหาสมุทรเป็นกรด Acidified Oceans, ระบบอาหารที่ปั่นป่วน Disrupted Food Systems และความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับทรัพยากรที่ขาดแคลน Increased Conflict over Scarce Resources ..
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition มีความสำคัญอย่างยิ่งในการต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Fighting the Climate Crisis .. การเปลี่ยนแปลงในภาคพลังงาน Changes in the Energy Sector นี้ กำลังแสดงให้มนุษยชาติได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ระดับโลกในด้านวิธีการผลิต และการใช้พลังงาน Global, Fundamental Shift In How We Produce & Consume Energy .. เป้าหมายหลัก Core Goal คือ การเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล Move Away from Fossil Fuels ที่เป็นน้ำมัน Oil, ก๊าซธรรมชาติ Natural Gas และถ่านหิน Coal โดยสิ้นเชิง และเร่งนำแหล่งพลังงานสะอาด และพลังงานหมุนเวียนมาใช้อย่างรวดเร็ว Rapidly Accelerate the Adoption of Clean & Renewable Energy Sources เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม Solar & Wind Energy เป็นต้น เพื่อให้บรรลุการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์สุทธิ Achieve Net-Zero Carbon Emissions ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเกิดขึ้น ภายในปี 2593 ..
ทั้งนี้ องค์ประกอบสำคัญในกระบวนเปลี่ยนผ่านพลังงาน Key Components of the Energy Transition Process นั้น แสดงให้เห็นได้ว่า การเปลี่ยนผ่านนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงแค่การเปลี่ยนแหล่งพลังงานหนึ่งไปเป็นอีกแหล่งพลังงานหนึ่งเท่านั้น Involves More Than Just Swapping One Power Source for Another แต่การเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition คือ การปรับเปลี่ยนเชิงระบบทั่วทั้งระบบพลังงานทั้งหมด Systemic Transformation of the Entire Energy System สรุปเป็น 5 ประเด็นหลัก ได้ดังนี้ :-
1. การขยายพลังงานหมุนเวียน Renewable Energy Expansion : การขยายขนาดแหล่งพลังงานหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ Solar Photovoltaics, พลังงานลมบนบก และนอกชายฝั่ง Onshore & Offshore Wind Energy, พลังงานน้ำ Hydropower และพลังงานความร้อนใต้พิภพ Geothermal Power เป็นต้น และนี่คือ หัวใจสำคัญของการลดคาร์บอน Backbone of Decarbonization ..
2. การเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้า Electrification : การเพิ่มการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนในภาคพลังงานที่แต่เดิมเป็นภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นอย่างมาก ได้แก่ ภาคการขนส่ง Transportation Sector ซึ่งหมายถึง การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า Transitioning to Electric Vehicles : EVs, ภาคอาคาร Buildings Sector ได้แก่ การใช้ปั๊มความร้อนเพื่อทำความร้อน และความเย็น Using Heat Pumps for Heating & Cooling ตลอดจนในภาคอุตสาหกรรม Industrial Sector โดยเป็นการเปลี่ยนกระบวนการทางอุตสาหกรรมให้เป็นการใช้กำลังไฟฟ้าเท่าที่ทำได้ Electrifying Industrial Processes Where Possible เป็นต้น ..
3. ประสิทธิภาพ และการอนุรักษ์พลังงานEnergy Efficiency & Conservation : หมายถึงการลดความต้องการพลังงานโดยรวม และของเสียด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนา เช่น หลอดไฟ LED Lighting, เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ Efficient Appliances และการปรับปรุงกระบวนการทางอุตสาหกรรมให้เหมาะสมที่สุด Optimizing Industrial Processes เป็นต้น ..
4. นวัตกรรมทางเทคโนโลยี Technological Innovation : การพัฒนา และปรับใช้เทคโนโลยีที่จำเป็น Developing & Deploying Essential Enabling Technologies สำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition ได้แก่ :-
– การจัดเก็บพลังงาน Energy Storage : แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และระบบอื่น ๆ Large-Scale Batteries & Other Systems เพื่อชดเชยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลมที่ไม่ต่อเนื่อง Compensate for the Intermittency of Solar & Wind Power ..
– โครงข่ายระบบสายส่งกำลังไฟฟ้าอัจฉริยะ Smart Grids : เครือข่ายพลังงานไฟฟ้าดิจิทัล Digitalized Power Networks ที่สามารถจัดการการไหลของพลังงาน 2 ทางจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนรูปแบบกระจาย Distributed Renewable Energy : DRE Sources ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ..
– ไฮโดรเจนสีเขียว Green Hydrogen: H2 : การผลิตไฮโดรเจนโดยใช้กำลังไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน Producing Hydrogen : H2 Using Renewable Electricity สำหรับภาคส่วนที่ยากต่อการเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า เช่น อุตสาหกรรมหนัก Heavy Industry และการขนส่งทางไกลสำหรับงานหนัก Long-Haul Heavy-Duty Transportation เป็นต้น ..
5. การลดคาร์บอนในภาคส่วนที่ยากต่อการเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าDecarbonization of Difficult Sectors : การค้นหาวิธีแก้ปัญหาสำหรับอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยมลพิษสูง เช่น เหล็กกล้า Steel, ปูนซีเมนต์ Cement และปิโตรเคมี Petrochemicals ซึ่งอาจต้องใช้เชื้อเพลิงใหม่ Require New Fuels เช่น ไฮโดรเจนสีเขียว Green Hydrogen : H2 หรือเทคโนโลยี เช่น การดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน Carbon Capture, Utilization & Storage : CCUS เป็นต้นเหล่านี้นั้น คือ สิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ ..
ทั้งนี้ วัตถุประสงค์โดยรวมของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน Overall Objective of the Energy Transition นั้น ไม่เพียงแต่จะต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Not Only to Combat Climate Change เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน Enhance Energy Security, ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่นำเข้า Reducing Reliance on Imported Fossil Fuels และสร้างประโยชน์ร่วมทางเศรษฐกิจ และสุขภาพ Create Economic & Health Co-Benefits เช่น การสร้างงานใหม่ New Job Creation และมลพิษทางอากาศที่ลดลง Reduced Air Pollution เป็นต้นมาพร้อมด้วย ..
วิกฤติสภาพภูมิอากาศ Climate Crisis คือภัยคุกคามสำคัญของมนุษยชาติ Significant Humanity’s Threat ..
องค์กรระดับโลก อย่างเช่น สหประชาชาติ United Nations : UN และองค์การอนามัยโลก World Health Organization : WHO ตระหนักอย่างกว้างขวาง และชี้ว่า วิกฤติสภาพภูมิอากาศ Climate Crisis นั้น ถือเป็นภัยคุกคามที่สำคัญที่สุดของมนุษยชาติ Humanity’s Most Significant Threat ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ Impacting Health ผ่านสภาพอากาศที่รุนแรง Extreme Weather, โรคภัยไข้เจ็บ Disease, ความไม่มั่นคงทางอาหาร Food Insecurity, การอพยพย้ายถิ่น Displacement และความทุกข์ทรมานทางจิตใจ Mental Distress ขณะเดียวกันก็สร้างความปั่นป่วนให้กับสังคม Destabilizing Societies ด้วยการดึงทรัพยากร Straining Resources, กระตุ้นความขัดแย้ง Fueling Conflict และละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน Violating Fundamental Human Rights เช่น สิทธิในการมีชีวิต Rights to Life, น้ำ Water และอาหาร Food ทำให้การดำเนินการอย่างเร่งด่วน และเข้มข้น เพื่อยกเลิกการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล Making Urgent, Massive Action against Use of Fossil Fuels คือสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้จากนี้ไป เพื่อป้องกันความเสียหายร้ายแรงที่ไม่อาจย้อนกลับได้ Prevent Catastrophic, Irreversible Harm ..

นักวิทยาศาสตร์ และผู้นำในหลายประเทศทั่วโลก Scientists & Leaders from Many Countries around the World ต่างเน้นย้ำว่า การพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างต่อเนื่องกำลังทำลายโลก Continued Reliance on Fossil Fuels is Destroying the Planet และด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแปลงพื้นฐานระบบของมนุษย์ Requiring a Fundamental Shift in Human Systems และจิตสำนึกร่วมส่วนรวมใหม่ New Collective Consciousness เพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์อันเลวร้าย Avoid Catastrophic Outcomes ที่กำลังจะเกิดขึ้นหากไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งจากนี้ไป ..
ประเด็นสำคัญของวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Key Aspects of the Climate Crisis นั้น สรุปได้ดังนี้ :-
– สาเหตุ Cause : การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล Burning Fossil Fuels เช่น ถ่านหิน Coal, น้ำมัน Oil และ ก๊าซธรรมชาติ Natural Gas, การตัดไม้ทำลายป่า Deforestation และการทำเกษตรเชิงเดี่ยว Monoculture Farming เป็นต้นนั้น จะปล่อยคายก๊าซเรือนกระจกที่เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide : CO2 และมีเทน Methane : CH4 ซึ่งกักเก็บความร้อนไว้เสมือนผ้าห่ม Trap Heat Like a Blanket ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน Causing Global Warming ..

– ผลกระทบ Effects : ผลกระทบร้ายแรงจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Severe Impacts from the Climate Crisis ที่มีต่อการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ Survival of Humanity ประกอบไปด้วย :-
– สภาพอากาศสุดขั้ว Extreme Weather : คลื่นความร้อนที่รุนแรงขึ้น More Intense Heatwaves, น้ำท่วม Floods, ภัยแล้ง Droughts, พายุไซโคลน Cyclones และฤดูไฟป่าที่ยาวนานขึ้น Longer Fire Seasons ..
– ผลกระทบต่อสุขภาพHealth Impacts : การแพร่ระบาดของโรค Spread of Diseases เช่น มาลาเรีย Malaria และไข้เลือดออก Dengue, โรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อน Heat-Related Illnesses และวิกฤติการณ์ด้านมนุษยธรรม Humanitarian Crises ..
– การหยุดชะงักทางนิเวศวิทยา Ecological Disruption : ธารน้ำแข็งละลาย Melting Glaciers, ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น Rising Sea Levels, การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของมหาสมุทร และภาวะเป็นกรด Ocean Chemistry & Acidification และการอพยพย้ายถิ่น และการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต Species Migration & Extinction ..
– การขาดแคลนทรัพยากร Resource Scarcity : ภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางอาหาร และน้ำ Threats to Food & Water Security นำไปสู่ความขัดแย้งแย่งชิงทรัพยากร Resource Conflicts ..
– การหยุดชะงักทางเศรษฐกิจ และสังคม Economic & Social Disruption : วิกฤติสภาพภูมิอากาศ Climate Crisis ผลักดันให้ผู้คนตกอยู่ในความยากจน Pushing People into Poverty, ทำลายโครงสร้างพื้นฐาน Destroying Infrastructure, ทำลายระบบอาหาร Disrupting Food Systems และสร้างความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ Straining Economies ..
– ความเสี่ยงด้านความมั่นคง Security Risks : การแข่งขันเพื่อแย่งชิงทรัพยากร Heightened Competition for Resources เช่น น้ำ Water และที่ดิน Land ที่สูงขึ้น นำไปสู่การอพยพย้ายถิ่นฐาน และความขัดแย้งครั้งใหญ่ Mass Migration & Conflict ..
– ความเร่งด่วน Urgency : คำว่า “วิกฤติ Crisis” เน้นย้ำถึง อันตราย ความรวดเร็ว และความรุนแรง โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่อุณหภูมิโลกร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา เรียกร้องให้มีการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศอย่างเร่งด่วน Demanding Immediate Climate Action มากกว่าเพียงแค่มองว่าเป็นปัญหาของ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change” เท่านั้น ..
– แนวทางแก้ไข Solutions : การเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียน Transitioning to Renewable Energy เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม Solar & Wind Energy, การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน Improving Energy Efficiency, การขนส่งที่ยั่งยืน Sustainable Transportation เช่น รถยนต์ไฟฟ้า EVs, ระบบขนส่งสาธารณะ Public Transit และการเปลี่ยนแปลงนโยบาย Policy Changes ล้วนเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นข้อไขที่เฉียบขาด Crucial & Decisive Issues ที่จะต้องเร่งดำเนินการ ..
โดยพื้นฐานแล้ว วิกฤติสภาพภูมิอากาศ Climate Crisis เป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ Threats to Human Existence ซึ่งจำเป็นต้องมีการตอบสนองระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป Requiring a Global, Transformative Response เพื่อปกป้องโลก และสิ่งมีชีวิตที่อยู่อาศัย Protecting the Planet & the Living Creatures ..
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน การต่อสู้วิกฤติสภาพภูมิอากาศเพื่ออนาคตที่ดีกว่า Climate Crisis Combat for better Future คือ กรอบความคิดที่สำคัญที่สุด Most Important Framing .. การต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Combating the Climate Crisis ด้วยกระบวนเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition Process นั้น มิได้เป็นเพียงการหลีกเลี่ยงภัยพิบัติเท่านั้น Not Just about Avoiding Disaster แต่ยังเป็นการสร้างอนาคตที่ดีกว่า สุขภาพที่ดีกว่า ความปลอดภัยที่ดีกว่า และความมั่งคั่งที่ดีกว่า Building a Better, Healthier, More Secure & More Prosperous Future มาพร้อมอีกด้วย ..

“อนาคตที่ดีกว่าBetter Future” อันเป็นผลมาจากการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศที่ประสบความสำเร็จ Successful Climate Action ซึ่งก็หมายถึง การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิทั่วโลก Achieving Global Net-Zero Emissions ในช่วงกลางศตวรรษนี้ โดยสามารถมองภาพได้ใน 4 มิติหลัก ได้แก่ :-
1. การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ Environmental & Ecological Renewal ซึ่งหมายถึง โลกที่มีสุขภาพดีกว่า A Healthier Planet : ประโยชน์โดยตรงที่สุด Most Direct Benefit คือ การรักษาเสถียรภาพของระบบสภาพภูมิอากาศของโลก Stabilizing the Earth’s Climate System ตลอดจนป้องกันการเปลี่ยนแปลงที่ร้ายแรงที่สุด และไม่อาจย้อนกลับได้ Preventing the Most Catastrophic & Irreversible Changes ประกอบด้วยผลลัพธ์ที่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นได้จากการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ Climate Action ดังนี้ :-
– สภาพภูมิอากาศที่เสถียรStabilized Climate : หยุดยั้งการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลก Stop the Acceleration of Global Average Temperature Rise, ป้องกันผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุด Preventing the Worst Outcomes เช่น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นหลายเมตร Meters of Sea Level Rise, การพังทลายของแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ Massive Ice Sheet Collapse และจุดเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศที่อันตราย Dangerous Climate Tipping Points ..
– อากาศ และน้ำที่สะอาดกว่า Cleaner Air & Water : การเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล Phasing Out Fossil Fuels เช่น ถ่านหิน Coal, น้ำมัน Oil และก๊าซธรรมชาติ Natural Gas เป็นต้นนั้น จะช่วยกำจัดแหล่งกำเนิดหลักของฝุ่นละออง Particulate Matter และไนโตรเจนออกไซด์ Nitrogen Oxides: NOx ส่งผลให้อากาศในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกสะอาดขึ้นอย่างมาก Dramatically Cleaner Air in Cities Globally, ช่วยลดอัตราการเกิดโรคทางเดินหายใจ Reducing Respiratory Illnesses และช่วยชีวิตผู้คนได้หลายล้านคนต่อปี Saving Millions of Lives Annually ..
– ระบบนิเวศที่ได้รับการฟื้นฟูRestored Ecosystems : การมุ่งเน้นไปที่แนวทางแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นหลัก Nature-Based Solutions เช่น การปลูกป่าทดแทน Reforestation, เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture, วนเกษตร Agroforestry และการอนุรักษ์ทางทะเล Marine Protection เป็นต้น ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยกักเก็บคาร์บอนในฐานะอ่างกักเก็บคาร์บอน Carbon Sinks เท่านั้น แต่ยังช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ Restores Biodiversity, ปรับปรุงสุขภาพของดิน Improves Soil Health และเสริมสร้างกลไกการป้องกันตามธรรมชาติจากสภาพอากาศที่รุนแรง Strengthens the Natural Defenses against Weather Extremes เช่น ป่าชายเลนที่ปกป้องแนวชายฝั่ง Mangroves Protecting Coastlines เป็นต้น มาพร้อมด้วย ..
2. ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ และความยืดหยุ่น Economic Prosperity & Resilience ซึ่งหมายถึง เศรษฐกิจยุคใหม่ A Modern Economy : การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ Changes Resulting from Climate Action นี้ จะทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ Economic Driver, สร้างอุตสาหกรรมใหม่ ๆ Creating New Industries และสร้างเสถียรภาพให้กับต้นทุน Stabilizing Costs สรุปได้ดังนี้ :-
– การเติบโตของตำแหน่งงานสีเขียวThe Green Job Boom : การเปลี่ยนแปลงนี้ ต้องการการลงทุนมหาศาล Massive Investment ในการผลิต Manufacturing, การติดตั้ง และการบำรุงรักษาพลังงานหมุนเวียน Installation & Maintenance of Renewable Energy, ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน Energy Efficiency และโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย Modern Infrastructure ซึ่งจะก่อให้เกิด “งานสีเขียวGreen Jobs” คุณภาพสูงในท้องถิ่นหลายล้านตำแหน่ง ..
– พลังงานที่มีราคาถูกกว่า และมีเสถียรภาพ Cheaper & Stable Energy : เมื่อลงทุนในแหล่งพลังงานหมุนเวียน Investment in Renewable Energy Sources แล้ว เช่น พลังานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม Solar & Wind Energy เป็นต้นนั้น จะไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ .. สิ่งนี้ ช่วยปกป้องผู้บริโภค และธุรกิจ Protects Consumers & Businesses จากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เกิดจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ Volatile, Geopolitically Driven Price Swings of Fossil Fuels ซึ่งนำไปสู่ต้นทุนพลังงานที่ต่ำลง Lower Energy Costs และคาดการณ์ได้มากขึ้นในระยะยาว More Predictability in the Long Term ..
– กลไกขับเคลื่อนนวัตกรรมInnovation Engine : ความท้าทายอันยิ่งใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลักดันให้เกิดนวัตกรรมอย่างรวดเร็วในด้านต่าง ๆ เช่น ไฮโดรเจนสีเขียว Green Hydrogen : H2, วัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืน Sustainable Building Materials เช่น ปูนซีเมนต์ และเหล็กสะอาด Clean Cement & Steel และระบบจัดเก็บพลังงานด้วยชุดแบตเตอรี่ขั้นสูง Advanced Battery Storage ซึ่งสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ และตลาดส่งออกทางเทคโนโลยี ..
3. สุขภาพ และความเท่าเทียมทางสังคม Societal Health and Equity ซึ่งหมายถึง สังคมที่เป็นธรรมยิ่งขึ้น A Fairer Society : การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ Climate Action สร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างมากต่อสุขภาพของประชาชน Public Health และความสามัคคีทางสังคม Social Cohesion โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเปราะบาง Vulnerable Groups ประกอบไปด้วย :-
– การพัฒนาสาธารณสุข Public Health Improvement : การกำจัดมลพิษทางอากาศ คือ ประโยชน์สาธารณะร่วมกันด้านสุขภาพที่สำคัญที่สุด Biggest Health Co-Benefit .. ยิ่งไปกว่านั้น การส่งเสริมการเดินทางแบบแอคทีฟ Promoting Active Travel เช่น การเดิน Walking, การปั่นจักรยาน Cycling และการขนส่งสาธารณะ Public Transit ที่สร้างขึ้นในเมืองที่ยั่งยืน Built into Sustainable Cities ยังนำไปสู่การพัฒนาสมรรถภาพทางกายที่ดีขึ้น Improved Fitness, ลดอัตราการเกิดโรคเรื้อรัง Reduced Chronic Disease และสุขภาพจิตที่ดีขึ้น Better Mental Health ..
– ความมั่นคงทางอาหาร และน้ำFood & Water Security : การลงทุนในภาคเกษตรกรรมที่มีความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ Investing in Climate – Resilient Agriculture เช่น พืชผลที่ทนแล้ง Drought-Resistant Crops และการทำเกษตรแม่นยำ Precision Farming รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน Sustainable Water Management จะช่วยลดความเสี่ยงของพืชผลเสียหาย Reduces the Risk of Crop Failures, รักษาเสถียรภาพราคาอาหาร Stabilizes Food Prices และลดการแข่งขันเพื่อแย่งชิงทรัพยากรน้ำที่หายาก Lessens Competition for Scarce Water Resources โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคกำลังพัฒนา Developing Regions ..
– ลดความขัดแย้ง และการอพยพย้ายถิ่น Reduced Conflict and Migration : การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการขาดแคลนทรัพยากร และการเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน Major Driver of Resource Scarcity & Displacement .. การรักษาเสถียรภาพของสภาพภูมิอากาศ Stabilizing the Climate จะสามารถช่วยลดความถี่ และความรุนแรงของภัยแล้ง Droughts, น้ำท่วม Floods และสภาพอากาศรุนแรง Extreme Weather ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยง Lowering the Risk ในประเด็นความขัดแย้งที่เกิดจากสภาพภูมิอากาศ Climate-Induced Conflict และการอพยพย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่ Mass Migration ได้เป็นอย่างดี ..
4. การเสริมพลังทางเทคโนโลยี Technological Empowerment ซึ่งหมายถึง โลกที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น A Smarter World : อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยระบบอัจฉริยะที่เชื่อมต่อถึงกัน Future is Powered by Smart, Interconnected Systems ซึ่งออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่น Efficiency & Resilience ได้แก่ :-
– โครงข่ายระบบสายส่งกำลังไฟฟ้าอัจฉริยะThe Smart Grids : โครงข่ายระบบสายส่งกำลังไฟฟ้าที่ทันสมัย และมีความยืดหยุ่นสูง Modernized, Highly Resilient Electricity Grids ใช้ปัญญาประดิษฐ์ Artificial intelligence : AI และเทคโนโลยีดิจิทัล Digital Technologies เพื่อจัดการการไหลของพลังงานหมุนเวียนที่ไม่ต่อเนื่อง Manage the Flow of Intermittent Renewables, เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด Maximizing Efficiency, ลดการสูญเสีย Minimizing Waste และรับประกันการส่งมอบพลังงานที่เชื่อถือได้ Ensuring Reliable Power Delivery ..
– อาคารประสิทธิภาพสูง Hyper-Efficient Buildings : อาคารใหม่ทั้งหมด และอาคารที่ได้รับการปรับปรุงส่วนใหญ่ All New & Most Retrofitted Buildings จะใช้พลังงานเป็นศูนย์สุทธิ Net-Zero Energy หรือพลังงานเกือบศูนย์ Near-Zero Energy โดยอาศัยฉนวนกันความร้อน Superior Insulation, ปั๊มความร้อน Heat Pumps และพลังงานแสงอาทิตย์แบบบูรณาการ Integrated Solar Power ช่วยลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ Minimizing their Climate Footprint และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย Maximizing Occupant Comfort ..
– เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy : การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ประสบความสำเร็จ Successful Energy Transition คือ การก้าวข้ามรูปแบบ “Take-Make-Waste” ไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ซึ่งผลิตภัณฑ์จะได้รับการออกแบบให้มีความทนทาน Durability, นำกลับมาใช้ใหม่ Reuse และรีไซเคิล Recycling ได้ ซึ่งจะช่วยลดความจำเป็นในการขุดสกัด และผลิตทรัพยากรที่มีการปล่อยมลพิษสูง Minimizes the Need for High-Emission Resource Extraction & Manufacturing ..
ทั้งนี้ ในภาพรวมโดยพื้นฐานแล้ว กระบวนเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition Process และการต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Combat Against the Climate Crisis คือหนทางสู่การแก้ไขปัญหาระดับโลกหลายประการพร้อมกันไป Pathway to Solving Multiple Global Challenges Simultaneously อันถือเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญที่สุดสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน Ultimate Engine for Sustainable Development สำหรับอนาคตที่เหนือชั้นกว่าจากนี้ไป ..
การต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย Combating the Climate Crisis in Thailand ..
การรับมือกับวิกฤติสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย Addressing the Climate Crisis in Thailand เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ระดับชาติที่ครอบคลุม Comprehensive National Strategy ซึ่งมุ่งเน้นการบรรเทาผลกระทบ Ambitious Mitigation และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Reducing Emissions รวมถึงการปรับตัวอย่างเร่งด่วน Urgent Adaptation เพื่อรับมือกับผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ Coping with Unavoidable Impacts ในทุกภาคส่วนสำคัญ ..
ในฐานะที่ประเทศไทย Thailand คือ ชาติเกษตรกรรมรายได้ปานกลาง Middle-Income Agricultural Countries ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว Rapidly Developing และมีความเสี่ยงสูงต่อภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศ Highly Vulnerable to Climate Hazards เช่น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น Sea-Level Rise และน้ำท่วม Flooding เป็นต้นนั้น ส่งผลให้การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย Thailand’s Climate Action ได้กลายเป็นเสาหลักสำคัญ Essential Pillar ของแผนความมั่นคงแห่งชาติ และแผนเศรษฐกิจระยะยาว Long-Term National Security & Economic Plan ..
จนถึงวันนี้ ประเทศไทย Thailand ได้ปรับปรุงเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศอย่างมีนัยสำคัญ Significantly Updated its Climate Goals โดยเร่งกรอบเวลาสำหรับการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ สรุปได้ ดังนี้ :-
– เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ Net-Zero Target : ประเทศไทย Thailand ตั้งเป้าที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ภายในปี 2593 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ Net-Zero Greenhouse Gas: GHG Emissions ภายในปี 2608 ..
– การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด Nationally Determined Contribution: NDC 3.0 : เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา รัฐบาลไทย ได้อนุมัติแผนเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 3 หรือ Nationally Determined Contribution : NDC 3.0 โดยกำหนดเป้าหมายระยะกลางเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิลง 47% ด้วยปริมาณสุทธิ อยู่ที่ 152 MtCO2eq จากระดับปี 2562 ในช่วงระหว่างปี 2574-2578 ซึ่งถือเป็นการเร่งเป้าหมายในระยะกลางอย่างมีนัยสำคัญ ครอบคลุมก๊าซเรือนกระจกหลัก และทุกภาคส่วนเศรษฐกิจ ได้แก่ ภาคพลังงาน, อุตสาหกรรม, เกษตร, ของเสีย และป่าไม้ Energy, Industry, Agriculture, Waste & Forestry Sectors .. ทั้งนี้ เพื่อแสดงความมุ่งมั่นของไทยในการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ และจำกัดอุณหภูมิโลก ไม่ให้เกิน 1.5oC และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ Creating Economic Opportunities, ดึงดูดการลงทุนสีเขียว Attracting Green Investment และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ Driving the Transition to a Low-Carbon Economy ..
– กรอบนโยบาย Policy Frameworks : เป้าหมายเหล่านี้ผนวกรวมอยู่ในยุทธศาสตร์การพัฒนาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำระยะยาว Long-Term Low Greenhouse Gas : GHG Emission Development Strategy : LT-LEDS และแผนแม่บทการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change Master Plan ปี 2558-2593 ซึ่งเป็นแนวทางในการดำเนินการในแต่ละภาคส่วน นั่นเอง ..
อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการบรรเทา และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Mitigation & Reducing Greenhouse Gas Emissions efforts ของไทยนั้น มุ่งเป้าไปที่ภาคส่วนที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด ได้แก่ ภาคพลังงาน Energy Sector, ภาคการขนส่ง Transportation Sector และภาคอุตสาหกรรม Industrial Sector รวมถึงป่าไม้ และการใช้ที่ดิน ในภาพรวม 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย :-
1. การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคพลังงาน Energy Sector Decarbonization : ภาคพลังงาน คือ ภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide : CO2 มากที่สุด ทำให้เป็นภาคส่วนที่สำคัญที่สุดในการแทรกแซงด้วยมาตรการภาครัฐต่าง ๆ ได้แก่ :-
– การใช้พลังงานหมุนเวียนRenewable Energy Deployment : แผนพัฒนาการผลิตกำลังไฟฟ้า Power Development Plan: PDP ของไทย ได้กำหนดเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการผลิตกำลังไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน Increasing the Share of Renewable Electricity โดยตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าใหม่ New Power Generation Capacity ให้ได้ 50% ภายในปี 2593 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการลงทุนจำนวนมากในด้านพลังงานแสงอาทิตย์ Solar Energy, พลังงานลม Wind Energy และพลังงานชีวมวล Biomass Energy รวมถึงการลงทุนในระบบจัดเก็บพลังงาน Investment in Energy Storage Systems มาพร้อมด้วย ..
– การดักจับ และจัดเก็บคาร์บอน Carbon Capture & Storage: CCS : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. Electricity Generating Authority of Thailand: EGAT กำลังประเมินศักยภาพในการนำเทคโนโลยีการดักจับ และจัดเก็บคาร์บอน Carbon Capture & Storage : CCS Technologies มาใช้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงไฟฟ้าถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่ Existing Coal & Natural Gas Power Plants เพื่อจัดการการปล่อยก๊าซที่ไม่สามารถกำจัดได้ในทันที Manage Emissions that Cannot Be Immediately Eliminated ..
– อัตราภาษีสีเขียว และสัญญาซื้อขายไฟฟ้า Green Tariffs & PPAs : มีการพัฒนากลไกนโยบายภาครัฐใหม่ ๆ ของไทย เพื่อให้กลุ่มธุรกิจ Business Groups สามารถซื้อพลังงานไฟฟ้าจากโครงการพลังงานสะอาดได้โดยตรง Allow Businesses to Directly Purchase Electricity from Clean Energy Projects และปลดล็อคการผูกขาดระบบสายส่งจากภาครัฐ ซึ่งจะช่วยเร่งการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขององค์กร Accelerating Corporate Decarbonization ได้เป็นอย่างดี ..
2. การขนส่ง และการเดินทางที่ยั่งยืน Sustainable Transport & Mobility : การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคขนส่ง Reducing Reliance on Fossil Fuels in the Transport Sector คือ ประเด็นสำคัญ ซึ่งประกอบด้วยกลยุทธ์ และมาตรการภาครัฐ ได้แก่ :-
– การนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ Electric Vehicle: EV Adoption : รัฐบาลไทยให้แรงจูงใจที่สำคัญ เช่น การลดหย่อนภาษี เงินอุดหนุน เป็นต้น เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าแบบใช้แบตเตอรี่ และแบบปลั๊กอินไฮบริด ให้บรรลุเป้าหมายส่วนแบ่งตลาด 69% สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นในประเทศ ภายในปี 2578 ..
– เชื้อเพลิงชีวภาพ และไฮโดรเจน Biofuels & Hydrogen : H2 : กลยุทธ์ต่าง ๆ ได้แก่ การส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพขั้นสูง Promoting the Use of Advanced Biofuels และการสำรวจการพัฒนาไฮโดรเจนสีเขียว Exploring the Development of Green Hydrogen : H2 สำหรับรถบรรทุกสำหรับงานหนัก Heavy – Duty Trucking และการขนส่งทางอุตสาหกรรม Industrial Transportation ..
3. ป่าไม้ และการใช้ที่ดิน Land Use, Land – Use Change & Forestry: LULUCF : ป่าไม้ คือ แหล่งดูดซับคาร์บอนที่สำคัญของประเทศ ซึ่งปัจจุบัน ประเทศไทย Thailand กำลังให้ความสำคัญกับความพยายามขนาดใหญ่ในการฟื้นฟู และขยายพื้นที่ป่า Prioritizing Large-Scale Efforts to Restore & Expand Forest Cover รวมถึงการปลูกป่า และการปลูกป่าทดแทน Afforestation & Reforestation เพื่อเพิ่มการกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติ Enhance Natural Carbon Sequestration และช่วยชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคส่วนอื่น ๆ Help Offset Emissions from Other Sectors ..
สำหรับความท้าทาย และโอกาส Challenges & Opportunities ของไทยนั้น ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการทางการเงิน Financial Needs .. การบรรลุเป้าหมายตามแผนการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 3 หรือ Nationally Determined Contribution : NDC 3.0 ต้องใช้เงินลงทุน อยู่ที่ประมาณ 7.05 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2578 ซึ่งส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาเงินทุนระหว่างประเทศ International Finance และการลงทุนจากภาคเอกชน Private Sector Investment .. นอกจากนั้น ประเทศไทย ยังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuel Dependence เช่น ถ่านหิน Coal และก๊าซธรรมชาติ Natural Gas อย่างมากในการผลิตกำลังไฟฟ้า Power Generation และจำเป็นต้องมีการปฏิรูปนโยบายเพื่อปลดล็อกศักยภาพในการแข่งขันด้านพลังงานหมุนเวียนอย่างเต็มที่ ตลอดจนความตระหนักรู้ของวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม SME Awareness จำนวนมาก ซึ่งเป็นแกนหลักของเศรษฐกิจไทยนั้น ยังไม่ตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ และเทคโนโลยีสีเขียวที่มีอยู่ เท่าที่ควร .. ซึ่งเหล่านี้คือ ความท้าทายของไทยที่จะต้องก้าวข้ามผ่านไปให้ได้ นั่นเอง ..
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายการลงทุนสีเขียว Green Investment ตามยุทธศาสตร์พลังงานสะอาดที่ทะเยอทะยานของไทยนั้น ได้สร้างโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้กับประเทศไทยสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศในด้านเทคโนโลยีสีเขียว Foreign Investment in Green Technologies, ระบบจัดเก็บพลังงานแบตเตอรี่ Battery Storage และการปรับปรุงโครงข่ายระบบสายส่งกำลังไฟฟ้าอัจฉริยะ Smart Grid Modernization ..
ปัจจุบัน รัฐบาลไทย กำลังเตรียมนำระบบภาษีคาร์บอน Carbon Tax และระบบซื้อขายคาร์บอนเครดิต Carbon Credit Trading System มาใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อจูงใจให้ภาคธุรกิจ และชุมชน ลดการปล่อยมลพิษ Incentivize Businesses to Cut Emissions และระดมทุนจากภาคเอกชน Mobilize Private Capital มาพร้อมด้วย ..
โดยสรุปแล้ว การเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทย Thailand’s Energy Transition เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อออกไปจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ไปสู่พลังงานหมุนเวียน Major Shift from Fossil Fuels Especially Natural Gas to Renewables ซึ่งขับเคลื่อนโดยเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน เช่น เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ภายในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ ภายในปี 2608 โดยมุ่งเน้นไปที่การนำพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวภาพ และรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ Solar, Wind, Bioenergy & EV Adoption ภายใต้แผนพลังงานแห่งชาติ National Energy Plan : NEP และแผนพัฒนาการผลิตกำลังไฟฟ้า Power Development Plan : PDP .. แต่จนถึงวันนี้ ประเทศไทย Thailand ก็ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายในการพึ่งพาก๊าซธรรมชาตินำเข้า Reliance on Imported Natural Gas, การปรับปรุงโครงข่ายระบบสายส่งกำลังไฟฟ้าให้ทันสมัย Grid Modernization และการสร้างหลักประกันว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานในประเทศไทย Thailand’s Energy Transition จะเป็นไปอย่างยุติธรรมสำหรับชุมชน ..
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์สำคัญ Key Strategies ประกอบด้วยการขยายขนาดการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบจัดเก็บพลังงาน Scaling Up of Solar Power & Energy Storage Systems, การพัฒนาพลังงานชีวภาพ Development of Bioenergy, การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า Promoting Electric Vehicles: EVs, การพัฒนาระบบดักจับคาร์บอน Developing Carbon Capture: CCUS และการกำหนดราคาคาร์บอน Introducing Carbon Pricing ทั้งนี้ เพื่อให้การสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ Balancing Economic Growth with Climate Targets และความมั่นคงทางพลังงาน Energy Security ของไทยนั้น บรรลุความสำเร็จได้ในที่สุดจากนี้ไป ..

คาดการณ์ตลาดการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั่วโลก Global Energy Transition Market ..
เพื่อต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Combating Climate Crisis นั้น การเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition คือ เครื่องมือหลัก Key Tools และถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ One of the Largest Economic Transformations in History โดยเป็นการโยกย้ายเงินลงทุนหลายล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ จากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด Shifting Trillions of Dollars in Investment from Fossil Fuels to Clean Energy นี่คือตลาดโลกขนาดใหญ่ และกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว Massive & Rapidly Expanding Global Market ..
ตลาดการเปลี่ยนผ่านพลังงาน Market for the Energy Transition ไม่ได้วัดเพียงแค่กำลังการผลิตที่ติดตั้ง Installed Capacity แต่ยังวัดจากเงินลงทุนทั้งหมดในด้านเทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน Total Investment across Technologies & Infrastructure ไปพร้อมด้วย ..
อ้างถึงข้อมูลการสำรวจศึกษาตลาดของ Fortune Business Insights พบว่า ขนาดธุรกิจในตลาดการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั่วโลก Global Energy Transition Market มีมูลค่า อยู่ที่ 2,056.87 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตจาก 2,384.50 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568 เป็น 6,474.40 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2575 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี Compound Annual Growth Rate : CAGR หมายถึง อัตราผลตอบแทนสำหรับตลาดการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั่วโลก Global Energy Transition Market ที่เติบโตจากยอดดุลเริ่มต้นไปถึงยังยอดดุลสิ้นสุด รวมสมมติฐานว่ากำไรจะถูกนำกลับมาลงทุนหมุนเวียนใหม่ทุกสิ้นปีของช่วงอายุการลงทุน อยู่ที่ค่า CAGR 15.34% ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ปี 2569-2575 ..
การเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition หมายถึง ความพยายามทั่วโลกในการเปลี่ยนจากแหล่งพลังงานที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่การนำแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำ และพลังงานหมุนเวียนมาใช้ Global Efforts of Shifting from Fossil Fuel-Based Energy Sources to the Adoption or Implementation of Low-Carbon & Renewable Energy Sources ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงที่สำคัญในการผลิต การกระจาย และการบริโภคพลังงาน .. ประเด็นสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ได้แก่ การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Addressing Climate Change, การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Lowering Greenhouse Gas Emissions, การปรับปรุงความมั่นคงด้านพลังงาน Improving Energy Security และการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน Supporting Sustainable Development ..
คาดหมายได้ว่า ส่วนแบ่งตลาดการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั่วโลก Global Energy Transition Market Share จะเติบโตขึ้นเนื่องจากความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มสูงขึ้น .. ข้อตกลงปารีส Paris Agreement เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก และมีเป้าหมายที่จะจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไว้ที่ 1.5oC เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อนได้อย่างมีนัยสำคัญ ..
การผลิตกำลังไฟฟ้า Electricity Generation และกิจกรรมการขนส่ง Transportation Activities คือ สาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล Use of Fossil Fuels ตัวอย่างเช่น สำนักงานข้อมูลพลังงานของสหรัฐฯ U.S. Energy Information Administration ระบุว่า ในปี 2566 มีการผลิตกำลังไฟฟ้า ประมาณ 4.18 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง KWh จากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ซึ่ง 60% ของการผลิตกำลังไฟฟ้ามาจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก เช่น ถ่านหินCoal, ก๊าซธรรมชาติ Natural Gas, ปิโตรเลียม Petroleum และก๊าซอื่น ๆ Other Gases .. ดังนั้นจึงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการนำแหล่งพลังงานหมุนเวียน Adoption of Renewable Energy Sources มาใช้ทดแทน เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคพลังงาน Diminish Reliance on Fossil Fuels in the Energy Sectorเนื่องจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างต่อเนื่อง Continued Use of Fossil Fuels นั้น จะนำไปสู่การปล่อยคาร์บอนสู่สิ่งแวดล้อม Lead to Carbon Emissions in the Environment ..
แม้ว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน Energy Transition เป็นสิ่งจำเป็นในการจำกัดอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ต้องใช้ความมุ่งมั่นทางการเงินในระยะยาว Long-Term Financial Commitment เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ .. ทั้งนี้ การปรับปรุงโครงข่ายระบบสายส่งกำลังไฟฟ้า Upgrading Power Grids, การติดตั้งฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม Installing Solar & Wind Farms และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ล้วนต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ส่งผลให้ความพยายามในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน กระจุกตัวอยู่ในบางภูมิภาค ในขณะที่ประเทศที่มีรายได้น้อย Low-Income Economies กลับไม่ได้รับการพัฒนาในด้านนี้ .. นอกจากนี้ ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น Growing Energy Needs คาดว่าจะสร้างแรงกดดันต่อการจัดหาพลังงานที่เชื่อถือได้ และยั่งยืน Reliable & Sustainable Energy Supply ..
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition ก็ปรากฏให้เห็นชัดเจนในภาคการขนส่ง Transportation Sector โดย รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน Internal Combustion Engine: ICE Vehicles กำลังถูกแทนที่ด้วยยานยนต์ไฮโดรเจน Hydrogen : H2 Vehicles, รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ Battery Electric Vehicles : BEVs และรถยนต์ไฮบริดไฟฟ้า Hybrid Electric Vehicles : HEVs .. ผู้ผลิตรถยนต์ Automakers ในหลายประเทศ ให้ความสำคัญ และลงทุนในเทคโนโลยียานยนต์ไฮโดรเจน และยานยนต์ไฟฟ้าเป็นอย่างมาก ในขณะที่รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านโดยการให้เงินอุดหนุน และสิ่งจูงใจในการซื้อรถยนต์เหล่านี้มาพร้อมด้วย ทำให้คาดหมายได้ว่า ปัจจัยเหล่านี้จะสนับสนุนการเติบโตของตลาดการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั่วโลก Support Global Energy Transition Market Growth ได้อย่างมีนัยสำคัญจากนี้ไป ..
สรุปส่งท้าย ..
การเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition ไม่ใช่เพียงเป้าหมายที่พึงปรารถนาเท่านั้น แต่เป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดต่ออนาคตของโลก และมนุษยชาติ Absolutely Critical for the Future of the Planet & Humanity โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื่องเพราะระบบพลังงานปัจจุบัน Current Energy System คือ สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Single Largest Contributor to the Climate Crisis ..
ขณะเดียวกัน การต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Combating the Climate Crisis เป็นความพยายามหลายด้าน Multifaceted Effort ที่ต้องอาศัยการดำเนินการในระดับโลก ภาครัฐ ภาคเอกชน และระดับบุคคล Actions at the Global, Governmental, Private & Individual Levels .. กลยุทธ์หลัก Key Strategies แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การลดผลกระทบ Mitigation และการปรับตัว Adaptation ..

ทั้งนี้ กระบวนเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition Process รวมถึงกลยุทธ์หลักที่เป็นมาตรการบรรเทาผลกระทบ Mitigation และมาตรการปรับตัว Adaptation จะช่วยให้ผู้กำหนดนโยบาย Policymakers สามารถเข้าใจกรอบการดำเนินงานต่าง ๆ ทั่วโลก Understanding the Various Actions Taken Globally ได้อย่างชัดเจน สรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ดังนี้ :-
– การเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน Transition to Renewable Energy : การเปลี่ยนจากเชื้อเพลิงฟอสซิล Shifting from Fossil Fuels เช่น ถ่านหิน Coal, น้ำมัน Oil และก๊าซธรรมชาติ Natural Gas ไปสู่แหล่งพลังงานสะอาด Clean Energy Sources เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ Solar Energy, พลังงานลม Wind Energy, พลังงานความร้อนใต้พิภพ Geothermal Energy, พลังงานชีวภาพ Bioenergy และกำลังไฟฟ้าพลังงานน้ำ Hydropower เป็นต้น ..
– การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน Improving Energy Efficiency : การลดการใช้พลังงานในอาคาร การขนส่ง และอุตสาหกรรม Reducing Energy Consumption in Buildings, Transportation & Industry ผ่านเทคโนโลยี และแนวปฏิบัติที่ดีขึ้น เช่น หลอดไฟ LED Lighting, รถยนต์ไฟฟ้า Electric Vehicles : EVs และฉนวนกันความร้อนที่ดีขึ้น Improved Insulation เป็นต้น ..
– การจัดการที่ดินอย่างยั่งยืนSustainable Land Management : การปกป้อง และขยายแหล่งกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติ Protecting & Expanding Natural Carbon Sinks เช่น ป่าไม้ Forests, พื้นที่ชุ่มน้ำ Wetlands และมหาสมุทร Oceans พร้อมกับการนำเกษตรยั่งยืน Sustainable Agriculture และแนวทางการเกษตรที่ชาญฉลาดด้านสภาพภูมิอากาศมาใช้ Adopting Climate-Smart Agriculture Practices เพื่อกักเก็บคาร์บอนในดิน Store Carbon in the Soil ..
– นวัตกรรมทางเทคโนโลยีTechnological Innovation : การพัฒนา และใช้งานเทคโนโลยี เช่น การดักจับและกักเก็บคาร์บอน Carbon Capture and Storage : CCS เพื่อดักจับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide : CO2 โดยตรงจากกระบวนการทางอุตสาหกรรม Industrial Processes หรือจากบรรยากาศ Atmosphere รวมถึงเทคโนโลยีไฮโดรเจน Hydrogen Technologies มาพร้อมด้วย เป็นต้น ..
– ความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐาน Infrastructure Resilience : การสร้างถนน และสะพานที่แข็งแรงกว่า Building Stronger Roads & Bridges และระบบป้องกันชายฝั่งที่แข็งแรงขึ้น Stronger Sea Defenses เช่น กำแพงกันคลื่น Seawalls และระบบนิเวศชายฝั่งที่ยืดหยุ่น Resilient Coastal Ecosystems เป็นต้น เพื่อรับมือกับเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง Extreme Weather Events และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น Rising Sea Levels คือ ความจำเป็นที่ขาดไม่ได้มาพร้อมด้วย ..
– การจัดการน้ำ Water Management : หมายถึง การพัฒนาระบบกักเก็บ และกระจายน้ำที่ดีขึ้น Developing Better Water Storage & Distribution Systems เพื่อรับมือกับภัยแล้ง Cope with Droughts และจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น Managing Flood Risks More Effectively ..
– ระบบสาธารณสุข Public Health Systems : หมายถึงการเสริมสร้างระบบสาธารณสุข Enhancing Health Systems เพื่อเตรียมรับมือกับภัยคุกคามด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ เช่น คลื่นความร้อน Heatwaves, การแพร่ระบาดของโรคที่เกิดจากพาหะนำโรค Spread of Vector-Borne Diseases และความไม่มั่นคงทางอาหาร Food Insecurity ..
– ระบบเตือนภัยพิบัติล่วงหน้า Early Warning Systems : การนำระบบที่มีประสิทธิภาพมาใช้เพื่อแจ้งเตือนชุมชนถึงภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้น Alert Communities to Impending Disasters เช่น พายุเฮอริเคน Hurricanes, น้ำท่วม Floods หรือความร้อนจัด Extreme Heat คือ ประเด็นเชิงนโยบายภาครัฐที่ทุกประเทศจะละเลยไม่ได้จากนี้ไป ..
ในภาพรวมของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition นั้น ประเด็นที่สำคัญที่สุดของพลังงานสะอาด Most Important Aspect of Clean Energy คือประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม Environmental Benefits ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตระบบพลังงานโลก Future of the Global Energy System .. นอกจากทรัพยากรหมุนเวียนที่สะอาด Clean & Renewable Resources จะช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของโลกได้แล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อมไปพร้อมด้วย เช่น การรั่วไหลของเชื้อเพลิง Fuel Spills หรือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติ Problems Associated with Natural Gas Leaks ด้วยการกระจายเชื้อเพลิงผ่านโรงไฟฟ้าต่าง ๆ ที่ใช้แหล่งพลังงานที่แตกต่างกันทำให้สามารถสร้างแหล่งจ่ายพลังงานที่เชื่อถือได้เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน ทำให้มั่นใจได้ว่า จะมีพลังงานเพียงพอต่อความต้องการของมนุษยชาติ ..
เป็นที่แน่นอนว่า พลังงานสะอาด Clean Energy ให้ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจอย่างมากมาย รวมถึงการลดมลภาวะทางอากาศ .. แหล่งพลังงานสะอาดที่หลากหลายรูปแบบกระจาย Diverse Clean Energy Supply ยังช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า Reduces the Dependence on Imported Fuels และสามารถลดต้นทุนทางการเงิน และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องได้อย่างยอดเยี่ยม ..
ยิ่งไปกว่านั้น พลังงานสะอาดหมุนเวียน Renewable Clean Energy ยังช่วยประหยัดต้นทุนได้อีกด้วย เนื่องจากไม่จำเป็นต้องขุดเจาะสกัด ทำเหมือง และขนส่งเชื้อเพลิงไปไกลลิบลิ่วถึงอีกฟากหนึ่งของโลก เช่น น้ำมัน หรือถ่านหิน Oil or Coal เนื่องจากทรัพยากรพลังงานสะอาด Clean Energy Resources สามารถทดแทนตัวเองได้ตามธรรมชาติ รวมทั้งมากกว่า 1 ใน 3 ของแหล่งพลังงานสะอาดหมุนเวียน Renewable Clean Energy Sources เป็นแหล่งทรัพยากรพลังงานรูปแบบกระจาย Distributed Energy Resources : DERs .. ทั้งนี้ ประโยชน์ด้านอุตสาหกรรมอื่น ๆ ของการผสมผสานพลังงานสะอาด คือ การสร้างงานที่เกี่ยวเนื่อง และตำแหน่งงาน เพื่อพัฒนา ผลิต และติดตั้งแหล่งพลังงานสะอาดแห่งอนาคต ด้วยอัตราการเติบโตในระบบเศรษฐกิจโลก Global Economic Growth Rates จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนสะอาดสีเขียว Clean & Green Renewable Energy Sources นั้น สูงมากกว่าที่แหล่งพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuel Sources ในอดีตจะไปถึงได้อีกด้วย ..
คาดหมายได้ว่า ภายใต้กรอบนโยบายในปัจจุบัน มูลค่าขนาดธุรกิจในตลาดเทคโนโลยีพลังงานสะอาดทั่วโลก Global Clean Energy Technology Market เหล่านี้ จะเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ภายในปี 2578 เป็นมากกว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งใกล้เคียงกับมูลค่าเฉลี่ยของตลาดน้ำมันดิบโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา .. การลงทุนสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition Investment ในการผลิตเทคโนโลยีสะอาดทั่วโลก Global Investment in Clean Technology Manufacturing เพิ่มขึ้น 50% มาตั้งแต่ปี 2566 แตะระดับอยู่ที่ 235,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ .. การเพิ่มขึ้นนี้เท่ากับเกือบ 10% ของการเติบโตของการลงทุนในเศรษฐกิจโลกทั้งหมด Entire World Economy .. การลงทุนในการผลิตเทคโนโลยีพลังงานสะอาด 4 ใน 5 ในปี 2566 ตกไปอยู่ที่การผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ Solar PV และแบตเตอรี่ Batteries โดยโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้า Electric Vehicles : EVs คิดเป็นอีก 15% ..

ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition คือหนทางสู่การเปลี่ยนแปลงภาคพลังงานทั่วโลกจากฐาน การบริโภคพลังงานหลักด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuels ไปสู่การใช้ฐานการบริโภคพลังงานหลักที่สะอาดกว่าจากแหล่งพลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน และพลังงานหมุนเวียน Renewables เพื่อต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Climate Crisis ด้วยการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ Low-Carbon Society หรือทำให้การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์สุทธิ Net-Zero Emission ภายในครึ่งหลังของศตวรรษนี้ ..
หัวใจสำคัญของการปกป้องมิให้อุณหภูมิโลกร้อนขึ้นอีกเกิน 1.5°C ได้แก่ มาตรการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide : CO2 ที่เกี่ยวข้องกับภาคพลังงานให้สำเร็จเป็นตัวอย่างก่อนภาคส่วนอื่นๆ และเพื่อจำกัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ .. การลดการปล่อยคาร์บอนของภาคพลังงาน Carbon Emission Reduction in the Energy Sector จำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนระดับนานาชาติ และในขณะที่การปรับเปลี่ยนระบบพลังงานทั่วโลกกำลังเดินหน้าอยู่นั้น แต่ละประเทศจำเป็นต้องมีมาตรการภาครัฐเพิ่มเติมที่ชัดเจน และเฉียบขาด เช่น การยกเลิกการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล Devolution of Fossil Fuels, การปรับแต่งเครื่องยนต์สันดาปภายใน Modification of Internal Combustion : ICEs Engines, การมุ่งใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์ และเชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับการบิน Synthetic Fuels & Hydrogen Fuels for Aviation, การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า Electric Vehicles : EVs, ระบบจัดเก็บพลังงานด้วยชุดแบตเตอรี่ Battery Storage Systems, การประยุกต์ใช้เซลล์เชื้อเพลิง Fuel Cells และโครงข่ายระบบสายส่งอัจฉริยะ Smart Grids รูปแบบต่าง ๆ รองรับแหล่งพลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน และพลังงานหมุนเวียนที่ผันแปร Variable Renewables รวมถึงระบบดักจับคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศโดยตรง Direct Carbon Dioxide Capture: DAC Systems เพื่อหยุดการเพิ่มขึ้นของคาร์บอนในอากาศ สร้างสมดุลบรรยากาศ และลดผลกระทบจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Climate Crisis เป็นต้น ..

เชื่อมั่นได้ว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition ด้วยมาตรการด้านพลังงานหมุนเวียน และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน Renewable Energy Measures & Energy Efficiency ให้บรรลุได้ถึงระดับ 90% จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศลงได้ หรือไม่ให้มันเพิ่มมากขึ้นอีกจากนี้ไปด้วยความร่วมมือในระดับนานาชาตินั้น ได้กลายเป็นความจำเป็นยิ่งยวดที่ขาดไม่ได้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความเสียหายร้ายแรงจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศที่ไม่อาจย้อนกลับได้ Prevent Catastrophic, Irreversible Harm from Climate Crisis ให้สำเร็จได้ในที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้ความมั่นคงทางพลังงานโลก Global Energy Security ตลอดจนอนาคตที่ดีกว่า สุขภาพที่ดีกว่า ความปลอดภัยที่ดีกว่า และความมั่งคั่งที่ดีกว่า A Better, Healthier, More Secure & Moe Prosperous Future จะได้รับการประกันมาพร้อมอีกด้วย ..
……………………………………..
คอลัมน์ : Energy Key
By โลกสีฟ้า ..
สนับสนุนโดย…..บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

ขอบคุณเอกสารอ้างอิง :-
Climate Crisis | Wikipedia :-
https://en.wikipedia.org/wiki/Climate_crisis
Energy Transition: the Primary Tool for Combating the Climate Crisis | Enel Green Power S.p.A. :-
What is the Sustainable Energy Transition & Why is it Key to Tackling Climate Change? | UNDP :-
The Role of Energy Transition in the Battle against Climate Change | CC&L Financial Group Ltd. :-
Energy Transition Holds Key to Tackle Global Energy and Climate Crisis | IRENA :-
Energy Transition Outlook: 2025/26 Update | Wood Mackenzie :-
The Global Energy Transition Market | Fortune Business Insights :-
https://www.fortunebusinessinsights.com/energy-transition-market-109924
Earth Overhaul 、Saving Planet Earth from Climate Change Documentary :-
https://photos.app.goo.gl/3qLWAqW541RdtBLp7
Climate Crisis & The Events that Could End the World :-
https://photos.app.goo.gl/rey4LN2YGuhYZemT6
Energy Transition : A Significant Structural Change in an Energy System :-




















