หน้าแรกCOLUMNISTS“กองทัพ”ยันทุกเป้าหมายที่“โจมตี” เป็น“เป้าหมายทางทหาร”ทั้งสิ้น!!!

“กองทัพ”ยันทุกเป้าหมายที่“โจมตี” เป็น“เป้าหมายทางทหาร”ทั้งสิ้น!!!

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“……กองทัพไม่มีแผ่ว ยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ปกป้องอธิปไตยจากผู้รุกราน แผ่นดินไทยเป็นของไทย และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง….”

@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 20 ธ.ค.68 สถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย กับ กัมพูชา ยังคงดำเนินการต่อไป จนกว่ากัมพูชาจะประกาศยอมแพ้และเลิกรุกรานไทย 

@@@……กระทรวงกลาโหม….. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ณ โรงพยาบาลปราสาท อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ปัจจุบันมีทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลปราสาท จำนวน 18 นาย แบ่งเป็นบางส่วนที่อยู่ระหว่างการผ่าตัดรักษา และบางส่วนพักรักษาตัวในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) โดยมีกำลังพล 4 นาย ได้ส่งตัวรักษาต่อ ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า สำหรับบรรยากาศโดยรวมกำลังพลผู้บาดเจ็บทุกนายมีขวัญกำลังใจเข้มแข็ง แสดงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนว่า เมื่ออาการดีขึ้นพร้อมจะกลับไปช่วยเหลือเพื่อนร่วมรบในแนวหน้า

@@@……พล.ต.สุจไชย สาทถาพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เปิดเผยถึงระบบการดูแลรักษาทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ซึ่งมีการบูรณาการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลปราสาทอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ขั้นตอนการส่งต่อผู้บาดเจ็บจากสนามรบจนถึงการรักษาขั้นสูง โดยโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าได้เตรียมทีมแพทย์ศัลยกรรมเฉพาะทางระดับอาจารย์แพทย์ เพื่อดูแลผู้บาดเจ็บสาหัสที่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด พร้อมจัดระบบการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ และดูแลครอบครัวญาติอย่างครบถ้วน ทั้งด้านที่พัก การเดินทาง และสวัสดิการที่เกี่ยวข้อง

@@@……ด้านผู้อำนวยการโรงพยาบาลปราสาท พญ. ชูหงส์ มหรรทัศนพงศ์ ยืนยันความพร้อมในการรองรับและดูแลผู้บาดเจ็บจากสนามรบ โดยระดมทรัพยากรและศักยภาพของโรงพยาบาลอย่างเต็มที่ เพื่อให้กำลังพลปลอดภัยพ้นขีดอันตราย โอกาสนี้ รมช.กลาโหม ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า กองทัพไม่มีแผ่ว ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บัญชาการทหารบก แม่ทัพภาค ผู้บัญชาการกองกำลัง จนถึงกำลังพลในแนวหน้า ยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เราต้องปกป้องอธิปไตยจากผู้รุกราน แผ่นดินไทยเป็นของไทย และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

@@@……การสู้รบที่ผ่านมา แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ใช่ผู้เริ่มก่อน แต่ทางฝ่ายข่าวของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติกัมพูชาได้เผยแพร่ภาพอินโฟกราฟฟิก กล่าวหาว่ากองกำลังฝ่ายไทยดำเนินสงครามทำลายล้างต่อกัมพูชา และก่อให้เกิดผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ถนน สะพาน และสิ่งปลูกสร้างสำคัญ ตลอดจนสร้างความเสียหายต่อแหล่งมรดกโลกและโบราณสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม นั้น เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริงและเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง กองทัพบกยืนยันว่า การปฏิบัติการของฝ่ายไทยมุ่งโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหารเท่านั้น โดยมีข้อมูลและข้อพิสูจน์ประกอบ ซึ่งอาจจะนำเสนอให้ในโอกาสและช่วงเวลาที่เหมาะสม

@@@……สำหรับกรณีโบราณสถานหรือสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ กองทัพบกขอยืนยันว่า เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหารทั้งในทางตรง และทางอ้อมอย่างชัดเจน ในกรณีผลกระทบต่อโบราณสถาน ฝ่ายกัมพูชาคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบเพราะการใช้สถานที่ดังกล่าวเพื่อกิจกรรมทางทหารใช้คุกคามฝ่ายไทย ย่อมส่งผลให้สถานที่นั้นๆ เสียสิทธิ์ในการถูกคุ้มครองในทันที และกรณีฝ่ายไทยมีการดำเนินการทางทหารต่อเป้าหมายทางทหารนั้นๆ ก็จะเป็นไปในลักษณะดำเนินการเฉพาะจุดที่เกี่ยวข้อง ตามความจำเป็น หรือเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องจริง ยืนยันไม่มีผลกระทบต่อพลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน ทั้งนี้เพื่อการจำกัดวงความเสียหายให้เกิดขึ้น เท่าที่จำเป็นเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ใช่ทำลายในลักษณะแบบเหมารวมทั่วทั้งบริเวณ ซึ่งอยู่ในกรอบหลักกฎหมาย และหลักมนุษยธรรมของสากล

@@@……ในส่วนของสถานการณ์ล่าสุด โฆษกกองทัพบกระบุว่า ภาพรวมเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ และขณะนี้ยังไม่มีประเด็นที่น่ากังวล โดยที่หมายสำคัญทางทหารต่างๆ ที่อยู่ในแผนตามเป้าหมายของกองทัพบก ส่วนใหญ่บรรลุผลเป็นไปตามเป้าหมายแล้ว เหลือเพียงบางส่วนซึ่งอยู่ในความพยายามที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อจำกัดความสูญเสียของฝ่ายเราให้ได้มากที่สุด ตามนโยบาย และความห่วงใยของผู้บัญชาการทหารบก ปัจจุบันเป้าหมายตามที่ผู้บัญชาการทหารบกได้มอบไว้ คือการสถาปนาแนวชายแดนตามแนวเส้นปฏิบัติการไทย การเร่งทำลายขีดความสามารถทางทหารของฝ่ายกัมพูชาที่ส่งผลเป็นภัยคุกคามต่อฝ่ายไทยนั้น จนถึงขณะนี้ในภาพรวมของการปฏิบัติการ ทางทหาร อยู่ในลักษณะมีแนวโน้มที่ดี ถึงแม้จะยังคงมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ในภาพรวมของผลลัพธ์ที่ได้ยังคงมีลักษณะที่เป็นบวกต่อฝ่ายไทย

@@@……โดยการโจมตีสิ่งปลูกสร้าง และบ่อนกาสิโน กองทัพไทยยืนยันว่า การโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดิน โดยมุ่งเป้าไปที่บ่อนกาสิโนและสิ่งปลูกสร้างในฝั่งกัมพูชาเป็นการทำลายภัยคุกคาม และเป้าหมายทางการทหาร เท่านั้น ไม่ใช่การยึดครองดินแดน และเป็นการยืนยันจุดยืนในการปกป้องอธิปไตยของประเทศ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาใช้เป้าหมาย ดังกล่าว เป็นปฏิบัติการทางทหารโจมตีฝ่ายไทย ดังที่ปรากฏในปฏิบัติการทางทหารของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ดังนี้

@@@……กองทัพภาคที่ 2 ปฏิบัติการทางทหารตอบโต้ โดยใช้รถถังทำการยิงถล่มอาคารบ่อนกาสิโน และฐานสแกมเมอร์ของกัมพูชาในพื้นที่ ช่องสายตะกู, การปฏิบัติการของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ร่วมกับหมู่เรือลาดตระเวนชายแดน เป็นการโจมตีแบบจำกัดเป้าหมาย มุ่งทำลายระบบควบคุมโดรน และระบบต่อต้านโดรน ที่ฝ่ายกัมพูชาใช้เป็นเครื่องมือโจมตี และสกัดกั้นการปฏิบัติการของไทย รวมทั้งยังตรวจพบฐานยิงอาวุธหนักในบริเวณโดยรอบอาคารคาสิโนซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อกำลังทหารฝ่ายไทย

@@@……ส่วนการใช้อากาศยาน F-16 ทำลายที่มั่นทางทหารพร้อมเส้นทางที่ฝ่ายตรงข้ามได้ใช้ในการลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ “สะพานจัยจุมเนี้ยะ” ตั้งอยู่ที่บ้านทมอดา จังหวัดโพธิสัตว์ ประเทศกัมพูชา ทิ้งระเบิดเข้าบริเวณช่องด้านบนตัวอาคารบ่อนคาสิโน ภายในเสียหายทั้งหมด ทั้งนี้ ทุกเป้าหมายที่กองทัพไทยโจมตีล้วนเป็นเป้าหมายทางทหารทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกำลังรบ อาวุธยุทโธปกรณ์ อาวุธยิง เพราะทุกเป้าหมายที่โจมตีมีการพิสูจน์ทราบอย่างชัดเจนว่าใช้เป็นฐานที่ตั้งปฏิบัติการทางทหาร

@@@……ขณะที่ กองทัพเรือได้รับแจ้งจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยของแท่นเอราวัณว่า ตรวจพบอากาศยานไร้คนขับไม่ทราบฝ่ายเข้ามาในพื้นที่แท่นขุดเจาะ ทันทีที่ได้รับแจ้ง ทัพเรือภาคที่สองได้จัดอากาศยานออกตรวจการณ์ในพื้นที่โดยทันที เพื่อค้นหาฐานปล่อยหรือแหล่งที่มาของอากาศยานไร้คนขับดังกล่าว ภายในรัศมีประมาณ 10 กิโลเมตรรอบแท่นขุดเจาะ ควบคู่กับการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ทัพเรือภาคที่ 2 ยังได้รับแจ้งว่าแท่นขุดเจาะอีกหลายแท่นก็ตรวจพบเช่นเดียวกัน เช่น แท่นไพลิน แท่นสตูล และแท่นฟูนาน ซึ่งได้จัดเรือและอากาศยานลาดตระเวนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. 2568 จนถึงปัจจุบัน

@@@……นอกจากนี้ กองทัพเรือยังได้ร่วมวางแผนกับฝ่ายรักษาความปลอดภัยของบริษัทผู้ผลิตน้ำมัน เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันเบื้องต้น และเตรียมความพร้อมในการให้การช่วยเหลือและสนับสนุนด้านความมั่นคงอย่างเป็นระบบ ซึ่งปัจจุบันกองทัพเรือยังคงปฏิบัติภารกิจในการให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองความปลอดภัยของแท่นขุดเจาะที่ถูกคุกคามจากอากาศยานไร้คนขับไม่ทราบฝ่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กองทัพเรือได้มีการประสานงานกับบริษัท ปตท. อย่างต่อเนื่อง และได้ร่วมกันกำหนดมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สำคัญ ทั้งในทะเลและบนบก เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ด้านพลังงานของประเทศ 

@@@……ล่าสุดได้รับคำยืนยันจากผู้บริหารระดับสูง ของบริษัท ปตท.จำกัดมหาชน ว่าที่ผ่านมา บริษัทได้ประสานงานร่วมกับกองทัพเรือ และ ศรชล. มาอย่างต่อเนื่องเป็นอย่างดีมาโดนตลอด และบริษัทไม่เคยมีการให้ข่าวในลักษณะนั้น แต่อย่างใด กองทัพเรือขอยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงทางทะเลและการคุ้มครองโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของชาติ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รอบคอบ และไม่เคยบกพร่องตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด และยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติภารกิจเพื่อความมั่นคง และรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างเต็มขีดความสามารถ

@@@……กัมพูชาไม่สนใจกติกาสากล หลังฝ่ายไทยเข้าเคลียร์พื้นที่บ้านสามหลัง พบการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแบบดัดแปลงจำนวนมากในพื้นที่ เจตนาทำร้ายทหารไทย…..พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ โดยสำนักงานโฆษกกองทัพเรือ ขอประณามการกระทำของกำลังทหารกัมพูชา ที่ได้ลักลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลดัดแปลงจำนวนมากในพื้นที่ฐานปฏิบัติการบริเวณบ้านหนองรี (บ้านสามหลัง) ตำบลชำราก จังหวัดตราด ซึ่งเป็นดินแดนของราชอาณาจักรไทย อันเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

@@@……ภายหลังจากกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) สามารถเข้าควบคุมพื้นที่และขับไล่กำลังทหารกัมพูชาออกจากพื้นที่ดังกล่าวได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2568 หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดทหารเรือ (นปท.ทร.) ร่วมกับทหารช่างของ กปช.จต. ได้เข้าดำเนินการตรวจค้นและเก็บกู้วัตถุระเบิดในพื้นที่ฐานที่มั่นเดิมของฝ่ายกัมพูชา และตรวจพบหลักฐานที่น่าตกใจ ได้แก่ 1. เอกสารภาษากัมพูชาเกี่ยวกับวิธีการใช้และคุณลักษณะของทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ประเภท PMN-2 และ POMZ-2 2. ระเบิดแสวงเครื่อง (Improvised Explosive Device : IED) จำนวน 3 ลูก 3. สรรพาวุธและวัตถุระเบิดที่ถูกละทิ้ง จำนวนกว่า 340 รายการ และ 4. การนำหัวกระสุนปืนใหญ่ขนาด 105 มิลลิเมตร มาดัดแปลงเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคล พร้อมชนวนไฟฟ้า และการวางระบบสายไฟเชื่อมต่อไปยังจุดกดระเบิดในลักษณะการระเบิดพร้อมกัน

@@@……จากรูปแบบการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแบบดัดแปลงดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึง เจตนาของทหารกัมพูชาโดยตรงในการมุ่งทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิตของทหารไทย และอาจส่งผลกระทบต่อพลเรือนในพื้นที่โดยไม่เลือกเป้าหมาย อันเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ รวมถึงพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอย่างชัดเจน นอกจากนี้วัตถุพยานที่พบยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ชุดเก็บกุ้ทุ่นระเบิดสามารถตรวจพบและเก็บกู้ได้ คาดว่ายังคงมีฝังอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอีกเป็นจำนวนมาก

@@@……กองทัพเรือขอยืนยันว่า การกระทำดังกล่าวเป็นพฤติการณ์ที่ไม่อาจยอมรับได้ในสังคมระหว่างประเทศ และขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งยุติการกระทำใด ๆ ที่เป็นภัยต่อชีวิตของกำลังพลและประชาชนผู้บริสุทธิ์โดยทันที กองทัพเรือจะยังคงดำเนินการเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่กำลังพลและประชาชน และขอสงวนสิทธิในการดำเนินการตามกรอบกฎหมายและกลไกระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องต่อไป

@@@……กองทัพเรือขัดขวางขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติและ Cyber Scam ตามแนวชายแดนจันทบุรี..พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี (กปช.จต.) ได้ดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันและขัดขวางขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2568 เวลา 04.30 น. กปช.จต. โดย ฉก.นย.จันทบุรี (ชค.ทพ.นย.2) ร่วมกับกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 523 (บ้านสวนส้ม) ภายใต้การอำนวยการของ นาวาเอก วีระเชษฐ์ ขยันทำ หัวหน้าชุดควบคุมทางยุทธการ ชค.ทพ.นย.2 และการควบคุมการปฏิบัติของ ร.ท. ทนงศักดิ์ วงษ์วิลัย ผู้บังคับกองร้อยฯ ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรสะตอน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 สย.3 และผู้นำท้องถิ่น 

@@@……ผลการปฏิบัติ สามารถ จับกุมบุคคลต่างด้าวจำนวน 19 ราย ประกอบด้วย สัญชาติจีน 18 ราย และสัญชาติเมียนมา 1 ราย บริเวณไร่แตงโมด้านหลังฐานปฏิบัติการที่ 6 จากการตรวจสอบพบว่า ทั้งหมดไม่มีเอกสาร การเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยชอบด้วยกฎหมาย จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ามีความพยายามจะหลบหนีเข้าไปในกัมพูชา โดยมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการผิดกฎหมาย Cyber Scam เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สะตอน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ การปฏิบัติภารกิจดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และได้ยึดถือหลักสิทธิมนุษยชน โดยปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างครบถ้วนในทุกขั้นตอน

@@@……กองทัพเรือยืนยัน จะดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันและขัดขวางขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Cyber Scam) ในประเทศกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นและตัดตอน ไม่ให้ใช้พื้นที่ของประเทศไทยเป็นทางผ่านในการกระทำผิดกฎหมาย อันเป็นภัยต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาคมโลก และจะยังคงบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อปกป้องอธิปไตย รักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชน.

…………..

คอลัมน์  : “Military Key”

โดย.. “รหัสมอร์ส

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img