หน้าแรกCOLUMNISTSชาวบ้านชายแดนหวั่น “ไทย-เขมร”รบรอบสาม

ชาวบ้านชายแดนหวั่น “ไทย-เขมร”รบรอบสาม

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

 “…….กองทัพบก นำผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย จาก 20 ประเทศ ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี และ จ.ศรีสะเกษ เพื่อติดตามสถานการณ์และรับทราบข้อเท็จจริงในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา…..”

@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 24 ม.ค.69 สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังน่าเป็นห่วง ชาวบ้านที่อยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เตรียมพร้อมในการอพยพ หากมีคำสั่ง แต่ได้ยินว่าชาวบ้านกลัวจะเกิดการปะทะรอบที่สาม และ หากฝ่ายความมั่นคงของไทยยอมคืนอาวุธที่ยึดได้ส่งคืนให้เขมร ก็นึกภาพไม่ออกว่า อาวุธนั้นจะย้อนกลับมายิงคนไทย ขอฝากถึงผู้ดูแลหน่วยงานด้านความมั่นคง คิดถึงทหารไทยที่สละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยไทยให้มาก ๆ  หากคิดจะคืนอาวุธให้เขมร….??

@@@……กองบัญชาการกองทัพไทย โดย ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 จัดชุดปฏิบัติงาน EOD ร่วมกับกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 ลงพื้นที่ตรวจสอบพิสูจน์ทราบสรรพาวุธระเบิดและการกวาดล้างทุ่นระเบิดในพื้นที่ทำกินของประชาชน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยชุดปฏิบัติการ EOD หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 เข้าทำการพิสูจน์ทราบสรรพาวุธระเบิด และการกวาดล้างทุ่นระเบิดพื้นที่ บ้านหนองหญ้าแก้ว ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ตรวจพบหลุมสรรพาวุธระเบิด BM21/ ลูกยิงจากเครื่องยิงลูกระเบิด ทำงานแล้วและยังไม่ทำงาน จำนวน 6 หลุมในบริเวณ หมู่ 9 บ้านหนองหญ้าแก้ว ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว มีรายละเอียดดังนี้ บริเวณ ที่การเกษตรของ นางนิยมฯ พบเป็น หลุม BM21 ทำงานแล้ว

@@@……บริเวณ ที่การเกษตรของ นายขวัญชัยฯ พบเป็นลูกยิงจากเครื่องยิงลูกระเบิด 82 มิลลิเมตร ยังไม่ทำงานจึงทำการทำลาย ณ ที่ตรวจพบ, บริเวณ บ้านนายอำนาจฯ พบเป็น หลุม BM21 ทำงานแล้ว, บริเวณ บ้านนางนิยมฯ พบเป็น หลุม BM21 ทำงานแล้ว, บริเวณ ที่การเกษตร นายประดุลย์ฯ พบเป็นลูกยิงจากเครื่องยิงลูกระเบิด 82 มิลลิเมตร ยังไม่ทำงานจึงทำการเก็บกู้และเคลื่อนย้ายไปทำลาย ณ จุดปลอดภัย, บริเวณ ที่การเกษตร นายสุชาติฯ พบเป็นลูกยิงจากเครื่องยิงลูกระเบิด 82 มิลลิเมตร ยังไม่ทำงานจึงทำการทำลาย ณ ที่ตรวจพบ สำหรับภารกิจดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองบัญชาการกองทัพไทยและศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ในการขจัดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิด เพื่อคืนความปลอดภัยและความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

@@@……ร่วมประชุม….พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหาร เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารสูงสุด เข้าร่วมการประชุม IISS Shangri-La Dialogue Sherpa Meeting ครั้งที่ 14 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งจัดขึ้นโดย International Institute for Strategic Studies (IISS) โดยมีผู้แทนระดับสูงด้านกลาโหมและความมั่นคงจากประเทศต่าง ๆ ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรป ตะวันออกกลาง และอเมริกาเหนือ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและหารือประเด็นด้านความมั่นคงในระดับนโยบาย

@@@……การประชุมดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญด้านการทูตป้องกันประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เปิดโอกาสให้ผู้กำหนดนโยบายด้านกลาโหม ผู้นำทางทหารและผู้เชี่ยวชาญ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง วิเคราะห์สถานการณ์ และพิจารณาความท้าทายด้านความมั่นคงที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปของภูมิภาคและของโลก ควบคู่กับการจัดให้มีการพบปะหารือทวิภาคีและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างประเทศ อันเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือและความเข้าใจอันดีด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ

@@@……สาระการประชุมมุ่งเน้นการหารือใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ Recalibrating Deterrence and Reassurance, Regional Security Architecture Amid Global Instability, Multi-Domain Warfare in Contemporary Conflicts และ Cooperative Solutions for Hybrid Threats in Asia ทั้งนี้ การประชุม Sherpa Meeting ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อม กำหนดกรอบการหารือ และสนับสนุนการจัดการประชุม IISS Shangri-La Dialogue ครั้งที่ 23 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในการมีส่วนร่วมบนเวทีความมั่นคงระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนสนับสนุนการเสริมสร้างเสถียรภาพ ความมั่นคง และความร่วมมือของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

@@@……กองทัพบก นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย จาก 20 ประเทศ รวม 23 นาย ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา จีน เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ลาว มาเลเซีย เมียนมา เนเธอร์แลนด์ ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม เดินทางลงพื้นที่ในความรับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี จ.อุบลราชธานี และ จ.ศรีสะเกษ เพื่อติดตามสถานการณ์และรับทราบข้อเท็จจริงในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ภายใต้กิจกรรม “Army Open House ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569” นำโดย พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก คณะได้เดินทางไปยัง ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 โดยเฉพาะประเด็นมูลเหตุของการสู้รบ ผลกระทบที่เกิดต่อพลเรือน การเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ตกค้างและทุ่นระเบิดสังหารบุคคล รวมถึงประเด็นที่มีการบิดเบือนข้อมูล โดยมี พล.ต.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ให้การต้อนรับ

@@@……ภายหลังการบรรยายสรุป คณะได้เดินทางไปยัง ผามออีแดง ภายในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปประกอบการตรวจการณ์ภูมิประเทศจริง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการวางกำลังของทหารกัมพูชาในบริเวณปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบ รวมถึงยืนยันข้อเท็จจริงว่ากองทัพไทยดำเนินการตอบโต้ตามหลักสากล และใช้ปฏิบัติการต่อเป้าหมายทางทหารที่เป็นภัยคุกคามเท่านั้น จากนั้นได้เดินทางไปสำรวจพื้นที่ภาคพลเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ณ บ้านหนองเม็ก ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดกับประชาชนในพื้นที่ สำหรับกิจกรรม Army Open House ในครั้งนี้ เปิดโอกาสให้คณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศได้รับทราบข้อมูลโดยตรงจากการลงพื้นที่จริง เพื่อลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อมูลในแหล่งอื่นที่อาจบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนความมุ่งมั่นของกองทัพไทยในการแก้ไขปัญหาที่ยึดมั่นในความโปร่งใสและหลักสากล พร้อมทั้งเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือและความมั่นคงร่วมกับกองทัพมิตรประเทศอย่างยั่งยืน

@@@……ตรวจเยี่ยม….พล.ท.บรรยง ทองน่วม รองเสนาธิการทหารบก ตรวจเยี่ยมการฝึกชุดครูขั้นสูง การเตรียมความพร้อมชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วกองทัพบก ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1โดยมี กรมยุทธศึกษาทหารบก กรมการทหารช่าง กรมกิจการพลเรือนทหารบก และกองพลพัฒนาที่ 1 ร่วมคณะตรวจเยี่ยม ณ กรมการทหารช่าง และกองพลพัฒนาที่ 1 ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี กองทัพบก โดยกรมกิจการพลเรือนทหารบก จัดการฝึกชุดบรรเทาสาธารณภัย (ชุดครูฝึก) ชุดละ 16 นาย จำนวน 5 ชุด รวมทั้งสิ้น 80 นาย มุ่งเน้นการฝึกระบบบัญชาการควบคู่กับการฝึกทักษะการใช้เครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย โดยมีครูฝึกจากศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ศฝภ.นทพ.) เพื่อพัฒนาทักษะและความชำนาญด้านการบรรเทาสาธารณภัยในรูปแบบต่าง ๆ เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

@@@……โอกาสนี้ คณะตรวจเยี่ยมได้รับฟังการบรรยายสรุปแนวทางการดำเนินงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยของกองทัพบก ประกอบด้วย การสร้างสถานีฝึกของศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก โดยกรมการทหารช่าง การจัดการฝึกของหน่วย โดยกองพลพัฒนาที่ 1 การนำเสนอหลักสูตรการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ โดยกรมการทหารช่าง จากนั้น คณะได้ตรวจพื้นที่โครงการก่อสร้างสถานีฝึกศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก และตรวจเยี่ยมการฝึกชุดครูขั้นสูงตามสถานีฝึกต่าง ๆ ได้แก่ สถานีการขึ้น–ลงทางดิ่ง สถานีการข้ามลำน้ำ สถานีการปฐมพยาบาล และสถานีการกู้ภัยทางน้ำ

@@@…… รองเสนาธิการทหารบก ได้เน้นย้ำแนวทางข้อห่วงใยของผู้บัญชาการทหารบก โดยกำหนดให้ศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัยเป็นกลไกหลักด้านการฝึกของกองทัพบก ดำเนินการฝึกอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และมีเอกภาพ มุ่งเน้นการฝึกที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความพร้อมในการปฏิบัติทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติ พร้อมกันนี้ ได้กำหนดให้ระบบการเรียนการสอนออนไลน์เป็นฐานรากของการฝึก เพื่อช่วยลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกภาคสนาม ควบคู่กับการจัดสถานีฝึกที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ไม่ซ้ำซ้อน และสอดคล้องกับลักษณะภัยในแต่ละพื้นที่ โดยกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำร่วมกัน ทั้งนี้ ให้หน่วยต้นแบบทำหน้าที่เป็นศูนย์เรียนรู้ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ บทเรียน และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ เพื่อขยายผลและยกระดับขีดความสามารถด้านการฝึกบรรเทาสาธารณภัยสู่หน่วยอื่นอย่างเป็นรูปธรรม

@@@……กองกำลังบูรพา ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว และ กสทช. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการลักลอบส่งสัญญาณโทรคมนาคมข้ามแดนผ่านสายสื่อสารในพื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นผลจากการสืบสวนขยายผลของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) จากการตรวจสอบพบตู้จุดส่งต่อสัญญาณบริเวณบ้านเลขที่ 142/2 ม.1 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งมีคนไทยในพื้นที่เป็นเจ้าของ และให้บริษัทเอกชนเป็นผู้เช่าพื้นที่ติดตั้งตู้เซิร์ฟเวอร์ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตปล่อยสัญญาณไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติม รวมทั้งได้ประสานงานให้บริษัทเอกชนเจ้าของเครือข่ายเข้าชี้แจงสาเหตุและที่มาของสัญญาณดังกล่าว เนื่องจากมีหลักฐานเชื่อมโยงการใช้โครงข่ายนี้หลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์

@@@……พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้กล่าวว่า การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบกนอกจากการป้องกันอธิปไตย ทั้งในด้านการปราบปรามยาเสพติด การจับกุมการลักลอบเข้าเมือง และที่สำคัญขณะนี้ก็คือการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในการปราบปราม Cyber Scam ซึ่งกองทัพบกดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนขยายผลทางเทคนิค และการสกัดกั้นกลุ่มขบวนการที่มักใช้ช่องทางชายแดนเป็นเส้นทางผ่าน สำหรับในกรณีดังกล่าวที่พบการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปยังประเทศกัมพูชานั้น เรามีกฎหมายที่ควบคุมและบังคับใช้อยู่แล้ว รวมถึงมีมติของ กสทช. ซึ่งมีคำสั่งห้ามส่งสัญญาณในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย และถ้าพบว่าเป็นการลักลอบดำเนินการก็จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม ฐานประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ ปัจจุบันกองกำลังบูรพาได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงกำลังเร่งสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อจับกุมเครือข่ายขบวนการที่อาจยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ให้หมดสิ้นไป

@@@……กองทัพเรือ….พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและความพร้อมรบของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ เพื่อติดตามการขับเคลื่อนนโยบาย “ปีแห่งความพร้อมรบของกองทัพเรือ” ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในระดับหน่วยปฏิบัติการ ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้รับฟังการบรรยายสรุปภารกิจ การเตรียมความพร้อมของกำลังพล ยุทโธปกรณ์ การฝึก และความสามารถในการตอบสนองต่อสถานการณ์ความมั่นคงและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการปฏิบัติการในลักษณะ Hybrid และ Grey Zone การควบคุมพื้นที่ การป้องปรามเชิงปฏิบัติการ รวมถึงการปฏิบัติภารกิจร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง

@@@……โดย ผู้บัญชาการทหารเรือได้เน้นย้ำบทเรียนจากสถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นของหน่วยกำลังรบแนวหน้าในการรักษาความพร้อมรบอย่างต่อเนื่อง สามารถปฏิบัติการได้ทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง ทั้งในภารกิจด้านความมั่นคง การป้องกันอธิปไตย และการควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบ พร้อมกันนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ที่ได้ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ที่ผ่านมาอย่างเข้มแข็งและเสียสละ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อม ความเป็นมืออาชีพ และจิตวิญญาณของทหารเรือในการยืนเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ กองทัพเรือมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือให้มีความพร้อมรบอย่างแท้จริง ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ความไม่สงบ เพื่อความมั่นคงของชาติ ปกป้องพี่น้องประชาชนใน 5 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส

@@@……กองทัพบกเปิดรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 โดยเปิดโอกาสให้ชายไทยที่สนใจเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (อายุ 18 – 20 ปีบริบูรณ์ และอายุ 22 – 29 ปีบริบูรณ์ที่ผ่านการตรวจเลือกฯ แล้วแต่ไม่ถูกเข้ากองประจำการ) สมัครด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 ม.ค. 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เว็บไซต์  https://rcm.rta.mi.th  หรือหน่วยสัสดีใกล้บ้าน ทั้งนี้ ผู้ที่สมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 สามารถเลือกหน่วยเข้ารับราชการได้ 594 หน่วยทั่วประเทศ ตามโควตาทหารกองประจำการที่เปิดรับสมัคร รวมทั้งเลือกวันและสถานที่เพื่อเข้ารับการคัดเลือกได้ตามความประสงค์ของผู้สมัคร (สถานที่คัดเลือกฯ จำนวน 78 แห่ง) โดยจะทำการคัดเลือกห้วงสุดท้าย ในวันเสาร์ที่ 24 และวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 นี้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเข้ารับการคัดเลือกในจังหวัดของหน่วยทหารที่สมัครเข้ารับราชการ ปัจจุบันมียอดผู้มาสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอด้วยระบบออนไลน์ ในส่วนของกองทัพบก จำนวน 28,857 คน 

@@@……สำหรับสิทธิประโยชน์ต่างๆของทหารกองประจำการที่จะได้รับอย่างครบถ้วนตามปกติแล้ว ยังสามารถเลือกหน่วยที่จะเข้ารับราชการได้ตามความสมัครใจ รวมทั้ง ได้รับโควตาการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบกที่สอบแข่งขันกันเฉพาะกลุ่มที่มาจากพลทหารออนไลน์และสิทธิคะแนนเพิ่มการสอบภาควิชาการสำหรับการสอบคัดเลือกเข้าเป็นข้าราชการทหาร นอกจากนี้ เมื่อเข้ามารับราชการทหารกองประจำการจะได้รับสิทธิและสวัสดิการมากมาย อาทิ เงินเดือน เงินเพิ่มค่าครองชีพ เบี้ยเลี้ยงประจำ, สิทธิรักษาพยาบาล, สวัสดิการทั่วไป, การส่งเสริมทางการศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางประกอบอาชีพที่มีวินัย มีทักษะ มีโอกาสเติบโตทั้งในสายทหารและสายอาชีพหลังปลดประจำการ พร้อมสวัสดิการและความมั่นคง ทั้งนี้รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่หน่วยทหารหรือหน่วยสัสดีใกล้บ้าน หรือ กองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน โทร. 0 2223 3259

…………..

คอลัมน์  : “Military Key”

โดย.. “รหัสมอร์ส

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img