หน้าแรกCOLUMNISTSเยาวชน “สนใจ-เชื่อมั่น” กองทัพ แห่สมัครทหารออนไลน์ 

เยาวชน “สนใจ-เชื่อมั่น” กองทัพ แห่สมัครทหารออนไลน์ 

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“…..กองทัพบกสรุปยอดผู้สมัคร 29,891 คน คิดเป็นร้อยละ 105.9 ของยอดเปิดรับสมัครฯ สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความเชื่อมั่นของเยาวชนชายไทยที่มีต่อการเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ….”

@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 14 ก.พ.69 สถานการณ์การเมืองกลับเข้าสู่ปกติ รอจัดตั้งรัฐบาลให้เรียบร้อย แต่ช่วงที่กำลังรอรัฐบาลใหม่ ทางด้านชายแดนกำลังพลได้เหยียบทุ่นระเบิด ขณะปฏิบัติภารกิจเสริมความมั่นคงในพื้นที่วางกำลัง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว 

@@@……ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา หลังจากที่มีข้อตกลงหยุดยิง ตามผลการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย–กัมพูชา สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568 ซึ่งปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการตามข้อตกลงมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้วว่า ตั้งแต่เริ่มข้อตกลงหยุดยิง ฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะมาตรการลดความตึงเครียด ด้วยการหยุดยิงในทันที และการคงกำลังทหารอยู่ในพื้นที่ปัจจุบันโดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังที่ตั้งอยู่เพิ่มเติม ตามแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ในข้อ 2 รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมในพื้นที่ชายแดนให้มีความปลอดภัย ทั้งในการดำเนินการเร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิดตกค้าง การซ่อมปรับปรุงเส้นทาง และสถานที่ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตี

@@@……​นอกจากนี้ ในส่วนของพื้นที่ที่พบว่า มีการใช้เป็นที่ปฏิบัติการทางทหาร และใช้ดำเนินการเกี่ยวกับไซเบอร์สแกม ได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อขยายผลในการปราบปรามขบวนการผิดกฎหมายต่อไป ทั้งนี้เป็นไปตามแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ข้อที่ 10 ซึ่งเน้นความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อันจะเกิดผลดีกับชาวไทยและชาวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มขบวนการดังกล่าว

@@@……อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในเวลานี้ยังคงมีข้อกังวล เนื่องจากฝ่ายกัมพูชายังคงมีความเข้าใจผิด และมักนำเสนอข้อมูลทำให้สังคมเข้าใจผิดอยู่ฝ่ายเดียว โดยเฉพาะที่ระบุว่าฝ่ายไทยได้เข้ายึดครองพื้นที่ต่าง ๆ ของฝ่ายกัมพูชา รวมทั้งนำตู้คอนเทนเนอร์มาปิดกั้นเส้นทาง ส่งผลต่อการเดินทางกลับที่อยู่อาศัยของชาวกัมพูชา ซึ่งถือว่าเป็นการกล่าวหาฝ่ายเดียว เอาเฉพาะเรื่องปลายเหตุที่เกิดขึ้นเฉพาะห้วงปัจจุบันมาชี้แจงแบบไม่ครบถ้วน โดยไม่กล่าวถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในอดีตของกัมพูชา ที่มักสนับสนุนให้ทั้งทหารและประชาชนกัมพูชามาทำการรุกล้ำพื้นที่อธิปไตยไทยหลายพื้นที่ตลอดแนวชายแดน

@@@……​นับเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน ซึ่งฝ่ายไทยไม่เห็นด้วย นำไปสู่การเจรจาพูดคุยและทำการประท้วงตามแนวทางสันติวิธีมาโดยตลอด แต่กัมพูชาเพิกเฉยและไม่เคยมีการแก้ไข จนมาในปัจจุบันจากการที่กัมพูชาได้มีการใช้อาวุธและปฏิบัติการทางทหารต่อฝ่ายไทยในหลายพื้นที่ ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องตัดสินใจใช้อาวุธตอบโต้ไปตามความเหมาะสมในกรอบกฎหมายสากล ตามหลักในการป้องกันตนเอง จึงใช้โอกาสนี้ในการจัดระเบียบพื้นที่ให้เป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น ภายใต้กรอบกฎหมายไทยและกฎหมายสากล

@@@……พล.ต.วินธัย กล่าวยืนยันว่า พื้นที่ที่ฝ่ายไทยได้ควบคุมเฝ้าระวังอยู่ในปัจจุบัน ล้วนอยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงตามข้อแถลงร่วมในข้อ 2 ทั้งสิ้น ดังนั้นการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของฝ่ายไทยในช่วงนี้ย่อมสามารถกระทำได้ และมิได้มีการกระทำผิดในข้อตกลงแต่อย่างใด ที่สำคัญทุกพื้นที่ที่ฝ่ายไทยควบคุมเฝ้าระวังอยู่ในปัจจุบันนั้น ล้วนเคยเป็นที่ตั้งทางทหารของฝ่ายกัมพูชาที่ใช้ในการโจมตีคุกคามกำลังทหารและประชาชน ส่งผล กระทบต่อฝ่ายไทย ​

@@@……สำหรับความพยายามบิดเบือนเกี่ยวกับการใช้อาวุธต่อโบราณสถานต่าง ๆ อาทิ ปราสาทพระวิหาร ปราสาทตาควาย ปราสาทคนา เป็นเพราะกัมพูชาใช้โบราณสถานเหล่านั้นเป็นที่ตั้งปฏิบัติการทางทหาร มีหลักฐานข้อพิสูจน์ชัดเจน จึงทำให้พื้นที่เหล่านั้นไม่ได้รับสิทธิ์ในการคุ้มครองจากการใช้อาวุธ และฝ่ายกัมพูชาจะต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ เพราะกัมพูชาเป็นผู้ที่ฝ่าฝืนกติกาสากลชัดเจน อีกทั้ง​พบว่ากัมพูชามีแผนที่จะนำคณะสื่อมวลชนและผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศไปลงพื้นที่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่บ่อยครั้ง จึงขอเรียนว่า หากกัมพูชาจะให้ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้มีความครบถ้วนและตรงไปตรงมา

@@@……​สำหรับข้อกังวลของฝ่ายกัมพูชาในเรื่องเขตแดนนั้น ตามแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ข้อตกลงในแถลงการณ์ร่วมไม่ส่งผลกระทบต่อการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนระหว่างสองประเทศ ที่ทั้งสองฝ่ายต้องดำเนินการผ่านกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission : JBC) ไทย–กัมพูชา ต่อไปในอนาคต ซึ่งก่อนจะมีการหารือผ่านกลไก JBC นั้น ฝ่ายความมั่นคงต้องมีการประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ว่าได้ลดระดับลงจนถึงระดับที่น่าไว้วางใจหรือไม่ และต้องมั่นใจได้ว่าพื้นที่ตามแนวชายแดนมีความปลอดภัยจากทุ่นระเบิดอย่างสมบูรณ์

@@@……กองทัพเรือ….พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้ดำเนินการปฏิบัติภารกิจเก็บกู้วัตถุระเบิดและปรับปรุงพื้นที่ให้มีความปลอดภัย บริเวณ ฐานปฏิบัติการตากสินพิชิตไพรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เดิมฝ่ายกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยเบ้ามาตั้งฐานที่มั่นทางทหารในพื้นที่ บ้านหนองรี ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด จากการตรวจสอบพื้นที่ พบ ฐานปฏิบัติการของฝ่ายกัมพูชา (กพช.) จำนวน 3 แห่ง เชื่อมต่อถึงกันด้วยแนวคูเลต สะท้อนถึงการจัดตั้งและใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานทางทหารอย่างชัดเจน โดยหน่วยสามารถตรวจยึด สรรพาวุธที่ถูกละทิ้ง (AXO) ภายในฐานดังกล่าว ได้จำนวน 4 รายการ ได้แก่ ลำกล้องและขาหยั่งปืนกลขนาด 12.7 มม. จำนวน 1 ชุด กระสุนปืนกลขนาด 12.7 มม. จำนวน 1,744 นัด กระสุนปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง ขนาด 75 มม. จำนวน 30 นัด ลูกระเบิดขว้างแบบ RGD-5 จำนวน 1 ลูก

@@@……นอกจากนี้ หน่วยฯ ยังได้ตรวจพบ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิดสะเก็ดระเบิด MBV-78A2 จำนวน 1 ลูก ซึ่งถือเป็นหลักฐานที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นอาวุธต้องห้ามตาม อนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Convention) และขัดต่อหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ อย่างชัดแจ้ง เนื่องจากเป็นอาวุธที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อพลเรือนโดยไม่เลือกเป้าหมาย กองทัพเรือขอยืนยันว่า การใช้หรือการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในพื้นที่ชายแดน ไม่เพียงเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศ และบ่อนทำลายความเชื่อมั่นต่อความพยายามในการลดระดับความตึงเครียดตามแนวชายแดน ทั้งนี้ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปตามขั้นตอนที่เหมาะสม ทั้งในมิติด้านความมั่นคงความปลอดภัยของประชาชน และการประสานงานตามกรอบกฎหมายและกลไกระหว่างประเทศต่อไป

@@@……กองทัพบก…..พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้การต้อนรับ นาย ยูร์ก มอนทานิ (Jurg Montani) ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาค ICRC และคณะ ณ ห้อง จปร. อาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ และชี้แจงหลักการดำเนินงานของ ICRC ที่ผ่านมา ระหว่างการหารือ กองทัพบกได้ขอบคุณ ICRC ที่สนับสนุนการทำงานของกองทัพบก ภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และการปฏิบัติต่อเชลยศึกในห้วงสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ที่ผ่านมา ทั้งนี้ทาง ICRC ได้ชี้แจงวิธีการทำงาน ซึ่งได้ชื่นชมการปฏิบัติงานของฝ่ายไทยที่ตอบรับข้อผูกพันระหว่างประเทศในเชิงบวก และขอบคุณกองทัพที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานของ ICRC ในการเข้าเยี่ยมเชลยศึกรวมถึงการส่งกลับเชลยศึก ซึ่งกองทัพบกได้ปฏิบัติงานอย่างเป็นมืออาชีพ รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่สำรวจผลกระทบด้านมนุษยธรรมจากการปฏิบัติการทางทหาร

@@@……ผบ.ทบ. กล่าวว่า กองทัพบกยินดีสนับสนุนการทำงานของ ICRC ในทุกมิติ สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย – กัมพูชานั้น ขอให้ทาง ICRC พิจารณา​ข้อมูลความเป็นมาย้อนหลังในอดีตร่วมด้วย จึงจะทำให้มีความเข้าใจที่ครบถ้วนสมบูรณ์มากกว่าภาพเหตุการณ์เพียงแค่ช่วงความขัดแย้งที่ผ่านมา ยืนยันว่าการปฏิบัติงานของกองทัพบกเป็นไปตามกรอบมาตรฐานสากลระดับสูง โดยกองทัพมีประสบการณ์ในการส่งกำลังพลในภารกิจต่างประเทศ ซึ่งกำลังพลได้รับการอบรมมาอย่างดี และรับทราบการปฏิบัติงานภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศสำหรับในโอกาสต่อไป หากมีการเจรจากับฝ่ายกัมพูชา ผลสัมฤทธิ์ของการหารือย่อมขึ้นอยู่กับความจริงใจในการแก้ไขปัญหา​ของกัมพูชา โดยฝ่ายไทยมุ่งหวังที่จะเห็นความสงบสุขร่วมกัน ทั้งนี้ กองทัพบกยืนยันการปฏิบัติงานด้วยความเป็นมืออาชีพ ภายใต้มาตรฐานสากลและกฎหมายระหว่างประเทศ และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับ ICRC ต่อไป​

@@@……กองทัพเรือ…..พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานประชุมการฝึกการวางแผนทางทหาร ในการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2569 โดยผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการทหารเรือของการฝึก เพื่อร่วมวางแผนการฝึกเผชิญสถานการณ์วิกฤต (CAP) และจัดทำคำสั่งยุทธการรองรับแผนป้องกันชายแดน เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์ได้จริง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกตามกระบวนการวางแผนทางทหาร ในขั้นตอนการเปรียบเทียบหนทางปฏิบัติและข้อตกลงใจ หลังจากได้อนุมัติภารกิจของหน่วยต่างๆ และมอบนโยบาย กรอบแนวความคิดในการปฏิบัติเบื้องต้นเพื่อให้หน่วยต่างๆ นำไปวางแผนปฏิบัติการในขั้นพัฒนาแผนเพิ่มเติม

@@@……สำหรับการฝึกกองทัพเรือประจำปี ถือเป็นการฝึกที่มีความสำคัญสูงสุดของกองทัพเรือ ซึ่งดำเนินการจัดการฝึกเพื่อให้สอดคล้องและเป็นตามนโยบาย “ปีแห่งความพร้อมรบของกองทัพเรือ” ทำการฝึกให้เสมือนการรบจริง เมื่อรบจริงต้องชนะ โดยทำการฝึกการวางแผนทางทหาร การจัดทำคำสั่งยุทธการ โดยใช้แนวความคิดการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ รวมทั้งแนวทางการใช้กำลังของ ทร. การอำนวยการยุทธ์ การทดสอบความพร้อมของกำลังรบ ทำการฝึกปฏิบัติการตามสาขาต่าง ๆ ตามรูปแบบและการปฏิบัติการนอกแบบ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ ซึ่งนำวัตถุประสงค์การฝึกและหัวข้อการทดสอบที่กองทัพเรือกำหนด ไปกำหนดเป็นวัตถุประสงค์เฉพาะตามภารกิจของหน่วย และนำไปทดสอบในการฝึกปัญหาที่บังคับการ (CPX ) และการฝึกภาคสนาม (FTX) เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายคำสั่งและวัตถุประสงค์การฝึกที่ได้กำหนดไว้ ต่อไป

@@@……พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) เขตอุบลราชธานี ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ดำเนินการสกัดกั้นและปราบปรามขบวนการลักลอบค้าสินค้าผิดกฎหมายตามแนวลำน้ำโขง ตามการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยศุลกากร โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบริเวณภายในบ้านร้าง เลขที่ 26 หมู่ที่ 4 บ้านบุ่งขี้เหล็ก ตำบลนาแวง อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี พบของกลางเป็นบุหรี่ต่างประเทศ (ประเทศจีน) ซึ่งลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร จำนวน 23 ลัง ทั้งนี้ ไม่พบตัวผู้กระทำความผิดในที่เกิดเหตุ ซึ่งเชื่อว่าเป็นการกระทำในลักษณะของเครือข่ายลักลอบค้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด และนำส่งกลับไปยัง บก.นรข.เขตอุบลราชธานี เพื่อดำเนินการตรวจสอบโดยละเอียด และขยายผลตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป กองทัพเรือยืนยันความมุ่งมั่นในการบูรณาการกำลังร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสกัดกั้นและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนและลำน้ำโขงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นการป้องกันภัยคุกคามด้านความมั่นคง รักษาความสงบเรียบร้อย และผลประโยชน์ของประเทศชาติในภาพรวม

@@@……กองทัพอากาศ.….พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วย ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่าง กองทัพอากาศ และ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีด้านอวกาศและการเฝ้าระวังทางอวกาศ โดยมี นายทหารชั้นผู้ใหญ่กองทัพอากาศ และคณะสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมพิธี ณ ห้องรับรองบริพัตร กองบัญชาการกองทัพอากาศ ทั้งนี้ กองทัพอากาศและสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีด้านอวกาศและการเฝ้าระวังทางอวกาศ ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันนับได้ว่ามีบทบาทอย่างยิ่งในการสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง และเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ ตลอดจนภารกิจด้านการช่วยเหลือประชาชนของกองทัพอากาศ

@@@……การจัดพิธีลงนามในครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานในการปฏิบัติการด้านอวกาศ การส่งเสริม สนับสนุน และประสานความร่วมมือเกี่ยวกับผลงานวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนาและสนับสนุนบุคลากร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจด้านเทคโนโลยีอวกาศและการเฝ้าระวังทางอวกาศ และยังเป็นการอำนวยความสะดวกในการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการยกระดับมาตรฐาน และประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของทั้งสองหน่วยงานในระยะยาว โดยบันทึกความร่วมมือฉบับนี้ ได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องและเหมาะสมจากหน่วยงานทั้งสองฝ่ายเรียบร้อยแล้ว

@@@……กองทัพบก ได้สรุปการรับสมัครและคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 ได้เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดยในส่วนของกองทัพบกเปิดรับสมัคร 28,209 คน มีผู้สมัคร 29,891 คน คิดเป็นร้อยละ 105.9 ของยอดเปิดรับสมัครฯ สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความเชื่อมั่นของเยาวชนชายไทยที่มีต่อการเข้ารับราชการทหารกองประจำการ จากจำนวนผู้สมัครดังกล่าว กองทัพบกได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติ เอกสารหลักฐาน และการตรวจสุขภาพตามขั้นตอน ซึ่งมีผู้ผ่านกระบวนการคัดเลือกจำนวน 20,402 คน โดยกำหนดให้รายงานตัวเข้ารับราชการกองประจำการในวันที่ 1 และ 3 พ.ค. 2569 ตามวันและเวลาที่ระบุในใบนัด

@@@……ทั้งนี้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ จะได้รับโควตาการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบกที่สอบแข่งขันกันเฉพาะกลุ่มที่มาจากพลทหารออนไลน์ และสิทธิคะแนนเพิ่มการสอบภาควิชาการสำหรับการสอบคัดเลือกเข้าเป็นข้าราชการทหาร รวมทั้งสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่างๆ อาทิ , สิทธิรักษาพยาบาล, สวัสดิการทั่วไป, การส่งเสริมทางการศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพ นอกเหนือจากเงินเดือน เงินเพิ่มค่าครองชีพ และเบี้ยเลี้ยงประจำ ที่จะได้รับเมื่อเข้ารับราชการทหารกองประจำการ

@@@……สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสในการสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ กองทัพบกเปิดโอกาสให้ชายไทยที่อายุ 21 ปี และได้รับหมายเรียกให้เข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 สามารถแสดงความสมัครใจเข้ารับราชการทหารกองประจำการได้ในวันตรวจเลือกฯ โดยจะได้รับสิทธิในการเลือกเหล่าทัพ เลือกผลัด รวมถึงสิทธิในการลดระยะเวลาการรับราชการสำหรับผู้ที่มีวุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าขึ้นไป และผู้สำเร็จหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1 และ 2 ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน่วยทหารหรือหน่วยสัสดีใกล้บ้าน หรือ กองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน โทร. 0 2223 3259

…………..

คอลัมน์  : “Military Key”

โดย.. “รหัสมอร์ส

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img