“บิ๊กดุลย์” เตือน ปชช.เชื่อโซเชียลก็จะใช้ชีวิตลำบาก

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“…..ปีนี้สหรัฐฯ ขอใช้ท่าอากาศยานกระบี่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เรียกว่าการสับเปลี่ยนกำลังพล และมีเรื่องของการส่งผู้ป่วยมารักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นกําลังพลที่ป่วยอยู่บนเรือ ที่ลอยลํากลางทะเล ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสู้รบในตะวันออกกลาง ….”

@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ TheKeyNews  ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 11 เม.ย.69 คนในพื้นที่กระบี่ ตกอกตกใจกันใหญ่ เกรงจะเกี่ยวโยงกับสงครามอิหร่าน เมื่อเห็นเครื่องบินทหารสหรัฐอเมริกา เช่น C-130, MV-22 Ospery, H-60 Seahawk ลงจอดที่ท่าอากาศยานกระบี่ บินขึ้นลงทั้งกลางวันและกลางคืน วันละหลายสิบเที่ยวบิน หรือมีการมาสำรวจหาที่ตั้งฐานทัพของสหรัฐอเมริกาในฝั่งอันดามันของไทยหรือไม่ หรือเป็นการนำทหารสหรัฐอเมริกามาผ่อนคลายหลังจากเข้าร่วมทำสงครามที่ตะวันออกกลาง

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย

@@@……..จากภาพที่เกิดขึ้น พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ ชี้แจงว่า กองทัพอากาศ ตรวจสอบพบว่า เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจํา แต่สาเหตุที่ประชาชน ตระหนกตกใจเพราะว่าเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินเหล่านี้ไปลงจอดที่ท่าอากาศยานกระบี่ เพราะก่อนหน้านั้นจะใช้ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ท่าอากาศยานภูเก็ต หลายครั้ง แต่ในครั้งนี้ คนกระบี่ตกใจว่า เพราะเหตุใดถึงมาลงที่ท่าอากาศยานกระบี่

@@@……..โดยปีนี้สหรัฐฯ ขอใช้ท่าอากาศยานกระบี่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เรียกว่าการสับเปลี่ยนกำลังพล และมีเรื่องของการส่งผู้ป่วยมารักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นกําลังพลที่ป่วยอยู่บนเรือ ที่ลอยลํากลางทะเล ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสู้รบในตะวันออกกลาง เป็นกิจกรรมที่ทําอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วและทางสหรัฐฯ มีการขออนุญาตทุกอย่างถูกต้องตามขั้นตอน รวมถึงกระทรวงต่างประเทศ ไม่มีลัดขั้นตอน

@@@……..ส่วนที่เจาะจงใช้ท่าอากาศยานกระบี่ ไม่เลือกใช้ท่าอากาศยานอื่นเหมือนที่ผ่านมานั้น เนื่องจากท่าอากาศยานอื่นมีปัญหาเรื่องปริมาณเครื่องบินที่ลงมาจอดที่ท่าอากาศยานเป็นจํานวนมาก ยืนยันว่า การนำเครื่องบินขอลงจอดในประเทศไทยผ่านกระบวนการกระทรวงต่างประเทศทุกอย่าง และจะมีการพิจารณาถึงความเหมาะสม ซึ่งทั้งหมดไม่ได้มีการละเมิดข้อบังคับหรือข้อตกลงใด ซึ่งการลงจอดทำถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่าง เพียงแต่มาลงจอดที่ท่าอากาศยานกระบี่เป็นครั้งแรก คนในพื้นที่จึงตกใจ……สบายใจได้ไม่เกี่ยวกับสงครามอิหร่าน

@@@……..เรื่องของพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา….ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา (JIC) ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับการปรากฏกำลังของทหารไทยในพื้นที่บริเวณช่องจอม จ.สุรินทร์ บริเวณชาย แดนไทย-กัมพูชา ดังนี้ 1. ยึดมั่นถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด ประเทศไทยขอยืนยันความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อถ้อยแถลงร่วมที่ได้ตกลงกันในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568 โดยเฉพาะข้อ 2 ทั้งสองฝ่ายจะคงกำลังในตำแหน่งปัจจุบัน (Troop Deployment Line) และงดเว้นการกระทำใด ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในพื้นที่ กองกำลังฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการรุกล้ำ ขยายกำลัง หรือเปลี่ยนแปลงตำแหน่งจากแนวที่ตกลงร่วมกันแต่อย่างใด

@@@……..2.มาตรการของไทยเพื่อสถาปนาความมั่นคงและรักษาความปลอดภัย มิใช่การบังคับใช้กฎหมาย การปรากฏกำลังของฝ่ายไทย มิใช่การดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศโดยฝ่ายเดียว แต่เป็นมาตรการด้านความมั่นคงและการรักษาความปลอดภัยที่จำเป็น อันเกิดจากภัยคุกคามข้ามชาติที่มีอยู่จริงในพื้นที่ชายแดนจากการค้นพบว่ากองกำลังกัมพูชาใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานทหารโจมตีไทย 3.ไทยควบคุมพื้นที่เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางทหาร เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นฐานทหารของกองกำลังกัมพูชาเพื่อโจมตีไทย ดังนั้น การดำเนินการของไทยเป็นไปเพื่อปกป้องอธิปไตยและในลักษณะ เพื่อการป้องกัน (Defensive) จำกัดขอบเขต (Limited) มุ่งลดอันตราย (Preventive) มิใช่การใช้อำนาจเหนืออธิปไตยของประเทศอื่น

@@@……..4.ยึดกลไกทวิภาคี ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี เช่น คณะกรรมการชายแดน ส่วนภูมิภาค (RBC) คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) การสื่อสารอย่างต่อเนื่องระหว่างทั้งสองฝ่าย การดำเนินการทั้งหมดอยู่ภายใต้หลักการ ลดความตึงเครียด (de-escalation) 5. ยึดข้อเท็จจริง ไม่ใช่การบิดเบือน สถานการณ์ดังกล่าวไม่ควรถูกตีความผ่านกรอบของการบิดเบือนข้อมูล ข้อเท็จจริงจากหลักฐานในพื้นที่ชี้ให้เห็นว่า นอกจากการใช้อาคารสถานที่เป็นฐานทหารโจมตีไทย ยังเป็น scam compound ขนาดใหญ่ ไทยจึงเปิดให้สื่อมวลชน เข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาคมโลก สะท้อนถึงความโปร่งใสของการดำเนินการของไทยในเรื่องนี้ หลักฐานที่ตรวจพบในพื้นที่ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการศึกษา วิเคราะห์ และสนับสนุนการดำเนินการต่อต้านสแกมต่อไป อาทิ ซิมการ์ดจากต่างประเทศจำนวนมาก สคริปต์ การหลอกลวงหลายภาษา โครงสร้างพื้นฐานที่สอดคล้องกับการดำเนินการสแกมในระดับอุตสาหกรรม สะท้อนอย่างชัดเจนว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็น ศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายประเทศ ที่ต้องร่วมกันต่อต้านต่อไป

@@@……..6.ความรับผิดชอบร่วมกัน การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ ไม่ใช่การเผชิญหน้า ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้แล้ว (ถ้อยแถลงร่วม ข้อ 8 และ 10) ในการป้องกันข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือน ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การสื่อสารที่ยั่วยุหรือบิดเบือน จะยิ่งบ่อนทำลายความร่วมมือดังกล่าวบทสรุป การดำเนินการของประเทศไทยตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ การเคารพข้อตกลงร่วม การคุ้มครองประชาชน การรักษาเสถียรภาพของภูมิภาค แนวทางข้างหน้าควรมุ่งไปสู่ ความร่วมมือและทางออกร่วมกัน มากกว่าการสร้างความขัดแย้งผ่านเรื่องเล่า ความจริง ความโปร่งใส และความร่วมมือ คือ รากฐานของสันติภาพที่ยั่งยืน

@@@……..กระทรวงกลาโหม….. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ย้ำถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า หากจะเกิดการปะทะรอบ 3 ต้องมีสิ่งบอกเหตุ ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวล แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือ ความเคลื่อนไหวของบุคคลที่เรียกว่า ‘อินฟลูฯ’ ที่ออกมาให้ข้อมูล โดยหวังยอดไลก์ และยอดผู้เข้าชม แต่ส่งผลให้สถานการณ์ชายแดนตึงเครียด ดังนั้น ในฐานะที่เป็นคนไทยควรจะต้องคำนึงถึงเรื่องจริยธรรม และความรับผิดชอบในอาชีพ ไม่ควรทำให้ทหารในพื้นที่ต้องมีความกดดัน

@@@……..ส่วนกระแสข่าวต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกรณีคำสั่งให้นาวาเอกธรรมนูญ วรรณา ย้ายจากผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ไปเป็นผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือที่ผ่านมานั้น เรื่องนี้ต้องเลิกพูดได้แล้ว และต้องเข้าใจว่า นาวาเอกธรรมนูญ ได้ปฏิบัติภารกิจในเหตุการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา จนได้พื้นที่คืนมาหมดแล้ว ดังนั้นการที่มีคำสั่งให้ย้ายมาคุมหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ จึงถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นประโยชน์

@@@……..ทั้งนี้โดยส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายในครั้งนี้ แต่มองว่า นาวาเอกธรรมนูญ เป็นคนที่รู้จักพื้นที่ดี น่าจะสามารถเข้ามาดำเนินการดูแลเรื่องของการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนได้ดี และสามารถพิจารณาได้ว่า จุดใดควรเก็บกู้ก่อนหรือหลัง จึงเห็นได้ว่าการปรับย้ายมีเหตุและผล พร้อมทั้งเชื่อว่า ผบ.นย.ในฐานะผู้บังคับหน่วย จะพิจารณาย้ายใครก็ตาม ต้องมองด้วยเหตุและผล หากไม่เชื่อ ผบ.นย.แล้วจะไปเชื่อใคร

@@@……..ที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “รวมพลังคนไทย ฟื้นพูใจคนเมืองกันทร์ ร้อยรักสามัคคี สดุดีทหารกล้า” เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตามแนวชายแดน ตลอดจนแสดงความขอบคุณต่อทหารที่เสียสละเพื่อปกป้องอธิปไตยและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวพร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยมี น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะอดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี , พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ร่วมคณะติดตาม

นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวต้อนรับว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงพลังแห่งความรักความสามัคคีของชาวจังหวัดศรีสะเกษ ที่จะร่วมกับฟื้นฟูกำลังใจของชาวจังหวัดศรีสะเกษหลังจากที่ผ่านสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนและรวมกันสดุดีทหารกล้าผู้เสียสละในการปกป้องอธิปไตยของชาติไทย โดยการนำเสนอวัฒนธรรมของจังหวัดศรีสะเกษที่ผ่านการแสดงแสง สี เสียง “กันทรลักษ์ มาตุภูมิู้พิทักษ์ ศรีสิกขเรศวร” เพื่อรังสรรค์ให้ลูกหลานชาวจังหวัดศรีสะเกษและคนทั่วไป เกิดความภาคภูมิใจรักและหวงแหนในมาตุภูมิ นอกจากนี้ยังนำมาสู่การสร้างรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวศรีสะเกษ ยืนยันว่า จ.ศรีสะเกษ จะเป็นส่วนหนึ่งให้กับทหารกล้าในการพิทักษ์รักษาและดำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้มีความสงบสุขและความพัฒนาแก่ประเทศชาติต่อไป

@@@……..นายวิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ศรีสะเกษ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1.เพื่อเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะตามแนวชายแดน 2.เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีคนในชาติ และสร้างความมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน 3.เพื่อฟื้นฟูจิตใจประชาชน 4.เพื่อระลึกนึกถึงสดุดีทหารกล้า ตลอดจนกำลังพลที่เสียสละปกป้องแผ่นดินไทย 5.เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ

@@@……..ด้าน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ กล่าวเปิดงานว่า งานนี้เป็นงานแรกหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ตนเป็น รมว.กลาโหม การจัดงานในครั้งนี้ตนเห็นถึงความอลังการความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจ การแต่งกาย การปราณีในการจัดงานขึ้นมาซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม จากการสู้รบ 2 ครั้งที่ผ่านมา ถ้าย้อนกลับไปในปี 2552 ตนก็เคยอยู่ในสถานการณ์การสู้รบ ผามออีแดง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และในพื้นที่ห้วยตามาเรียด้วยเช่นกัน ขอยอมรับว่าใน จ.ศรีสะเกษ นั้น อ.กันทรลักษ์ เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุด จ.ศรีสะเกษ เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และตนเชื่อว่าทาง จ.ศรีสะเกษ จะพัฒนาพื้นที่ภูมะเขือ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต

@@@……..ผมเชื่อมั่นว่าหลังจากนี้ท่านใช้ชีวิตให้มีความสุขได้ วันนี้ผมพา เสธ.ทบ. และ ผบ.กกล.สุรนารี มาด้วย เพื่อมาสร้างความเชื่อมั่นว่าท่านสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ถ้าเชื่อโซเชียลก็จะใช้ชีวิตลำบาก ขอให้ท่านฟังสื่อของภาครัฐเป็นหลัก สำหรับน้อง ๆ ทหารที่อยู่ในพื้นที่นี้ ที่ตรงนี้เป็นงานสดุดีทหารกล้า ยืนยันว่าไม่มีอาชีพไหนที่เป็นอย่างเรา ตราบใดที่เราสวมหมวกเหล็ก ใส่ชุดฝึก เราต้องทำหน้าที่นี้เพื่อให้ประชาชนมีความสุข ตนก็ทำหน้าที่นี้ตั้งแต่จบปีการศึกษา ปฎิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนจนเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ยอมรับว่าดีใจที่คนไทยรวมใจกันสนับสนุนทหารไทย ในส่วนของนักธุรกิจพ่อค้าไม่ต้องกังวลใจขอให้ทำงานอย่างสบายใจ และตนก็เชื่อมั่นในเหล่ากองทัพไทยว่าจะช่วยกันปกป้องอธิปไตยไทย ในส่วนสถานการณ์ตะวันออกกลางที่เกิดในปัจจุบันเป็นเหตุสุดวิสัยที่ทั่วโลกเจอในเรื่องของน้ำมัน ซึ่งเราต้องช่วยกันสอดส่องเป็นผู้เป็นตา ถ้าหากประชาชนรู้ข้อมูลบุคคลที่เอาน้ำมันไปขายเป็นกำไรส่วนตัว สามารถบอกกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้ เพราะตอนนี้ประเทศไทยต้องการความสามัคคีในปัจจุบัน

@@@……..ก่อนหน้านี้ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมและกองทัพว่า ยังคงยึดมั่นในแนวนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งปฏิบัติภารกิจสำคัญในการปกป้องอธิปไตยของประเทศไทย รักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน และให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกสถานการณ์อย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งนี้ การปฏิบัติภารกิจของกองทัพให้บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ไม่อาจดำเนินการได้โดยลำพัง หากแต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชนที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือ ให้ข้อมูล ให้คำแนะนำ และสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งล้วนเป็นพลังสำคัญที่ทำให้การแก้ไขปัญหาและการดูแลประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลและตรงตามความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น

@@@……..รมว.กลาโหม กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีกรณีที่ภาคประชาชนหลายฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือกองทัพ รวมถึงกรณีของ “กัน จอมพลัง” ซึ่งถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของพลังภาคประชาชนที่เข้ามาสนับสนุนการทำงานเพื่อส่วนรวม โดยกระทรวงกลาโหมและกองทัพยืนยันว่า พร้อมเปิดรับความช่วยเหลือจากทุกฝ่าย โดยไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นบุคคลใดหรือมีคุณสมบัติแบบใด ขอเพียงเป็นผู้ที่มีเจตนาดีและต้องการมีส่วนร่วมในการทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติและประชาชน

@@@……..”ภาครัฐและกองทัพให้ความสำคัญกับการดำเนินการตามระเบียบราชการและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรปล่อยให้ข้อกฎหมายกลายเป็นข้อจำกัดของน้ำใจประชาชนในการสนับสนุนทหารและการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม หากสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม โปร่งใส และอยู่ภายใต้กรอบของทางราชการ ก็สมควรส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างสร้างสรรค์ ผมต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนจากใจจริง ที่เข้ามาช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของกองทัพ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนหรือสิทธิพิเศษใด ๆ และขอยืนยันว่าการดูแลและบริหารจัดการบุคคลที่เข้ามาให้การสนับสนุน จะเป็นไปตามระบบราชการและมาตรฐานเดียวกันอย่างเหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรม” พล.ท.อดุลย์ กล่าว

@@@……..กองทับก….ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 กองทัพบกได้จัดตั้งจุดบริการประชาชน จำนวน 82 จุด บนเส้นทางหลักทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 10 – 16 เมษายน 2569 เพื่อร่วมอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย และให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอดการเดินทางในช่วงวันหยุดยาว การจัดตั้งจุดบริการประชาชนของกองทัพบกดังกล่าว ​เป็นการดำเนินการภายใต้ศูนย์อำนวยการ​ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน กระทรวงมหาดไทย​ เพื่อบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วนร่วมดูแลประชาชนให้มีความปลอดภัยในการเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายของ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก​ ที่ให้ความสำคัญในการสนับสนุนส่วนราชการต่าง ๆ ในการช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติ

@@@……..จุดบริการประชาชนของกองทัพบก ได้จัดตั้งในพื้นที่เส้นทางสายหลัก เส้นทางรอง และจุดเสี่ยงที่มีปริมาณการสัญจรหนาแน่นทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง สำหรับการให้บริการภายในจุดบริการประชาชนของกองทัพบก ประกอบด้วย การให้ข้อมูลเส้นทางและสภาพการจราจร,ให้บริการห้องสุขาและพื้นที่พักผ่อนระหว่างการเดินทาง พร้อมเครื่องดื่ม อาหารว่าง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเบื้องต้น ,การให้บริการปฐมพยาบาลและประสานงาน กับโรงพยาบาลในพื้นที่​​, การช่วยเหลือด้านเครื่องมือช่างและการแก้ไขปัญหายานพาหนะ, รับแจ้งเหตุและประสานการช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

@@@……..กองทัพบกขอเชิญชวนประชาชนใช้รถใช้ถนนอย่างมีวินัย เคารพกฎจราจร และพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง หากรู้สึกอ่อนล้าหรือต้องการความช่วยเหลือด้านใด สามารถแวะพักได้ ณ จุดบริการประชาชนของกองทัพบกทั่วประเทศ ซึ่งกองทัพบกพร้อมส่งมอบความห่วงใย อุ่นใจในทุกเส้นทาง เพื่อให้ทุกการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 เป็นไปอย่างปลอดภัย และถึงบ้านอย่างมีความสุข.

…………..
คอลัมน์  : “Military Key
โดย.. “รหัสมอร์ส”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img