หน้าแรกCOLUMNISTSถอดรหัสเบื้องหลัง‘ระบบอุปถัมภ์’ในไทย ‘ตึกถล่ม-ดินทรุด-เครนร่วง’ไม่ใช่อุบัติเหตุ

ถอดรหัสเบื้องหลัง‘ระบบอุปถัมภ์’ในไทย ‘ตึกถล่ม-ดินทรุด-เครนร่วง’ไม่ใช่อุบัติเหตุ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ปีนี้ฉลองปีใหม่ผ่านไม่กี่วัน ได้เกิดเหตุการณ์ เครนยักษ์โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เกิดถล่มร่วงลงมาทับขบวนรถไฟที่แล่นอยู่ข้างล่างในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว โคราช มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก วันรุ่งขึ้นถนนเจ็ดชั่วโคตร พระราม 2 เครนก่อสร้างร่วงลงมาทับรถที่แล่นข้างล่าง ไม่รู้ว่าครั้งที่เท่าไหร่

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน “สตง.” มูลค่าเกือบ 3 พันล้านบาท ถล่มลงมาพังทลายเหลือแต่ซาก และเหตุแผ่นดินทรุดตัวเป็นแอ่งขนาดใหญ่และลึกตรงจุดก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีวชิรพยาบาล ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ถนนสามเสน

ทั้งหมดเป็นโศกนาฏกรรมร้ายแรงในบ้านเราถึง 4 เหตุการณ์ใหญ่ ๆ ในเวลาไม่ถึงปี

ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากการ ทุจริตคอรัปชั่นในวงราชการ มีการ “แก้แบบงาน-ลดสเป็กงาน-การตรวจสอบไม่ได้มาตรฐาน” เอกชนต้องลดต้นทุน เพราะงบประมาณส่วนหนึ่งต้อง “จ่ายใต้โต๊ะ” ให้กับ “ผู้มีอำนาจรับผิดชอบ”

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ “ตึกถล่ม แผนดินทรุด เครนถล่ม” ไม่ได้เป็น “อุบัติเหตุ” ล้วน ๆ แต่มันเป็นผลลัพธ์ปลายทางของ “ระบบอุปถัมภ์” ที่บ่มเพาะ “คอร์รัปชั่นเชิงโครงสร้าง” มาอย่างยาวนาน มองเรื่องความปลอดภัยเป็นค่าใช้จ่าย ชีวิตคนจึงกลายเป็นต้นทุนที่ถูกตัดออก

ย้อนกลับไปในอดีตเมื่อราว 40-50 ปีก่อน ในยุคที่รัฐบาลไทยเริ่มมีนโยบายพัฒนาประเทศ มีโครงการการก่อสร้างถนนหนทางขนานใหญ่ คนในวงการจะรับรู้ว่า บริษัทรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ ล้วนใช้ “ระบบอุปถัมภ์” ปูทางให้ได้งาน ด้วยการเลี้ยงดูข้าราชการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากข้าราชการชั้นผู้น้อยคนไหนมีแววดี ก็จะเลี้ยงดูอย่างดี ตั้งแต่ยังมีตำแหน่งเล็ก ๆ จ่ายเงินเดือนพิเศษ ผลักดันให้มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี บางคนถูกส่งไปเรียนเมืองนอก กลับมารับราชการมีตำแหน่งใหญ่โต จนเป็นระดับผู้บริหารระดับกรมหรือกระทรวง

เมื่อข้าราชการเหล่านี้มีอำนาจ ก็จะ “เอื้อประโยชน์” กลับคืน “ผู้อุปถัมภ์” เป็นการตอบแทน

เมื่อถึงเวลาเกษียณราชการไปแล้ว บริษัทเหล่านี้ยังต้องเลี้ยงดูต่อไป ตั้งเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นกรรมการบริษัท จะเห็นว่า ทุกวันนี้มีอดีตปลัดกระทรวงสำคัญ ๆ อธิบดีหลายคน เกษียณอายุไม่ทันไร ก็ไปนั่งกินเงินเดือนบริษัทเอกชน อิ่มหมีพีมัน ดูแลกันจนแก่เฒ่า เพราะสมัยรับราชการก็ช่วยดูแลผลประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนนั้น ๆ วิน ๆ ทั้งสองฝ่าย

ทุกวันนี้ รูปแบบการอุปถัมภ์เปลี่ยนไป บริษัทเอกชนจะใช้วิธีสร้างความสัมพันธ์ตอนที่มีตำแหน่งใหญ่โต ระดับผู้อำนวยการและดูแววว่า จะได้ขึ้นอธิบดี ปลัดกระทรวงในอนาคต ผ่านหลักสูตรอบรมต่าง ๆ ที่หน่วยงานราชการ องค์กรอิสระ เอางบประมาณที่ได้จากภาษีประชาชน จัดให้ข้าราชการและนักธุรกิจ เข้ามาเรียนร่วมกัน ในที่สุดก็กลายเป็น “หลักสูตรคอนเนคชั่น” ที่ฮิตในปัจจุบัน

หากนักธุรกิจคนไหนที่อยากจะมีความสัมพันธ์กับข้าราชการหรือบุคคลากรหน่วยงานไหน-กระทรวงไหน ก็จะเข้าไปเรียนหลักสูตรที่หน่วยงานนั้น ๆ จัด ซึ่งมีแทบทุกหน่วยงาน เมื่อสนิทสนมกันแล้ว ก็สร้างความสัมพันธ์ในเชิงอุปถัมภ์ จ่ายป็นเงินเดือนพิเศษทุกเดือน เลี้ยงดูปูเสื่อบริการทุกอย่าง เวลามีบริษัทเข้าตลาดหุ้น ก็จัดสรรหุ้นไอพีโอ.ให้เป็นพิเศษ เป็นต้น

เมื่อข้าราชการคนที่บริษัทเอกชนอุปถัมภ์ค้ำชูมีอำนาจ บริษัทจะรู้ข้อมูลความเคลื่อนไหว “วงใน” ก่อนคู่แข่ง ว่ากรมนั้น กระทรวงนั้น กำลังจะมีโครงการใหม่ ๆ อะไรบ้าง งบประมาณเท่าไหร่ สเป็กแบบไหน หรือบางครั้งทำแผนใส่มือให้เลย

เคยมีเรื่องเล่าว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศรายหนึ่ง ที่มีธุรกิจลงทุนในต่างประเทศหลาย ๆ ประเทศ จะสร้างโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แถบชายทะเล เนื่องจากมีเส้นสายในระบบราชการมานาน จึงใช้วิธีทำแผนลงทุนสร้างระบบสาธารณูปโภค แล้วยื่นให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ผลักดันให้เป็นแผนลงทุนของประเทศ โดยบริษัทไม่ต้องลงทุนเอง

อีกกรณีหนึ่ง…บริษัทยักษ์ใหญ่เช่นกัน รายนี้มีคอนเนคชั่นให้การดูแลข้าราชการเกือบทุกกระทรวง รวมทั้งนักการเมือง รู้ข้อมูลจากคนวงใน ว่าหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่ง จะลงทุนสร้างระบบสาธารณูปโภคสำหรับบริการประชาชนในพื้นที่ไม่ไกล จึงไปกว้านซื้อที่ดินดักไว้ แล้วย้ายโรงงานมาตั้งในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อใช้ระบบสาธารณูปโภคของหน่วยงานนั้น ไม่ต้องลงทุน

ในการประมูลงาน หรือการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ บริษัทเอกชนระดับยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้อุปถัมภ์ข้าราชการที่มีอำนาจตัดสินใจ จะรู้สเป็กก่อนคู่แข่งทุกครั้ง หรือล็อคสเป็กได้ตามที่ต้องการ บางครั้งถึงขั้นกำหนดเงื่อนไขให้ “คนกันเอง” ผ่านได้ง่าย ๆ ปัญหาที่ตามมา บริษัทเอกชนที่ได้งานของรัฐส่วนใหญ่ ไม่ได้เพราะคุณภาพหรือความเชี่ยวชาญ แต่มาจากความสัมพันธ์ ผู้รับเหมาที่ใกล้ชิดผู้มีอำนาจมักชนะการประมูล แม้จะไม่ได้มาตรฐานก็ตาม เมื่อไม่ได้คนเก่งและมีความเชี่ยวชาญความผิดพลาดด้านวิศวกรรมก็เกิดขึ้นได้

ที่สำคัญ “ระบบอุปถัมภ์” ทำให้ “การประมูลงานโครงการของรัฐ” บิดเบี้ยว มีการลดสเป็ก ล็อคผลไว้แล้ว ใครได้งานและต้องจ่ายใต้โต๊ะ ทางรอดเดียวของบริษัทที่ไม่ต้องขาดทุนคือ ลดสเป็กเพื่อลดต้นทุน ตัดขั้นตอนการดูแลรักษาความปลอดภัย ลดการทดสอบ การทดสอบเป็นแค่พิธีกรรม หน่วยตรวจสอบไม่น้อยที่อยู่ในห่วงโซ่ระบบอุปถัมภ์เดียวกัน “ผู้ตรวจ” คือ “คนกันเอง” รายงานจึงผ่านง่ายๆ

นี่คือระบบอุปถัมภ์ในสังคมไทย คือเชื้อร้ายที่ฝังรากลึกมานาน ที่อยู่เบื้องหลังความล้มเหลวของประเทศ

…………………………….

คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง

โดย “ทวี มีเงิน”

สนับสนุน : บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC 

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img