ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แกนนำพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแกนนำพรรคคนอื่น ๆ พบว่า เข้าตรึงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.กทม.ของ ภท.หาเสียงอย่างหนัก หลังประเดิมอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา
ที่ “อนุทิน” ควง 3 รัฐมนตรีคนสำคัญของรัฐบาล “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รมว.ต่างประเทศ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รมว.พาณิชย์ รวมถึงแกนนำพรรคคนอื่น ๆ เช่น ศุภมาส อิศรภักดี รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี-เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ หัวหน้าทีมกทม.-วราวุธ ศิลปอาชา ลงพื้นที่ กทม.หลายจุด เช่น สวนลุมพินี-สวนจตุจักร-สยาม-เยาวราช เพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส.เขต กทม.ของ ภท. รวมถึงขอคะแนนเสียงปาร์ตี้ลิสต์ให้พรรค ภท.

ที่ก็ได้รับเสียงตอบรับจากคน กทม.พอสมควร ชนิดบางจุดสื่อรายงานว่า “ตลาดแตก”!
หลังจากนั้น เริ่มเห็นการลงพื้นที่หาเสียงของ “อนุทิน-แกนนำ ภท.” อีกบางจุดอย่างต่อเนื่อง เช่น พฤหัสบดีที่ 15 ม.ค. “ศุภจี สุธรรมพันธุ์-ซาบีดา ไทยเศรษฐ์” รมว.วัฒนธรรม ไปช่วยหาเสียงที่ตลาดโชคชัย 4 ซึ่งเป็นพื้นที่ของ “ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ” อดีต สส.กทม. เพื่อไทย ปี 2562 และต่อมาย้ายมา ภท.ตอนปี 2566 แต่สอบตก แต่รอบนี้ขอลงแก้มืออีกครั้ง และวันรุ่งขึ้น ศุกร์ที่ 16 ม.ค. “อนุทิน” ไปช่วยหาเสียงให้ “ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์” ผู้สมัคร สส.กทม. เขตบางกะปิ-วังทองหลาง
ที่หากดูจากการที่แกนนำ ภท.โดยเฉพาะ “อนุทิน” ลงพื้นที่ กทม.จะพบว่า มีการลงไปช่วยหาเสียงให้กับพื้นที่ซึ่ง ภท.คาดหวังไว้พอสมควร ว่าอาจจะสามารถ“ลุ้นปักธง” ใน กทม.ได้เสียที หลังไม่เคยทำได้สำเร็จ แม้พยายามาแล้ว 3 รอบ ทั้งเลือกตั้งปี 2554, 2562 และ 2566 ที่ส่งลงแทบทุกเขตแต่ก็ไม่เคยมี สส.กทม.จากการเลือกตั้งแม้แต่คนเดียว มีแต่พวกงูเห่า พรรคส้ม-อนาคตใหม่ พวกอดีตสส.กทม.ที่ย้ายมา ภท. ตอนพรรคอนาคตใหม่โดนยุบพรรค
เพราะอย่าง ที่แกนนำ ภท.ไปช่วยหาเสียงให้ “ประเดิมชัย” ที่ตลาดโชคชัย 4 ก็เพราะ “ประเดิมชัย” คนในพรรค ภท.อาจมองว่า พอมีลุ้น เพราะมีฐานเสียงส่วนตัวในพื้นที่อยู่ เคยเป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร ปี 2543 เคยเป็นอดีต ส.ก.ห้วยขวาง ถึง 5 สมัย เป็น ส.ก.ยาวนานตั้งแต่ 2537-2557
ส่วน “ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์” หรือเจ้าของนิกเนม “โอ๋ สุดซอย” ก็เป็นอดีต สส.กทม.บางกะปิ-วังทองหลาง มาแล้ว 1 สมัยตอนปี 2562 และมีฐานในพื้นที่พอสมควรเพราะพ่อเป็นอดีต ส.ก. และที่ผ่านมา ก็เป็นคนซึ่งลงพื้นที่ต่อเนื่อง แม้จะสอบตกตอนปี 2566 โดยช่วงสอบตก ก็มีบทบาทคือเป็น หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (เอกนัฏ พร้อมพันธุ์) และ หัวหน้าทีมตรวจการสุดซอย จนทำให้ได้รับฉายา “โอ๋ สุดซอย” โดยเฉพาะช่วงนำทีมตรวจสอบ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล ซึ่งเป็น 1 ในบริษัทผู้ผลิตเหล็กเส้นที่ใช้ในการก่อสร้างตึก สตง.จนอาคารถล่ม จึงไม่แปลกที่ “อนุทิน” จะลงไปช่วยหาเสียงให้ด้วยตัวเอง เพราะคงมองว่า ชื่อนี้อาจมีลุ้นให้ ภท.ปักธงกทม.ได้
แน่นอนว่า ภท.ในสนาม กทม.ถือว่าเป็นรอง ทั้ง “พรรคประชาชน-พรรคเพื่อไทย-พรรคประชาธิปัตย์” เพราะแม้ “อนุทิน” จะเป็นนายกฯ และ ภท.เป็นพรรคแกนนำรัฐบาล แต่อย่างที่เห็นกัน การที่ ภท.ส่งคนลงสมัคร สส.กทม.มาแล้ว 3 รอบ แต่ไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง ก็เพราะในเชิงการเมือง “คนเมืองหลวง” ยังไม่ให้การยอมรับในตัว “อนุทิน-ภท.” เท่าใดนัก

ผนวกกับภาพลักษณ์ของ ภท.เป็นภาพลักษณ์แบบ “พรรคบ้านใหญ่-พรรคภูธร” ซึ่งไม่ตรงกับจริตของคน กทม. รวมถึงอีกหลายสาเหตุ เช่น นโยบายของ ภท.ที่เคยชูตอนเลือกตั้ง เช่น เรื่องกัญชา เป็นเรื่องที่คน กทม.ก็รับไม่ค่อยได้ แม้จะเป็นกัญชาทางการแพทย์ก็ตาม อีกทั้งที่ผ่านมา การทำการเมืองของ ภท.ในกทม. พอคนของพรรคแพ้เลือกตั้งทุกครั้ง ก็จบกันไป ไม่มีการทำพื้นที่ต่อเนื่อง ไม่มี ส.ก.ช่วยทำพื้นที่ เลยทำให้ ภท.เป็นรอง “พรรคประชาชน-พรรคเพื่อไทย-พรรคประชาธิปัตย์” หลายช่วงตัว
อีกทั้งหากดูจากรายชื่อผู้สมัคร สส.กทม.ของ ภท.รอบนี้ หลายคนบอกว่า ก็อยากเชียร์ “ภท.-อนุทิน” แต่เห็นโปรไฟล์และคุณสมบัติของผู้สมัคร สส.ระบบเขตแล้ว เป็นรองพรรคอื่นอย่างมาก บางคนเคยลงมาแล้วตอนปี 2566 ก็ได้อันดับไม่ดี ได้คะแนนแค่หลักพัน แต่พรรค ภท.ก็ยังจะส่งมาลงอีกรอบ ทำให้คนในพื้นที่เลยบอกเชียร์ไม่ขึ้น ถ้าจะให้เลือก ก็คงได้แค่เลือกปาร์ตี้ลิสต์ แต่ สส.เขต คงมองพรรคอื่นที่ตัวผู้สมัครแข็งแรงกว่า
อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ใช่ว่า “อนุทิน-ภท.” จะไม่พยายามปิดจุดอ่อนของ ภท.ในกทม. เพราะการดึง “เอกนิติ-ศุภจี” มาเป็นทีมเศรษฐกิจของพรรค และลงมาช่วยหาเสียงให้ด้วย รวมถึงได้ “สีหศักดิ์” มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ทำให้ภาพการหาเสียงใน กทม.ของ ภท.เลยดูดีขึ้นมาเยอะทีเดียว
ขณะเดียวกัน “อนุทิน-ภท.” ก็ต้องใช้ทุกจังหวะสร้างคะแนนนิยม ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด อย่างการที่ “อนุทิน” เล่นบทขึงขัง ให้ กระทรวงคมนาคม พิจารณายกเลิกสัญญาการก่อสร้างของ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หลังเกิดกรณี เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นใส่ขบวนรถไฟที่สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จนมีผู้เสียชีวิต 32 คน และเหตุเครนก่อสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2 ถล่ม จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน ซึ่งทั้ง 2 โครงการเป็นของอิตาเลียนไทยฯ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การที่ “อนุทิน” เล่นบทผู้นำที่ขึงขัง ตัดสินใจเร็วทำให้คน กทม.และคนจำนวนมาก ตอบรับกับท่าทีดังกล่าว ที่ก็จะมีผลต่อคะแนนนิยมไปถึงวันเลือกตั้งระดับหนึ่ง

ยิ่งพรรคส้ม “พรรคประชาชน” เจอเรื่อง “เทาในส้ม” เข้าไป หลังอดีตผู้สมัคร สส.กทม.ที่ถอนตัวไปแล้ว และผู้สมัคร สส.ตาก โดนดำเนินคดีเว็บพนันออนไลน์ มันทำให้ กระแสพรรคส้ม ในกทม. “วูบลง” พอสมควร ที่ก็น่าจะเข้าทางภท.
ซึ่งถึงตอนนี้ เป้าหมายของ ภท. ในเขตกทม. เอาแบบที่หวังจริง ๆ ก็น่าจะมีสักประมาณ 4-5 เขต ที่คนในพรรค ภท. คิดว่าพอมีลุ้น ที่นอกจาก “ประเดิมชัย-ฐิติภัสร์” แล้วก็ยังมี อาทิ เขต 1 “ลลิดา เพริศวิวัฒนา” รองโฆษกรัฐบาล เขต 2 “พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์” อดีต สส.กทม.พลังประชารัฐ “เอกภพ เหลืองประเสริฐ” หรือ “เอก สายไหมต้องรอด” เขต 11 สายไหม รวมถึงอีกบางเขต ที่มองว่า หากกระแส ภท.แรงขึ้นมาในช่วง 3 อาทิตย์ต่อจากนี้ ก็อาจมีลุ้นเช่น เขต 33 บางพลัด บางกอกน้อย “อรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง” เพราะเป็นเขตที่อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนโดนดำเนินคดีเว็บพนันออนไลน์ ที่ ภท.คงหวังว่า คนในพื้นที่จะสั่งสอนพรรคประชาชน ด้วยการเลือก ภท.และก็ยังหวังลุ้นอีกบางเขต ที่มองว่าคู่แข่งคือ คนของพรรคประชาชนไม่ค่อยแข็ง อาจพอมีลุ้น
อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่า บางเขตที่แม้ ภท.มองว่า ตัวผู้สมัครพรรคส้ม ไม่แข็ง อาจร่วง แต่หากประชาชนไม่เลือกพรรคส้ม ก็อาจไปเลือกพรรคอื่น เช่น ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย แทนก็ได้
ยังเหลือเวลาหาเสียงอีกราว ๆ ไม่ถึงสามสัปดาห์ ภท.คงมองว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ หากกระแส “อนุทิน-ภท.” ใน กทม.เริ่มมา ผลเลือกตั้ง กทม.อาจหักปากกาเซียน หรืออย่างน้อยที่สุด คงหวังว่า หากคน กทม.จะไม่เลือกผู้สมัครระบบเขตของ ภท.เลย ก็ขอให้เลือกพรรคอื่น เช่น เพื่่อไทย-ประชาธิปัตย์ เพื่ออย่างน้อย ทำให้พรรคประชาชนได้สส.กทม.ต่ำกว่าเดิมที่เคยได้ 32 คน จนทำให้พรรคประชาชนไม่ชนะการเลือกตั้ง เพื่อ ภท.จะได้ชนะและเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล แต่คนใน ภท. ก็ไม่ต้องการให้ “อนุทิน” เสียหน้า จึงต้องหวังให้ พรรคปักธงใน กทม.ให้ได้
โค้งสุดท้ายการหาเสียง ของสนามกทม. “อนุทิน-ภท.” คงลุยหนักและทุ่มทุกสรรพกำลัง เพื่อหวังคว้าชัยมาให้ได้(เสียที)
…………………………………….
คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง
โดย “พระจันทร์เสี้ยว”



















