สถานการณ์“มท.-สถ.-ภูเก็ต”พีคในพีค มหาดไทยร้อนเป็นไฟ สารพัดข่าวฉาว!

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีกระทรวงไหนร้อนแรงทะลุองศาเดือด มากไปกว่า “กระทรวงมหาดไทย” อีกแล้ว หลังก่อนหน้านี้ ก็มีทั้งกรณี อนุทิน นายกฯ และรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ภูเก็ตสองรอบติด ๆ กัน เพื่อไปดูพื้นที่และสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา หาดบางเทา และ หาดฟรีด้อม หลังมีข้อร้องเรียนว่ามีขบวนการบุกรุกที่ดินสาธารณะ ป่าสงวน และปัญหากลุ่มอิทธิพล/มาเฟียข่มขู่รีดไถ

และยังมีกรณีเรื่องคนไทยเป็นนอมินีให้ต่างชาติ ครอบครองธุรกิจต่าง ๆ ในภูเก็ต ตลอดจนปัญหาข้อร้องเรียนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในภูเก็ต เรียกรับผลประโยชน์ในการจัดระเบียบสังคม พวกสถานบันเทิง และธุรกิจต่าง ๆ ในภูเก็ต จน อนุทิน -มท.1 สั่งการให้เร่งแก้ปัญหาโดยด่วน

จากนั้นอีกไม่กี่วัน อธิบดีกรมการปกครอง นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ก็มีคำสั่งด่วนเด้ง รุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ตพร้อมพวกรวมห้าคน ออกจากภูเก็ต เข้ากรมการปกครอง

นฤชา โฆษาศิวิไลซ์

ด้วยเหตุผลเรื่องถูกร้องเรียนเรียกรับผลประโยชน์ส่วยสถานบันเทิงป่าตอง เป็นต้น จน รุ่งเรือง ยื่นฟ้องผู้บังคับบัญชาตัวเอง นายนฤชา ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ พร้อมกับร่วมมือกับ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน แฉแชตไลน์ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ที่ รุ่งเรือง อ้างว่า นฤชา คุยไลน์กับตัวเองช่วงก่อนวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.ไม่กี่วัน เพื่อให้ช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคสีน้ำเงิน ที่ก็คือ ภูมิใจไทยที่ภูเก็ตนั่นเอง

จนมีการลากเอาเรื่องนี้เข้าไปในสภาฯ ที่พรรคประชาชนรับลูกเต็มที่ ทั้งตั้งกระทู้สดถามกลางสภาฯ ไม่พอ ยังลากเอาไปเข้ากรรมาธิการเพื่อตรวจสอบเรื่องการเด้งปลัดจังหวัดภูเก็ต และเรื่องแชตไลน์ ช่วยน้ำเงินด้วย อย่างน้อย ๆ ก็สองคณะ เพื่อหวังใช้เรื่องนี้ซัด อนุทิน ในฐานะ มท.1 และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้จมดิน ก่อนที่สุดท้าย หลังครบกำหนด 30 วันของการเด้งปลัดจังหวัดภูเก็ต พบว่า เมื่อ 24  มิถุนายนที่ผ่านมา มีการส่ง นายรุ่งเรือง กลับไปเป็นปลัดจังหวัดภูเก็ตอีกครั้ง ด้วยเหตุผลเนื่องจากกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงชั้นต้นของกรมการปกครองครบกำหนดระยะเวลา 30 วันแล้ว แต่คดีอาญายังคงดำเนินอยู

แค่นี้ไม่พอ สำหรับ ที่ภูเก็ต ซึ่งเห็นชัดว่า “เจ้าที่แรง” เพราะตามด้วยกรณี การสั่งย้ายด่วน ธีระพงศ์ ช่วยชู หรือรองฯ กุ้ง/ซีฟู้ด ที่โดนเด้งจากรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไปเป็นรองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช จากกรณีปัญหาการทำงานที่ภูเก็ต ที่ขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชาตัวเองก่อนหน้านี้คือ ผวจ.ภูเก็ต  “นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร “โดยมีกระแสข่าวเรื่องการโชว์พาวเวอร์ในพื้นที่หลายอย่าง และทำหลายครั้ง และมักชอบคุยว่า เป็นสายตรงบิ๊กพรรคสีน้ำเงิน จะย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ตก็ทำได้ หลังมีการปีนเกลียวกันในพื้นที่ จากนั้น ก็มีการย้าย นิรัตน์ คู่ขัดแย้งไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย หลังมหาดไทยย้ายรองผู้ว่าฯ ธีระพงศ์ แค่ไม่กี่ชั่วโมง

นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร

โดยปฐมเหตุทั้งหมด ลือกันว่าเป็นเรื่องการเมืองในพื้นที่ และการเมืองในมหาดไทย โดยมีเรื่องของผลประโยชน์ในพื้นที่ภูเก็ต ที่แม้เป็นจังหวัดเล็ก แต่มีผลประโยชน์มหาศาล ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองหมด

แค่นี้ก็ทำให้ “มหาดไทย-ภูเก็ต” ร้อนเป็นไฟ กลางฤดูฝนแล้ว แต่มันยังไม่หมดแค่นี้ เพราะยังมี “พีคในพีค” ของมหาดไทย-ภูเก็ตตามมาอีกกับปฏิบัติการสำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางโดย กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.) เปิดปฏิบัติการตรวจค้น-จับกุม-ยึดของกลาง “การทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่น” ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย. ที่ป.ป.ช.ระบุว่าเป็นคดีที่สร้างความเสียหายให้กับชาติร่วม 4.5 พันล้านบาท จนทำให้มีการเด้ง “ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล” พ้นจากอธิบดีสถ.ชั่วคราวไปนั่งประจำที่กระทรวงมหาดไทย

จากนั้น กระทรวงมหาดไทยก็มีการตั้ง สันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกระบวนการทั้งหมดในการจัดสอบของสถ.ที่ว่าจ้างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นหน่วยงานที่รับจ้างจัดสอบแข่งขันที่นอบกันไปเมื่อ 7 ธันวาคม 2568 โดยให้เวลาเจ็ดวันในการตรวจสอบและรายงานผลโดยตรงถึงอนุทิน นายกฯ ในฐานะรมว.มหาดไทยอีกหนึ่งตำแหน่ง

ขณะที่ฝ่าย ป.ป.ช. กำลังเตรียมตั้งคณะทำงานชุดพิเศษขึ้นมาเป็นการเฉพาะเพื่อสนับสนุนการทำคดีนี้ โดยจะเอาผู้เชี่ยวชาญจาก ป.ป.ช.และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มาร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายทุจริตนี้ทั้งหมด เรียกได้ว่า หากเส้นเงินโยงถึงใคร มีการโอนเข้าบัญชีใคร ก็เตรียมถูกป.ป.ช.เรียกมาชี้แจงทันที ขณะที่ฝ่ายตำรวจ ก็เตรียมออกหมายเรียกหรือเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งคณะกรรมการเขียนทีโออาร์ของกรมสถ. -มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในฐานะผู้รับงาน-ผู้บริหารของ สถ.,  โรงพิมพ์ข้อสอบซึ่งตั้งอยู่ที่สมุทรปราการ ตลอดจนข้าราชการที่ปรากฏในคลิปการจับกุม เป็นต้น มาสอบถามข้อมูลในเร็ววันนี้

ข้างต้น คัดมาเฉพาะความเคลื่อนไหวหลัก ๆ ของคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่สุดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยไม่นับรวมประเด็นอื่น ๆ เช่นเรื่องคลิปเสียงต่าง ๆ ที่เกี่ยวโยงกับคดีดังกล่าว ที่พยายามลากไปถึงอดีตรมช.มหาดไทย-หลังบ้านบิ๊กคลองหลอด อะไรต่าง ๆ ที่ทำเอาคลองหลอด-มหาดไทย กลายเป็นกระทรวงที่ร้อนเป็นไฟ

ที่สรุปมาข้างต้นว่าพีคแล้ว แต่ปรากฏว่าช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หัวค่ำวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย.จู่ ๆ จากที่ รุ่งเรือง ได้กลับมาเป็นปลัดจังหวัดภูเก็ตได้แค่สองวัน ตำรวจ บก.ปปป. นำหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 เข้าจับกุม ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกลางเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้สอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในพื้นที่ภาคใต้ จากการสืบสวนพบว่า มีผู้เสียหายซึ่งเป็นอาสาสมัคร (อส.) จำนวน 3 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ โดยอ้างว่าถูกเรียกรับเงินรายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 900,000 บาท เพื่อนำไปจ่ายให้เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือในการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นที่จังหวัดทางภาคใต้ โดยหลังเข้าควบคุมตัว ตำรวจได้นำตัว รุ่งเรือง ไปสอบปากคำที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต

และล่าสุดวันที่27มิ.ย.ที่ผ่านมากรมการปกครอง ให้ “รุ่งเรือง” ปลัดจังหวัดภูเก็ต ออกจากราชการไว้ก่อน หลังต้องหาว่ากระทำผิดอาญา ปมเรียกรับผลประโยชน์สอบข้าราขการท้องถิ่น

ภาพรวมทั้งหมด ตั้งแต่พรรคภูมิใจไทย แม้กวาดที่นั่งสส.เขต ภาคใต้มาได้มากสุด 31 ที่นั่ง ที่ทำได้เกินเป้าเพราะตั้งไว้ที่ 30 ที่นั่งแต่ที่ภูเก็ต ภูมิใจไทยไม่ได้สส.เขตแม้แต่คนเดียว ทั้งที่ภูมิใจไทยเตรียมพร้อมมาเป็นปี และในช่วงหาเสียง อนุทิน กับ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ก็ไปเปิดเวทีปราศรัยใหญ่-เดินหาเสียงกับคนภูเก็ตด้วยตัวเอง แต่ก็ยังไม่สามารถปักธงที่ภูเก็ตได้เสียที แล้วตามด้วยเกิดกรณีนายกฯ ต้องลงพื้นที่ภูเก็ตสองวัน เพื่อแก้ปัญหาหลายอย่างที่ภูเก็ต และตามด้วยการเด้งปลัดจังหวัดภูเก็ตพร้อมพวกรวมห้าคน จากนั้นก็มีการเปิดเผยแชตไลน์ “ช่วยน้ำเงินด้วย”

จนมาถึงการเด้ง รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต 2 คนและตามด้วยเด้ง ผู้ว่าฯ ภูเก็ต และล่าสุดกับข่าวฉาวที่มหาดไทยเกี่ยวข้องโดยตรงกับคดีทุจริตสอบบรรจุรับราชการท้องถิ่น จน อนุทิน มท.1 ต้องดับกระแสร้อนด้วยการเด้งอธิบดีสถ. ขณะที่การเดินหน้าทลายเครือข่ายทุจริตการสอบเข้าขรก.ท้องถิ่นของป.ป.ช.และตำรวจก็รุกหนัก โดยฝ่ายป.ป.ช.ก็ต้องใช้เรื่องนี้มาสร้างผลงานหลังที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ป.ป.ช.ติดลบอย่างหนักจากหลายเรื่อง จนมาถึงการจับกุมปลัดจังหวัดภูเก็ต คู่แค้นการเมือง นฤชา-อธิบดีกรมการปกครอง น้องรักเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคสีน้ำเงิน ในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์การสอบเข้ารับราชการท้องถิ่น โดยไม่เคยมีข่าวหลุดมาก่อนว่า นายรุ่งเรือง เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าวด้วย แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายรุ่งเรืองด้วย เพราะอาจไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือทำผิดใด ๆ ตามที่เป็นข่าว แต่เป็นเรื่องของโดนการเมืองเล่นกลับและเล่นแรงถึงขั้นจ่อเข้าคุกเอาได้

ที่ก็คาดการณ์ได้ไม่ยากว่า ข่าวร้อน-ปมฉาว ของมหาดไทย คงยังไม่หมดแค่นี้ แต่จะถึงขั้นน้ำลดตอผุด สารพัดเรื่องฉาวโฉ่ในกระทรวงคลองหลอด จะปรากฏออกมาให้เห็นพร้อม ๆ กันต่อจากนี้หรือไม่ ตรงนี้ก็ยากจะคาดการณ์

ทว่าสถานการณ์ต่อจากนี้ ชาว “ยุทธจักรสิงห์” คลองหลอด-มหาดไทย ดูจะเชื่อว่า เรื่องคดีทุจริตสอบเข้ารับราชการของสถ. หากมีการสอบสวนขยายผลแบบลงลึก เพื่อเอาผิดเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

เรื่องนี้ อาจจะทำให้ บิ๊กคลองหลอดบางคน เก้าอี้สั่นคลอน จนต้องร้อง “บิ๊กสีน้ำเงินช่วยด้วย” ขออยู่ที่เดิม อย่าเด้ง อย่าลดชั้น!

……………………………………….

คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง

โดย “พระจันทร์เสี้ยว”

                                                          

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img