“กิโยตินกฎหมาย” หรือภาษาอังกฤษ เรกูลาทอรี่ กิโยติน (Regulatory Guillotine) ในประเทศไทยคือโครงการที่มุ่งทบทวน ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมายและกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อน ล้าสมัย หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตของประชาชน เพื่อลดต้นทุนในการปฏิบัติตามกฎหมายและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
แนวคิดที่มา เปรียบเสมือนเครื่องประหารกิโยตินที่ใช้ตัดกฎหมายที่ไม่จำเป็นออกไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการที่ล่าช้า มุ่งลดภาระและต้นทุนที่ภาคเอกชนและประชาชนต้องแบกรับในการปฏิบัติตามกฎระเบียบของหน่วยงานภาครัฐ
จากการศึกษาของ TDRI ในปี 2562 พบว่าหากมีการแก้ไขหรือยกเลิกขั้นตอนที่ไม่จำเป็นตามข้อเสนอแนะ จะสามารถประหยัดต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมายได้ประมาณ 133,816 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 0.8% ของ GDP ขจัดอุปสรรคต่อการค้า การลงทุน และส่งเสริมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังช่วยลดการทุจริตคอร์รัปชัน เนื่องจากการมีกฎหมายและกระบวนการที่ซับซ้อนจำนวนมาก อาจนำไปสู่การใช้ดุลยพินิจโดยเจ้าหน้าที่รัฐ และเปิดช่องให้เกิดการทุจริตได้ การปฏิรูปกฎหมายจึงเป็นบันไดสำคัญในการขจัดปัญหานี้

สำหรับประเทศไทย มีการผลักดันให้มีการตรวจสอบกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในการเข้าเป็นสมาชิก OECD (Organization for Economic Co-operation and Development)
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลัก ๆ ที่ทำให้การปฏิรูปกฎหมายเป็นเรื่องยากในประเทศไทย เนื่องจากความล่าช้าของระบบราชการ เพราะกระบวนการแก้ไขกฎหมายในประเทศไทยใช้เวลานาน โดยเฉลี่ย 12-18 เดือน ซึ่งยาวนานกว่าในต่างประเทศที่ใช้เวลาเพียง 4-8 เดือน
การยึดติดกับวิธีคิดแบบเดิม : ระบบราชการมักยึดติดกับกรอบและอำนาจเดิม ทำให้การขอความเห็นในการแก้ไขกฎระเบียบหรือกฎหมายเป็นไปอย่างล่าช้าและซับซ้อน หากมีหน่วยงานใดไม่เห็นด้วย กระบวนการอาจต้องหยุดชะงัก รวมทั้งจำนวนกฎหมายที่มากเกินไปถึงหลักแสนฉบับ ขณะที่ OECD แนะนำว่าแต่ละประเทศไม่ควรมีกฎหมายเกิน 300 ฉบับ
โครงการ “กิโยตินกฎหมาย” จึงเป็นความพยายามที่สำคัญในการปฏิรูปกฎหมายเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและลดการทุจริตในประเทศไทย แต่ยังคงมีข้อท้าทายที่ต้องได้รับการแก้ไขเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จอย่างแท้จริงต่อไป
………………..
คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram





















