วิกฤตพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ที่สหรัฐ อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน จนทำให้เกิดผลกระทบด้านพลังงานไปทั่วโลก ภาพที่ไม่เคยได้เห็น อย่างรถต่อแถวรอเติมน้ำมันดีเซลกันข้ามคืน ก็เกิดขึ้นที่ประเทศไทย
วันนี้เราจะพาทุกท่านย้อนเวลากลับไปดู “ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของเศรษฐกิจไทย” นั่นคือเรื่องของ “ราคาน้ำมัน” โดยตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา คนไทยเราเคยเผชิญกับ ‘Oil Shock’ หรือวิกฤตน้ำมันแพงระยับมาแล้วหลายระลอก บางยุคราคาพุ่งสูงจนน่าตกใจ บางยุคต้องประกาศปิดปั๊มน้ำมันกันเลยทีเดียว
ในปี 2522-2523 ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 40 ปีก่อน ช่วงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ตอนนั้นน้ำมันในไทยขาดแคลนหนักมาก จนรัฐบาลต้องสั่งปิดสถานีบริการน้ำมันหลังเที่ยงคืนเพื่อประหยัดพลังงาน และเป็นปีที่เกิดภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 24% เลยทีเดียวครับ
ต่อมา ยุคปี 2551 ในยุคของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ช่วงนั้นราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งแตะ 147 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาขายปลีกในไทยดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ “น้ำมันดีเซล” ที่พุ่งไปแตะ 44.24 บาท/ลิตร ซึ่งถือเป็นราคาสูงสุดที่กลุ่มรถขนส่งเคยเผชิญมา

ถัดมายุคปี 2557 อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญคือช่วงกลางปี 2557 วันที่ 16 พฤษภาคม ถูกบันทึกไว้ว่าคนไทยต้องเติม “เบนซิน 95” ในราคาสูงถึง 49.15 บาทต่อลิตร เกือบแตะครึ่งร้อยต่อลิตรเป็นครั้งแรก ปัจจัยตอนนั้นมาจากราคาน้ำมันโลกเกินร้อยดอลลาร์ ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างมาก
ล่าสุดในปี 2565-2566 ที่ผ่านมา เราก็เพิ่งผ่านสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนอีกครั้ง รอบนี้กลุ่มเบนซินกลับมาแตะระดับเกือบ 50 บาทอีกรอบ ขณะที่ดีเซลยังคงได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตรึงราคาไม่ให้เกิน 30บาท / ลิตร ป้องกันไม่ให้กระทบค่าครองชีพของประชาชนมากเกินไป แต่ก็แลกมาด้วยหนี้กองทุนที่สูงกว่าแสนล้านบาทในบางช่วง
สำหรับวิกฤตพลังงานสอนให้เรารู้ว่า ราคาน้ำมันไม่ใช่แค่เรื่องของหน้าปั๊ม แต่คือฟันเฟืองสำคัญของปากท้องคนไทยทุกคน เพราะหากราคาขนส่งขึ้นย่อมส่งผลกระทบไปยังทุกภาคส่วน หลังจากนี้ คงต้องช่วยกันภาวนาว่าสงครามในตะวันออกกลาง จะมีข้อยุติ เพื่อไม่ให้โลกเราต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองไปมากกว่านี้
…………..
คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram



















