รัฐบาลเสียงข้างน้อย นำโดย พรรคภูมิใจไทย ห้อยโหนกระแสชาตินิยมมา แต่ถูก วิปโยคหาดใหญ่ พัดจมลงสู่ก้นทะเล ถูกกระหน่ำจนหมดสภาพ รับมือวิกฤติครั้งนี้ไม่ทันกาล มีผลกระทบต่อการเลือกครั้งต่อไปไม่มากก็น้อย
หากย้อนรอยไปดูช่วงที่พรรคภูมิใจไทยถูกรัฐบาลพรรคเพื่อไทยบีบให้ออกจากรัฐนาวา “อิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี (ในขณะนั้น) แม้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย (ในขณะนั้น) พลิกเหลี่ยมถอนตัวอ้างเหตุมี “คลิปคุยกับลุง”
ก่อนถอนยวง พรรคภูมิใจไทยยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ลูกเนวิน ชิดชอบ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคภูมิใจไทย คือ “ไชยชนก ชิดชอบ” สส.บุรีรัมย์-เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย
ลุกขึ้นชำแหละร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ในวันนั้น…ไม่น่าเชื่อกลายเป็นประเด็นใหญ่สะท้านโลกในวันนี้ อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งกรณี ภัยความมั่นคง โดยเปิดเผยข้อมูลค้นพบแร่แรร์เอิร์ธในประเทศไทยเมื่อ 11 เดือนก่อน (ในปี 67) มีมูลค่าสูงเวลาเกิดสงคราม
หากต้องการเจรจากับจีนหรือสหรัฐฯ แร่นี้คือคำตอบ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง ปมเย็นในวันนั้น กลายเป็นร้อนฉ่าทางการเมืองขึ้นมาทันที เมื่อ “นายกฯ หนู” เพิ่งดีลลับลงนาม MOU กับสหรัฐฯ 27 ต.ค.68
แถมสอนเชิงทางการเมือง “นายกฯ อิ๊งค์” ว่า “พรรคภูมิใจไทยทำหน้าที่ดูแลแก้ปัญหาภัยพิบัติประชาชนเต็มที่ ส่งประกาศไปยังหน่วยงานภายใต้การดูแล เมื่อ 15 พ.ค.68 ให้ทุกหน่วยงานระวัง…ปีนี้ฝนมาเร็ว โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา คาดน้ำจะท่วมหนัก มาเร็วตั้งแต่เดือนมิ.ย. จากนั้นจะเกิดน้ำท่วมภาคอีสาน ภาคใต้” เป็นการอภิปรายเอาไว้ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.68

ในช่วงท้าย “เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย” ยังฝากให้กำลังใจไปถึงนักการเมืองเจนวาย อย่าง “แพทองธาร” ในทำนองเห็นใจ ที่สังคมผูกการอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ไปกับ “ภัยพิบัติ” โดยเหรียญมี 2 ด้าน ที่ท่านเลือกเดินทางเอง สิ่งที่เห็นไม่ใช่หายนะ แต่คือโชคชะตา
“สถานการณ์ที่เห็นคือประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียนเป็นวีรสตรีไทย อยู่ที่เลือกทางไหน แต่ไม่ว่าเลือกทางใด ผม…นายอนุทิน พรรคภูมิใจไทย พูดด้วยความภาคภูมิใจ ได้ทำทุกอย่างภายใต้ความรับผิดชอบ เพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไทย และทำต่อไป คำถามเดียวที่ฝากคือพวกเราทำแล้ว พวกท่านทำแล้วหรือยัง”
ขอใช้คำถามเดียวกับ “เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย” ในสมัยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ยังรู้ข้อมูลล่วงหน้าว่า ภาคใต้น้ำท่วมแน่
แต่พรรคภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยตั้งแต่ 5 ก.ย.68 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเลือก “อนุทิน” เป็นนายกฯ และปลายเดือนก.ย. 68 แถลงนโยบายต่อรัฐสภา มีอำนาจเต็มบริหาราชการแผ่นดิน
ห้วงเวลานับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.68 เริ่มปีงบประมาณแผ่นดิน ปี 69 พอดี รัฐบาลมีมติ ครม.โยกย้ายข้าราชการล้างบางขั้วพรรคเพื่อไทย โดยอ้างคืนความเป็นธรรมให้เหล่าบรรดาข้าราชการเหล่านั้น โดยเฉพาะในกระทรวงมหาดไทย
จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ตั้งขึ้นมาเพื่อเตรียมรับมือเลือกตั้งหรือวางคนให้ถูกกับงาน เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ 9 จังหวัดภาคใต้
โดยเฉพาะหาดใหญ่ จ.สงขลา เหตุการณ์ช่วง 21-24 พ.ย. ฝนตกหนักสะสมหลายวันจนเกิดวิกฤติ เป็นตัวเฉลยชี้ชัด “รัฐบาลล้มเหลว” ในการบริหารจัดการวิกฤติครั้งนี้ เพราะไร้ข้อมูลเรียลไทม์และทีมงานมืออาชีพจาก “ข้าราชการ” คอยเสิร์ฟ “ผู้นำ”
………………………………
คอลัมน์ : ไขกุญแจ-ไขแหลก
โดย #ราษฎรเต็มขั้น






































