หน้าแรกHighlight‘เทพไท’ชี้‘ขบวนการทาสีเทา’ทำงานหนัก ป้ายทุกพรรคให้เปื้อนเพื่อลดต้านทุนเทา

‘เทพไท’ชี้‘ขบวนการทาสีเทา’ทำงานหนัก ป้ายทุกพรรคให้เปื้อนเพื่อลดต้านทุนเทา

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท”วิเคราะห์เกมการเมืองพยายามดิสเครดิต “พรรคประชาชน-ประชาธิปัตย์” ให้เปื้อนสีเทา หลังโดนขุดปมผู้สมัครและญาติพัวพันคดีดัง ชี้เป้าพรรคการเมืองบางกลุ่มพยายามทำให้ทุกพรรค “เบลอ” ไปด้วยสีเทา เพื่อลดทอนกระแสต่อต้านเงินบาป หวังคนรับเงินซื้อเสียงไม่รู้สึกผิดจนกล้ากาให้

เมื่อวันที่ 23 ม.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.ประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

ขบวนการทาสีเทาให้ทุกพรรค

เริ่มแรกของการหาเสียงเลือกตั้งส.ส. มีการเปิดประเด็นเรื่องแก๊งสแกมเมอร์ กลุ่มทุนสีเทา มาเป็นประเด็นในการหาเสียง ได้มีเสียงตอบรับและประชาชนให้ความสำคัญกับประเด็น เรื่องแก๊งสแกมเมอร์ กลุ่มทุนสีเทามากกว่าประเด็นอื่นๆ จนทำให้พรรคการเมืองที่เคลื่อนไหวเรื่องนี้มาแต่ต้นคือ พรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ได้สร้างกระแสเรื่องเกี่ยวกับแก๊งสแกมเมอร์ หรือกลุ่มทุนสีเทา จากนโยบายของ2พรรคนี้ ต้องการปราบปรามอย่างจริงจัง มีการชูสโลแกนของพรรคประชาชน “มีเราไม่มีเทา” หรือของพรรคประชาธิปัตย์ “ฟ้าใสไล่เมฆเทา” จนทำให้พรรคการเมืองอื่นๆมีความหวั่นไหวและถูกสังคมผลักให้ไปเป็นฝ่ายสีเทา

มีการประกาศจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บนเวทีดีเบตว่า จะไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรมจัดตั้งรัฐบาล ด้วยเหตุผลแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม มีภาพลักษณ์ไปเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ จนทำให้มีการต่อสู้กัน ระหว่างฝ่ายพรรคไม่เอาทุนสีเทากับพรรคสีเทา จนกระแสความนิยมของฝ่ายปราบปรามทุนสีเทาดังขึ้นเรื่อยๆ และไปกดดันพรรคที่ไม่มีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับการปราบทุนสีเทา จนในที่สุดมีการเคลื่อนไหวในลักษณะดิสเครดิต หรือสร้างภาพให้ทุกพรรคเปอะเปื้อนด้วยแก๊งสีเทา เริ่มต้นจากการจับกุมผู้สมัครส.ส.ของพรรคประชาชน เขตเลือกตั้ง 33 บางพลัด กทม. และผู้สมัครส.ส.เขต2 จังหวัดตาก สร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในนโยบายปราบแก๊งสแกมเมอร์ กลุมทุนสีเทาของพรรคประชาชนได้ไม่น้อย

ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี นายไชยชนก ชิดชอบ ออกมาประกาศว่า มีผู้สมัครส.ส.ที่ไปเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์10 คน จนล่าสุดมีการขยายผลหรือพาดพิงเรื่องนี้มายังพรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีที่ญาติของรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคใต้ ถูกจับในข้อหาคดียาเสพติด และมีการปล่อยข่าวว่า จะมีการค้นบ้านของรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องชี้แจง และตอบคำถามนี้กับประชาชน

จนในที่สุดพรรคการเมือง2พรรค คือพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับการปราบปรามสแกมเมอร์ ต้องเปอะเปื้อนด้วยกระแสสีเทาไปด้วย วันนี้จึงเห็นการพยายามที่จะดิสเครดิตพรรคการเมืองด้วยการด้วยการสร้างภาพว่า เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์หรือกลุ่มทุนสีเทา ไม่ได้มีเฉพาะสมาชิกพรรคการเมืองบางพรรค แต่พยายามสร้างภาพว่า พรรคการเมืองทุกพรรคมีคนสีเทา มีคนที่พัวพันกับแก๊งสแกมเมอร์อยู่ทั้งนั้น

จึงเห็นจากท่าทีของพรรคการเมืองบางพรรค ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพรรคสีเทา แต่พยายามโบ้ยไปยังพรรคการเมืองอื่นว่า ที่กล่าวหาว่าพรรคอื่นสีเทานั้น พรรคตัวเองสีเทากว่าอีก หรือดำกว่าอีกด้วยซ้ำไป ก็เปรียบเสมือนการเกทับกัน หรือป้ายสีกัน ทำให้ภาพของกลุ่มทุนสีเทากับพรรคการเมืองมาเกี่ยวข้องกัน พยายามทำให้พรรคการเมืองทุกพรรค เบลอไปด้วยสีเทา เพื่อลดกระแสกลุ่มสีเทาลงไป เพราะในขณะนี้กระแสของกลุ่มเงินทุนสีเทาเข้าไปเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง และใช้เงินซื้อเสียง ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจว่า เงินที่มาจากซื้อเสียงคือเงินของกลุ่มทุนสีเทา เป็นเงินสกปรก เป็นเงินบาป เป็นเงินผิดกฎหมาย จึงทำให้ความรู้สึกของประชาชนส่วนหนึ่ง ที่รับเงินแล้วจะไม่เลือก จะหักหลังคนซื้อเสียง

จึงทำให้พรรคการเมืองตั้งเป้าในการซื้อเสียงพยายามจะเบลอเรื่องนี้ หรือทำลายกระแสเรื่องนี้ลงไป ดังนั้นเราจะเห็นว่าวันนี้กระแสของกลุ่มทุนสีเทา หรือแก๊งค์สแกมเมอร์กำลังเจือจางลงไปมาก ด้วยเหตุผลจากการพลิกสถานการณ์ทางการเมืองของพรรคการเมืองบางพรรคนั่นเอง

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img