“ทรงศักดิ์”แนะทบทวนเพิ่มโทษ“ผู้ค้ายา” มองโทษปัจจุบันไม่รุนแรงพอให้เกรงกลัว

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


รองนายกรัฐมนตรีเชื่อการสู้รบชายแดนไทย–เมียนมาไม่ใช่ปัจจัยหลักให้ยาเสพติดทะลักเข้าไทย หากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่เข้มงวด พร้อมเสนอทบทวนบทลงโทษผู้ค้ายาและผู้เกี่ยวข้อง หลังมองโทษปัจจุบันอาจไม่รุนแรงพอจนทำให้ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย

เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 1 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลการปราบปรามยาเสพติด ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย–เมียนมา พื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ว่า จะเป็นปัจจัยทำให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่ประเทศไทยหรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดอยู่แล้ว

นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ยิ่งได้รับข้อมูลว่ามีความพยายามลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านแนวชายแดน เจ้าหน้าที่ก็ยิ่งต้องเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังและสกัดกั้น จึงไม่มองว่าการสู้รบเป็นประเด็นสำคัญ แต่อยู่ที่ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก

เมื่อถูกถามถึงกระแสที่มีการระบุว่าประเทศไทยกำลังกลายเป็นประเทศทางผ่านของยาเสพติด นายทรงศักดิ์ ตอบทันทีว่า “เป็นทางผ่านไม่ได้หรอก” พร้อมย้ำว่า หากมีมาตรการป้องกันที่เข้มแข็ง ยาเสพติดจะไม่สามารถผ่านประเทศไทยไปได้ เว้นแต่จะเกิดการปล่อยปละละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทุกฝ่ายมีหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

นายทรงศักดิ์ ยังเสนอให้มีการทบทวนบทลงโทษผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเห็นว่าโทษในปัจจุบันอาจไม่รุนแรงเพียงพอ จนทำให้ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย

“คนที่กล้าทำสิ่งเหล่านี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมองว่าระวางโทษยังไม่หนักพอ จึงต้องกลับมาทบทวนว่าโทษเบาเกินไปหรือไม่ หากคนกลัวกฎหมายจริงก็คงไม่กล้าทำ รวมถึงเจ้าหน้าที่ หากบทลงโทษรุนแรงจนรับไม่ไหว ก็คงไม่มีใครกล้ากระทำผิด แต่หากยังมีช่องว่าง ก็ย่อมมีการกระทำผิดเกิดขึ้นได้” นายทรงศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่ามีแนวคิดเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มโทษหรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวมีการหารือในหลายเวทีแล้ว แต่การดำเนินการจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายควบคู่กันไป พร้อมยกตัวอย่างกรณีผู้เข้าสู่กระบวนการบำบัดยาเสพติดที่ยังกลับไปเสพหรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก ทำให้จำนวนผู้เกี่ยวข้องไม่ได้ลดลง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องถอดบทเรียนและปรับปรุงมาตรการทางกฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img