“วิญญัติ ชาติมนตรี” เผย “ทักษิณ ชินวัตร” มอบอำนาจยื่นคำร้องขอรับนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2568 ครอบคลุมคดีที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมทั้งหมด หวังให้ตีความกฎหมายอย่างกว้างและไม่เลือกปฏิบัติ ด้านปลัดสำนักนายกฯ ระบุ ต้องตรวจสอบคำร้องก่อนส่งอนุกรรมการพิจารณาว่าเข้าข่ายหรือไม่ ย้ำต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน
เมื่อวันที่ 12 ต.ค. นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา นายทักษิณได้มอบอำนาจให้ตนยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ผ่านศูนย์บริการร่วมของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสิทธิในการได้รับนิรโทษกรรม และให้พ้นจากความรับผิดทั้งปวงตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2568
นายวิญญัติกล่าวว่า การพิจารณาจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการ โดยหวังว่าจะมีการตีความกฎหมายอย่างกว้างขวาง ไม่เลือกปฏิบัติ และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ คำร้องดังกล่าวครอบคลุมคดีที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมทั้งหมด ไม่ได้แยกยื่นเป็นรายคดี
นายวิญญัติกล่าวเพิ่มเติมว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้เป็นความประสงค์ของนายทักษิณที่ต้องการล้างมลทินจากข้อกล่าวหาและโทษที่ได้รับ โดยเห็นว่าสิ่งที่ดำเนินการมาตลอดเกี่ยวข้องกับประชาชน ประเทศชาติ และการเมือง พร้อมระบุว่า นายทักษิณต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข เนื่องจากมีอายุมากแล้ว และไม่ประสงค์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือกลับไปลงเล่นการเมืองอีก
ด้านนายฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวว่า ต้องตรวจสอบก่อนว่ามีการยื่นคำร้องเข้ามาจริงหรือไม่ หากมีการยื่นแล้ว จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการ ซึ่งมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน เพื่อพิจารณาว่าคำร้องของนายทักษิณเข้าข่ายที่จะรับไว้พิจารณาหรือไม่
หากเห็นว่าเข้าข่าย คณะกรรมการจะส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
เมื่อถามว่า การอ้างเหตุผลว่าต้องการล้างมลทินและสร้างความสามัคคีปรองดองในประเทศ สามารถใช้เป็นเหตุในการยื่นคำร้องได้หรือไม่ นายฉัตรชัยกล่าวว่า การพิจารณาต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยต้องตรวจสอบว่าคดีมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่ หากเป็นคดีทั่วไปที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมือง ก็อาจไม่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ ทั้งนี้ บางกรณีอาจจำเป็นต้องมีการแสดงหลักฐานหรือมูลเหตุที่เชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมืองประกอบการพิจารณา
นายฉัตรชัยกล่าวด้วยว่า ขณะนี้คณะกรรมการยังไม่ได้กำหนดวันประชุม โดยจะสอบถามความคืบหน้าไปยังปลัดกระทรวงยุติธรรมอีกครั้ง คาดว่าจะมีการประชุมในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมคำร้องต่าง ๆ ทั้งนี้ คณะกรรมการต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด





















