หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุ MOU43 และ MOU44 เป็นอุปสรรคต่อการคุ้มครองอธิปไตยไทย ชี้ไม่จำเป็นต้องมี MOU ก็เจรจาได้ พร้อมเตือนการยอมเปลี่ยนเส้นเขตแดนทั้งบนบกและในทะเล เสี่ยงทำแผ่นดินและทรัพยากรไทยสูญหาย
เมื่อเวลา 11.35 น. วันที่ 7 ม.ค. ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะแนวคิดการสร้างรั้วชายแดน ว่า อุปสรรคสำคัญอันดับแรกในเวลานี้คือบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนบนบก หรือ MOU43 ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ พร้อมตั้งคำถามว่า ประเทศไทยได้ประโยชน์อะไรจาก MOU43 หากไม่มีประโยชน์ก็ไม่ควรเก็บไว้
นายพีระพันธุ์ ระบุว่า มีความเข้าใจผิดว่าหากไม่มี MOU จะไม่สามารถเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะการเจรจาระหว่างประเทศสามารถดำเนินการได้ตามกระบวนการทางการทูตโดยไม่จำเป็นต้องมี MOU ขณะเดียวกันเส้นเขตแดนไทย–กัมพูชา ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้วตามสนธิสัญญาไทย–ฝรั่งเศส จึงไม่มีความจำเป็นต้องนำมาเจรจาใหม่ เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดน ย่อมหมายถึงแผ่นดินไทยสูญหาย และอาจเข้าข่ายความผิดทางอาญา
นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า หลักสากลในการกำหนดเขตแดนปัจจุบันใช้แผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ซึ่งทั้งทหารไทยและทหารกัมพูชายึดถือเหมือนกัน มีเพียงรัฐบาลกัมพูชาที่ใช้แผนที่ 1:200,000 ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายเดียว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดไทยจึงยอมให้นำแผนที่ดังกล่าวบรรจุไว้ใน MOU43 หากยกเลิก MOU แล้วเกิดความจำเป็นก็สามารถจัดทำใหม่ได้ โดยตัดเงื่อนไขที่ทำให้ไทยเสียเปรียบออกทั้งหมด
สำหรับ MOU44 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเขตแดนทางทะเล นายพีระพันธุ์ ระบุว่า ปัญหาเกิดจากการลากเส้นเขตแดนที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล โดยไทยยึดหลัก 73 ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่กัมพูชากำหนดเส้นเขตแดนตามอำเภอใจ และไทยต้องยอมรับสภาพดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2516 รวมระยะเวลากว่า 52 ปี ทั้งที่ทรัพยากรพลังงานในทะเลเป็นผลประโยชน์สำคัญของประเทศ
นายพีระพันธุ์ เปรียบเทียบว่า การเจรจาในลักษณะดังกล่าวเหมือนการยอมให้เพื่อนบ้านรุกล้ำที่ดินแล้วนำพื้นที่ที่ถูกรุกมาเจรจาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งไม่อาจยอมรับได้ พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดไทยต้องแบกรับ MOU44 ทั้งที่มีแต่เสียประโยชน์ อีกทั้งยังแสดงความกังวลต่อการถมทะเลบริเวณใกล้หลักเขตแดน ซึ่งอาจส่งผลให้เส้นเขตแดนทางทะเลเปลี่ยนแปลงและกระทบต่ออธิปไตยและทรัพยากรของประเทศในอนาคต
เมื่อถูกถามถึงข้อสังเกตที่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญดำเนินการได้รวดเร็ว แต่การจัดการกับ MOU43 ซึ่งเกี่ยวข้องกับดินแดนของประเทศกลับล่าช้า นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ขณะจัดทำไม่เห็นมีการตั้งคำถาม แต่เมื่อจะยกเลิกกลับถูกตั้งคำถาม ทั้งที่เป็นอำนาจของรัฐบาล หากยกเลิกแล้วจำเป็นต้องมี ก็สามารถจัดทำใหม่ได้ โดยตัดประเด็นที่เป็นปัญหาออก พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความจริงใจของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยย้ำว่าเรื่องอธิปไตยของประเทศเป็นเรื่องสำคัญ ไม่อาจแก้ปัญหาได้เพียงการประท้วงโดยไม่เอาจริงเอาจัง




















