หน้าแรกHighlight‘พิธา’ขอโทษวาทกรรม‘ทหารมีไว้ทำไม?’ รับผิดพูดไม่ชัดทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน

‘พิธา’ขอโทษวาทกรรม‘ทหารมีไว้ทำไม?’ รับผิดพูดไม่ชัดทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘พิธา’ ยอมรับผิด พูดวาทกรรม “ทหารมีไว้ทำไม?” ไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เผยตั้งใจวิจารณ์ทหารสนามกอล์ฟ-ทหารรัฐประหาร ไม่ใช่ทหารสนามรบ พร้อมขอโทษทหารชั้นผู้น้อย ย้ำเคารพการเสียสละเพื่อประเทศชาติ

เมื่อวันที่ 9 ม.ค.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งขณะนี้พำนักอยู่ที่เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวบนเวทีเสวนาแห่งหนึ่ง ถึงกรณีวาทกรรม “ทหารมีไว้ทำไม?” ที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ โดยยอมรับว่า รู้สึกเสียใจที่ในขณะนั้นไม่ได้อธิบายให้ชัดเจน จนทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและถูกโจมตีมาจนถึงปัจจุบัน

นายพิธาระบุว่า คำกล่าวดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่ตนไปพูดที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยในเวลานั้น สิ่งที่ตนนึกถึงคือ “ทหารสนามกอล์ฟ” ไม่ใช่ “ทหารสนามรบ” และยอมรับว่านี่คือความผิดของตนที่ไม่สื่อสารให้ชัดเจน

“จนถึงทุกวันนี้ ผมยังรู้สึกเสียใจ และอยากขอโทษทหารสนามรบจริง ๆ ทหารชั้นผู้น้อย และทหารมืออาชีพที่เสียสละเพื่อปกป้องแผ่นดินของเรา” นายพิธากล่าว

นายพิธายังอธิบายเพิ่มเติมว่า ช่วงเวลาที่ตนพูดวาทกรรมดังกล่าว เป็นช่วงที่สังคมกำลังตั้งคำถามกับทหารที่มีนาฬิการาคาแพง ทหารรัฐประหาร และทหารสนามกอล์ฟจำนวนมาก แต่ตนไม่ได้กล่าวให้ชัดเจนว่า ตนเคารพทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในสนามรบ ขณะที่ทหารที่เข้ามาปกครองประเทศ หรือใช้ทรัพยากรจากภาษีประชาชนโดยไม่เหมาะสม เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่ควรถูกเหมารวม

นายพิธายอมรับด้วยว่า หากมองจากสถานการณ์ปัจจุบัน คำพูดในอดีตของตนนั้นถือว่า “ล้าสมัย” (outdated) และไม่สอดคล้องกับบริบทในขณะนี้

นอกจากนี้ นายพิธายังกล่าวถึงสถานการณ์ความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา โดยระบุว่า แม้ขณะนี้จะอยู่ในภาวะหยุดยิง แต่สิ่งที่ไทยควรทำคือการติดตามและบันทึกการเคลื่อนไหวทั้งหมดของสมเด็จฮุน เซน เนื่องจากเชื่อว่ากำลังมีการสะสมอาวุธ

นายพิธาระบุว่า จุดอ่อนของสมเด็จฮุน เซน คือเส้นทางการเงิน โดยอ้างอิงข้อมูลจากการค้นคว้าในห้องสมุดมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งระบุว่าเส้นเงินบางส่วนเชื่อมโยงไปยังประเทศไซปรัส มอลตา และเบลารุส รวมถึงกรณีการสังหารชาวกัมพูชาในกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้กระทำต้องถูกนำตัวมารับผิดชอบ

นายพิธายังกล่าวถึงข้อมูลจากองค์กร Global Witness ที่ระบุว่า มีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับตระกูลฮุนมากถึง 114 บริษัท โดยเสนอว่าควรใช้มาตรการคว่ำบาตร (sanction) ตัดเส้นทางการเงินทั้งหมด พร้อมชี้ว่า สหรัฐอเมริกา จีน และเกาหลีใต้ ต่างเคยส่งสัญญาณในเรื่องนี้มาแล้ว สิ่งสำคัญคือการป้องกันไม่ให้มีการสะสมอาวุธเพิ่มเติมในอนาคต

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img