หน้าแรกHighlightเช็กบิลทุนเทา!นายกฯสั่ง 3 ประเด็นหลัก ยกระดับ Data Bureau คุมเข้มค้าทองคำ

เช็กบิลทุนเทา!นายกฯสั่ง 3 ประเด็นหลัก ยกระดับ Data Bureau คุมเข้มค้าทองคำ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

นายกฯ เป็นประธานประชุมบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลการเงิน ยกระดับการติดตามธุรกรรมต้องสงสัย มอบ ปปง.เป็นศูนย์กลางคุมค้าทองคำออนไลน์–ออฟไลน์ พร้อมสั่ง ก.ล.ต. ใช้ Travel Rule คุมสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งเป้าปิดหลุมดำเส้นทางเงิน สร้างความเชื่อมั่นระบบเศรษฐกิจไทย

เวลา 10.00 น. วันที่ 9 ม.ค.ที่อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Data Bureau) โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และเลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เข้าร่วม

การประชุมครั้งนี้ มีการเสนอโมเดลการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจแบบบูรณาการ ภายใต้โจทย์สำคัญคือการอุดรอยรั่วของระบบตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันข้อมูลยังคงกระจัดกระจาย หน่วยงานแต่ละแห่งเห็นข้อมูลเพียงบางส่วน เช่น ธนาคารเห็นเฉพาะบัญชีเงินฝาก ขณะที่ ก.ล.ต.กำกับดูแลเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัลในกระดาน แต่เมื่อเงินไหลไปยังสินทรัพย์ทางเลือกหรือบัญชีม้านอกระบบ กลับกลายเป็น “หลุมดำ” ที่ภาครัฐเข้าถึงได้ยาก

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการกำกับดูแลการค้าทองคำ ซึ่งถูกมองว่าเป็นช่องทางสำคัญในการคัดและฟอกเงินของกลุ่มทุนสีเทา โดยที่ประชุมได้หารือถึงการควบคุมการซื้อขายทองคำออนไลน์ และการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภายหลังการประชุม นายอนุทินแถลงว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการจัดเก็บฐานข้อมูลธุรกรรม และเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ Data Hub เพื่อใช้ติดตามเส้นทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยอมรับว่าตัวกลางทางการเงินบางประเภท โดยเฉพาะทองคำ ยังมีข้อจำกัดด้านการจัดเก็บข้อมูล จึงได้สั่งการ 3 ประเด็นหลัก

ประเด็นแรก ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล และยกระดับหลักเกณฑ์การกำกับดูแลผู้ประกอบการค้าทองคำ โดยพิจารณาปรับลดวงเงินธุรกรรมที่ต้องรายงาน จากเดิม 2 ล้านบาทขึ้นไป ให้ต่ำลงในลักษณะขั้นบันได เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ

ประเด็นที่สอง การซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้ปรับปรุงประกาศกระทรวงการคลัง เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขสำหรับการซื้อขายทองคำที่ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง โดยให้ผู้ให้บริการนำส่งข้อมูลธุรกรรมแก่กรมสรรพากร และศึกษาการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย

และประเด็นที่สาม ด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ให้ ก.ล.ต. พิจารณานำหลักการกำกับข้อมูลธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล (Travel Rule) มาใช้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้โอนระหว่างวอลเลตต่าง ๆ ได้ พร้อมตั้งเป้าจัดเก็บข้อมูลให้ครบถ้วน มีคุณภาพ และสร้างระบบป้องกันการโจรกรรมข้อมูล รวมถึงจำกัดวงเงินธุรกรรมตามระดับความเสี่ยง

นายอนุทินย้ำว่า ทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกันแบบบูรณาการและเป็นเอกภาพ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า มาตรการที่หารือกันในวันนี้จะสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจและสถานะของประเทศไทยในสายตานานาประเทศ

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img