นายกฯ สั่งสอบเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มสีคิ้ว ย้ำต้องมีผู้รับผิดชอบ–อย่าฉวยเหตุเล่นการเมืองชี้เป็นปัญหาทางวิศวกรรม ไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมชาติ เตรียมทบทวนกฎหมายขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา
เวลา 13.00 น. วันที่ 14 ม.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ว่า ได้รับรายงานเหตุการณ์แล้ว และได้สั่งการให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว พร้อมแสดงความเสียใจต่อญาติผู้เสียชีวิต
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานสาเหตุที่ชัดเจน ขอให้รอผลการสืบสวนสอบสวน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าจังหวะเวลาที่เกิดเหตุพอดีกันอย่างผิดปกติ ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมย้ำว่า อย่านำเหตุการณ์ดังกล่าวไปเป็นประเด็นทางการเมือง ขอให้ทุกฝ่ายมุ่งเน้นการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำ
“โครงการนี้เกิดเหตุหลายครั้งแล้ว ปีที่แล้วมีอุโมงค์ถล่ม รอบนี้เครนล้มอีก ต้องดูว่ามีการก่อสร้างผิดรูปแบบหรือไม่ อุบัติเหตุแบบนี้จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อมีการละเลยหรือข้ามขั้นตอน ไม่เป็นไปตามแบบวิศวกรรม” นายกรัฐมนตรี กล่าว
สำหรับการดำเนินโครงการต่อไป นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตามหลักปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุ ผู้รับเหมาจะต้องยุติการก่อสร้างชั่วคราว จัดทำรายงาน และแผนการชดใช้ความเสียหาย ซึ่งมีบทลงโทษและค่าปรับตามสัญญาอยู่แล้ว โดยภาครัฐจะเสียหายในเรื่องระยะเวลา แต่ไม่ใช่งบประมาณเพิ่มเติม
เมื่อถามถึงความรับผิดชอบของผู้รับเหมา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ต้องเร่งหาสาเหตุโดยให้ รฟท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา หากพบความผิดต้องรับผิดทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะผู้รับเหมาเพียงฝ่ายเดียว พร้อมย้ำว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ต้องมีผู้ถูกลงโทษ เนื่องจากเป็นความบกพร่องในการควบคุมโครงการ
ส่วนการเพิ่มบทลงโทษหรือขึ้นบัญชีดำผู้ประกอบการ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จำเป็นต้องพิจารณาเชิงกฎหมาย โดยที่ผ่านมาเคยติดปัญหาข้อกฎหมาย เช่น กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งแม้จะยกเลิกสัญญาแล้ว แต่ยังไม่สามารถขึ้นบัญชีดำได้ พร้อมตั้งคำถามไปยังกรมบัญชีกลางว่าเหตุใดยังไม่ดำเนินการ ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการรายเดิม
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงแนวคิด “สมุดพกผู้รับเหมา” ซึ่งเคยมีการผลักดันในอดีต ว่าเป็นแนวคิดที่ดี แต่ยังไม่ถูกนำมาใช้จริง เนื่องจากหน่วยงานกังวลเรื่องการถูกฟ้องร้อง จึงเห็นว่าควรปรับแก้กฎหมายให้ชัดเจน โดยหากยังเกิดเหตุซ้ำ จะไม่สามารถเว้นระยะได้อีก และต้องใช้หลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม”
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องทางวิศวกรรม ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ต้องตรวจสอบอุปกรณ์ การสึกหรอ และระบบทั้งหมด ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ หากพบความบกพร่องถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง พร้อมระบุว่า ทั้งผู้รับเหมา ผู้ควบคุมงาน และผู้ว่าจ้างต้องร่วมรับผิดชอบ
ท้ายที่สุด นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายการเมืองเตรียมนำเหตุการณ์ไปโจมตีว่า ไม่สามารถห้ามได้ แต่ขออย่าฉวยโอกาสเล่นการเมือง เพราะเป็นเรื่องเทคนิคและความปลอดภัยของประชาชน ไม่ใช่เกมการเมือง พร้อมย้ำว่า จังหวัดนครราชสีมามีผู้แทนจากหลายพรรค ไม่ควรโยนความผิดทางการเมืองใส่กัน



















