“สุดารัตน์” กระตุกนายกฯ อย่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หลังสะพาน–รถไฟฟ้าถล่มซ้ำ จี้ฟันผู้รับเหมาชุ่ย ตรวจสัญญากว่า 2,000 ล้านบาท หยุดทุนหน้าเดิมวนรับงานรัฐ
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างของภาครัฐที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะเหตุสะพานยกระดับบนถนนพระราม 2 ถล่ม และโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง ว่า แม้ล่าสุดนายกรัฐมนตรีจะมีคำสั่งยกเลิกสัญญากับบริษัทผู้รับจ้างที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงทั้งสองกรณีแล้ว แต่ไม่ควรหยุดอยู่เพียงการสั่งการเฉพาะหน้าหรือการกล่าวโทษหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า นายกรัฐมนตรีต้องแสดงความจริงจังด้วยการนั่งเป็นประธานในการประชุมระดับสูง เรียกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสั่งการด้วยตนเอง โดยเฉพาะการวางระบบบทลงโทษต่อบริษัทผู้รับเหมาที่ขาดความรับผิดชอบ จนสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทที่เคยก่อความผิดร้ายแรงเหล่านี้กลับมาแฝงตัวรับงานหรือเข้าประมูลโครงการของรัฐได้อีกในอนาคต
จากการตรวจสอบข้อมูลพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า บริษัทหรือกลุ่มทุนที่มีประวัติเกิดปัญหาร้ายแรง แม้จะเคยสร้างโศกนาฏกรรมมาแล้ว แต่ที่ผ่านมา กลับยังได้รับงานโครงการของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างอาคารสาธารณะซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยของประชาชน อาทิ โรงเรียน โรงพยาบาล และสนามบิน หากก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ย่อมหมายถึงความเสี่ยงต่อชีวิตของประชาชนจำนวนมาก
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทรับเหมาจากกลุ่มเดียวกันนี้มีความเชื่อมโยงกับอุบัติเหตุร้ายแรงหลายเหตุการณ์ ตั้งแต่กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 คน ไปจนถึงเหตุโครงสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 คน ล้วนเป็นกลุ่มทุนหน้าเดิมที่สามารถวนเวียนรับงานภาครัฐได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งที่เหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม ผ่านมานานเกือบหนึ่งปีแล้ว แต่กลับพบความล่าช้าในการเสนอชื่อบริษัทเหล่านี้ให้กรมบัญชีกลางพิจารณาขึ้นบัญชีดำอย่างเป็นทางการ ทั้งที่ตามมาตรา 109 ของระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อหน่วยงานคู่สัญญาทราบถึงความเสียหายจากการกระทำของผู้รับเหมา ต้องเร่งส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลางดำเนินการแบล็กลิสต์หรือสั่งลดชั้นทันที เพื่อเพิกถอนสิทธิ์ในการเข้าประมูลงานของรัฐ
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา กลับพบการละเลยบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ จนเกิดคำถามถึงความบกพร่องของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ที่ปล่อยให้เรื่องเงียบหาย ไม่ดำเนินการนำรายชื่อผู้รับเหมาที่ทำงานไร้มาตรฐานเข้าสู่บัญชีดำอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะเริ่มขยับดำเนินการในกรณีล่าสุดแล้ว แต่ต้องไม่หยุดอยู่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในลักษณะ “เข้าเกียร์ว่าง” ในภาพรวม นายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องสั่งตรวจสอบสัญญาโครงการมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทที่บริษัทกลุ่มนี้ถือครองอยู่อย่างละเอียด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และต้องนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอีกในอนาคต



















