อนุทินลั่น “พูดแล้วทำ” หลังบุกจับข้าราชการเชียงดาว เอี่ยวสวมสิทธิ์สัญชาติ–ใบถิ่นที่อยู่ ชี้ใครผิดไม่ต้องเตือน รู้ดีโทษหนักกว่าใคร
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 22 ม.ค. ที่จังหวัดนครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีอธิบดีกรมการปกครอง สนธิกำลัง 5 หน่วยงาน เปิดปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว” นำหมายจับเข้าจับกุมปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่เทศบาลในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ รวม 6 ราย จากกรณีสวมสิทธิ์ใบถิ่นที่อยู่ถาวร กลุ่มชาติพันธุ์ และสัญชาติไทย ให้ชาวต่างชาติอย่างน้อย 9 ราย
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้ย้ำมาโดยตลอดว่า “พูดแล้วทำ” และการปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนชัดถึงการเดินหน้านโยบายปราบปรามการกระทำผิดอย่างจริงจัง เช่นเดียวกับการปราบปรามยาเสพติด ที่ภายในระยะเวลา 4 เดือน สามารถยึดยาบ้าได้กว่า 330 ล้านเม็ด มูลค่าหมื่นล้านบาท ยังไม่รวมยาไอซ์ ยาอี เฮโรอีน และยาเสพติดประเภทอื่น
ขณะเดียวกัน ในคดีสแกมเมอร์ ได้ดำเนินการครบทุกกระบวนการ ทั้งการยึดทรัพย์ ดำเนินคดี เพิกถอนสัญชาติ และเนรเทศ พร้อมขยายผลครอบคลุมอาชญากรรมการพนัน อาชญากรรมไซเบอร์ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาชญากรรมทางการเงิน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่แทบดำเนินคดีไม่ทัน
เมื่อถามว่ามีการสั่งขยายผลเพิ่มเติมหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบชัดว่า “ใครทำผิด ไม่ต้องขยายผลหรอก คนที่รับผิดชอบเขามีหน้าที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว”
ส่วนกรณีการเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ นายอนุทิน ระบุว่า ได้มอบนโยบายชัดเจนแล้ว โดยการปฏิบัติเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามถึงการฝากเตือนข้าราชการที่ยังมีพฤติกรรมทุจริต นายกรัฐมนตรีกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ไม่ต้องเตือน” เพราะข้าราชการระดับปลัดอำเภอ หรือนายอำเภอ รู้ดีอยู่แล้วว่าการกระทำผิดจะต้องเจอโทษอะไร พร้อมย้ำว่า การกระทำดังกล่าวไม่ใช่ความหลงผิด แต่เป็นการตั้งใจทำผิด โดยเฉพาะผู้ที่มีอำนาจอนุมัติ ซึ่งกฎหมายกำหนดโทษหนักกว่าคนทั่วไป
“ถ้าเลือกเดินผิดซอย ก็ต้องรับผลของมัน และจะทำเต็มที่” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้แถลงรายละเอียดในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายอนุทิน ระบุว่า เป็นหน้าที่ของอธิบดีกรมการปกครอง ส่วนตนในฐานะนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่กำหนดนโยบาย หากต้องไปรู้รายละเอียดทุกเรื่องจะทำงานไม่ได้ โดยย้ำว่านโยบายรัฐบาลชัดเจน คือ ห้ามฝ่าฝืนกฎหมาย ห้ามคุกคามประชาชน ห้ามสแกมเมอร์ ห้ามบ่อน และห้ามยาเสพติด ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ท้ายที่สุด เมื่อถามว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาลอีกครั้ง ปัญหาส่วยสัญชาติ และการทุจริตของข้าราชการจะหมดไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลต้องพยายามปิดทุกช่องโหว่ ไม่ให้เกิดการกระทำผิด แม้จะไม่สามารถวัดได้ว่าหมดสิ้นหรือไม่ แต่ย้ำชัดว่า “ถ้าทำผิด เป็นโดนแน่” และสิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นมาตรการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน




















