หน้าแรกHighlight‘ษัษฐรัมย์’แฉ‘สปส.’ระบบไอที850ล้านล่ม ทำจ่ายเงินชดเชยช้า-กระทบชีวิตลูกจ้าง

‘ษัษฐรัมย์’แฉ‘สปส.’ระบบไอที850ล้านล่ม ทำจ่ายเงินชดเชยช้า-กระทบชีวิตลูกจ้าง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ษัษฐรัมย์” บอร์ดประกันสังคมสัดส่วนลูกจ้าง เปิดหน้าแฉความผิดปกติใน สปส. ชี้ระบบไอทีใหม่งบ 850 ล้านบาททำงานไม่ได้จริง ทำผู้ประกันตนชวดเงินชดเชยว่างงาน จี้ต้องจ่ายดอกเบี้ยคืนลูกจ้างเหมือนที่เรียกเก็บมาตรา 39 พร้อมจับพิรุธการแก้ระเบียบเลือกตั้งใหม่หวังเตะถ่วงอำนาจบอร์ดชุดเดิมถึงปลายปี 69 และสกัดทีมก้าวหน้ากลับเข้าสภา แย้มเบื้องหลังค้านลงทุนตึกเสี่ยงซ้ำรอย SKYY 9 จนต้องเสนอชื่อ “ธนาธร” เข้ามาช่วยตรวจสอบแต่ถูกตีตก

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่สำนักงานประกันสังคม นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม สัดส่วนลูกจ้าง ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ว่า ประเด็นสำคัญของการประชุมในวันนี้ แม้จะไม่ได้บรรจุเป็นวาระหลัก แต่คือการรับรองรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2569 ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการร่างระเบียบสำนักงานประกันสังคมฉบับใหม่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการทำประชาพิจารณ์

นายษัษฐรัมย์ ระบุว่า ทีมประกันสังคมก้าวหน้าทั้ง 6 คน ไม่เห็นด้วยและไม่รับทราบร่างระเบียบดังกล่าว แต่สำนักงานยังยืนยันจะนำร่างเข้าสู่กระบวนการประชาพิจารณ์ โดยเห็นว่าควรใช้ระเบียบการเลือกตั้งเดิมสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ไปก่อน จนกว่าจะมีบอร์ดชุดใหม่เข้ามาดำเนินการจัดทำระเบียบใหม่ เนื่องจากมองว่าการจัดทำระเบียบฉบับใหม่ในช่วงนี้ เป็นการยืดอายุการรักษาการของบอร์ดชุดเดิมออกไปจนถึงเดือน พ.ย. 2569 ซึ่งจะทำให้บอร์ดรักษาการมีอำนาจตรวจสอบและการเข้าถึงข้อมูลลดลง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการเสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เข้ามาเป็นอนุกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนนอกตลาด แต่ไม่ได้รับความเห็นชอบจากบอร์ด นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยข้อมูลการทำงานในอนุกรรมการดังกล่าวแล้ว โดยมีกรรมการฝ่ายผู้ประกันตน 2 คน คือ นายชัยวัฒน์ วรรณโคตร และนางรัศมี สุวรรณภักดี เข้าร่วมเป็นอนุกรรมการบริหารการลงทุนนอกตลาด แต่พบความพยายามผลักดันสินทรัพย์ที่มีข้อสงสัยจำนวนมาก ซึ่งอาจนำไปสู่กรณีลักษณะคล้ายโครงการตึก SKYY 9 ในหลายแห่ง

แม้กรรมการทั้งสอง รวมถึงตัวแทนผู้ประกันตน จะพยายามทักท้วงคัดค้าน แต่กลับถูกลดทอนความน่าเชื่อถือ จนตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งอนุกรรมการ ต่อมาจึงมีการเสนอชื่อนายธนาธร ซึ่งขณะนั้นไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเป็นผู้บริหารบริษัทเอกชนใด แต่ก็ถูกปฏิเสธ ทั้งที่มีการแต่งตั้งนายชลิต รัษฐปานะ เป็นอนุกรรมการในช่วงปลายปี 2567 แต่กลับไม่เคยมีการประชุมอนุกรรมการดังกล่าวแม้แต่ครั้งเดียว

นายษัษฐรัมย์ ย้ำว่า ประเด็นนายธนาธรไม่ใช่สาระสำคัญ แต่เป็นสิ่งที่ทำให้บางฝ่ายรู้สึกหวาดกลัวว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูล พร้อมยืนยันว่า นายธนาธรไม่ได้มีตำแหน่งใดในอนุกรรมการประกันสังคมในปัจจุบัน

เมื่อถามถึงปัญหาการจ่ายเงินชดเชยผู้ประกันตนที่ล่าช้า นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ปัญหาหลักเกิดจากระบบไอทีใหม่ มูลค่า 850 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการฮาร์ดแวร์ที่ยังไม่สามารถดำเนินการพื้นฐาน เช่น การจ่ายสิทธิประโยชน์ได้ ทั้งยังมีการส่งมอบงานล่าช้ากว่า 2 ปี ทำให้ค่าปรับสะสมสูงกว่า 450 ล้านบาท โดยเห็นว่าจำเป็นต้องติดตามความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง เพื่อให้มีการชดเชยแก่ผู้ประกันตน

ทั้งนี้ ทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีจุดยืน 2 ประเด็น คือ

  1. เรียกร้องให้มีการจ่ายดอกเบี้ยกรณีจ่ายสิทธิประโยชน์ล่าช้าแก่ผู้ประกันตน เช่นเดียวกับกรณีผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่ถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเมื่อจ่ายเงินล่าช้า
  2. เสนอให้นำผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเข้ามาตรวจสอบระบบ โดยไม่เปิดเผยข้อมูลเชิงลึก เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

นายษัษฐรัมย์ กล่าวย้ำว่า เงินชดเชยว่างงานสูงสุดเดือนละ 9,000 บาท เป็นเรื่องของชีวิตผู้ประกันตน และปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากระบบใหม่ที่ไม่สามารถใช้งานได้ พร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ให้เบี่ยงเบนประเด็นหรือโยนความผิดให้ทีมประกันสังคมก้าวหน้า

เมื่อถามถึงการปรับระเบียบเลือกตั้งว่าเป็นการเตะถ่วงอำนาจบอร์ดหรือไม่ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ร่างระเบียบดังกล่าวถูกออกแบบมาอย่างมีเจตนา เพื่อสกัดความสำเร็จของทีมประกันสังคมก้าวหน้าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยมองว่าโอกาสที่จะเป็นเพียงความบังเอิญนั้นแทบเป็นไปไม่ได้

นายษัษฐรัมย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเปิดเผยปัญหาภายในสำนักงานประกันสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องอาคาร งบประมาณจัดงานวันแรงงาน ระบบดับเพลิง และระบบไอทีมูลค่า 850 ล้านบาท พร้อมยืนยันว่า การปฏิรูปประกันสังคมไม่ควรถูกผูกกับอุดมการณ์ทางการเมือง พรรคใดที่สนใจสามารถนำร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมที่ทีมจัดทำไว้ไปใช้ได้

เมื่อถามถึงบทบาทของกลุ่มการเมือง นายษัษฐรัมย์ ยอมรับว่า รู้จักนายธนาธร และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ แต่ย้ำว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ พร้อมระบุว่า สส.จากหลายพรรคที่ร่วมผลักดันประเด็นประกันสังคม ล้วนยืนยันจะทำให้เรื่องนี้กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคม แม้จะเผชิญแรงกดดันหรือการฟ้องร้องก็ตาม

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img