สระบุรีคึกคัก! “ยศชนัน” นำทัพใหญ่พ่วง “โอ๊ค พานทองแท้” ปราศรัยใหญ่แก่งคอย อ้อนชาวสระบุรีขอโอกาสเป็นนายกฯ คนที่ 33 ประกาศนโยบายหมัดเด็ด “คูปองอัปสกิล 10,000 บาท” ตั้งเป้าสร้างทักษะใหม่ให้คนไทย 1 ล้านคน ย้ำชัดนโยบายเศรษฐีเงินล้านไม่ใช่แค่การแจกเงินแต่คือการสร้างรายได้ พร้อมชูธงพักหนี้เกษตรกร 3 ปี และแก้หนี้ทั้งระบบเพื่อปลดพันธนาการให้ประชาชน
เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 27 ม.ค. ที่สนามกีฬาเทศบาลทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส.ชัยนาท พรรคเพื่อไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย เดินทางขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนายสมบัติ อำนาคะ ผู้สมัคร สส.สระบุรี เขต 2 เบอร์ 8 พรรคเพื่อไทย โดยมีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมรับฟังการปราศรัยด้วย
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเดินทางมาร่วมรับฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่ ทันทีที่นายยศชนันเดินทางถึงเวที มีประชาชนเข้ามามอบดอกกุหลาบ คล้องพวงมาลัยดาวเรือง พร้อมของฝากพื้นถิ่น อาทิ กะหรี่พัฟ กล้วยกวน กระยาสารท และตุ๊กตารูปวัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดสระบุรี นอกจากนี้ยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งเข้ามากอดและหอมให้กำลังใจ รวมถึงคุณป้ารายหนึ่งที่อุ้มนายยศชนันขึ้นมาแสดงความเอ็นดู สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้ร่วมงาน
นายยศชนัน กล่าวปราศรัยว่า การลงพื้นที่สระบุรีครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนที่ได้เพียงเดินตลาด โดยครั้งนี้ตั้งใจมาพูดคุยรับฟังความฝันและความหวังของพี่น้องประชาชน พร้อมย้ำว่าในวันที่ 8 ก.พ. พรรคเพื่อไทยพร้อมเปลี่ยนความฝันเหล่านั้นให้เป็นความจริง เพื่ออนาคตของสระบุรี
นายยศชนัน ระบุว่า สระบุรีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพรอบด้าน ทั้งการท่องเที่ยว เมืองสวยงาม เมืองประวัติศาสตร์ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม พร้อมย้ำว่าความเจริญทางวิทยาการและเศรษฐกิจต้องเกิดขึ้นที่นี่ เพื่อให้ลูกหลานชาวสระบุรีมีคุณภาพชีวิตที่ดี
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี จำเป็นต้องปลดพันธนาการด้านหนี้สิน โดยพรรคเพื่อไทยมีนโยบายแก้หนี้ทั้งระบบ และเข้าใจความหวาดระแวงของประชาชน พร้อมประกาศพักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปี ขณะเดียวกัน สระบุรีมีแรงงานหลากหลายอาชีพ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี พรรคเพื่อไทยจึงมีนโยบายแจกคูปองพัฒนาทักษะ มูลค่า 10,000 บาท ให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ โดยตั้งเป้าพัฒนาทักษะแรงงาน 1 ล้านคนในระยะ 4 ปี เพื่อให้ “เรียนได้จริง จบแล้วมีงานทำ”
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า นโยบาย “เศรษฐีเงินล้าน” ไม่ใช่นโยบายแจกเงิน แต่เป็นการสร้างแรงจูงใจในการหารายได้ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ลดอำนาจรัฐ และเพิ่มอำนาจให้ประชาชน เพื่อให้การพัฒนาตอบโจทย์พื้นที่อย่างแท้จริง
“วันที่ 8 ก.พ. จะเป็นวันที่เปลี่ยนความฝันของพี่น้องให้เป็นความจริง ผมเข้าสภาคนเดียวไม่ได้ ขอเหมาสระบุรีทั้ง 4 เขต พรรคเพื่อไทยพร้อมดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียม เสถียรภาพทางการเมืองสำคัญมาก และขอฝากตัวในฐานะลูกหลานชาวสระบุรี ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33” นายยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย




















