‘ไอซ์ รักชนก’ ร่ายยาว 8 ข้อ หลังฟัง ‘สปส.’ ออกรายการ ‘กรรมกรข่าว คุยนอกจอ’ ฉะมายเซตน่ากลัว-อันตราย ไม่รู้ตัวเองว่าทำอะไรผิด ยึดหลังพิง ทำทุกอย่างถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย ลั่นทำหน้าที่อย่างสุดกำลังแล้ว ที่เหลือต่อจากนี้อยู่ที่ผู้ประกันตน
วันที่ 29 ม.ค.69 นางสาวรักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า
”ฟังสำนักงานประกันสังคมพูดในรายการคุยนอกจอวันนี้
1) ภาพรวม แปลง่ายๆ คือ เค้าไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรผิด เพราะทำทุกอย่างถูกต้องตามระเบียบและกฏหมายทุกประการ
ดังนั้น จะถามเรื่อง ตัดสูท ทำโรงอาหาร ทำปฏิทิน ทำเสื้อหมวก ซื้อตึก SKYY9 ซื้อหุ้น EA ซื้อหุ้น ซื้อหุ้น TU DOME
คำตอบมันก็จะคล้ายๆกัน คือผ่านกระบวนการที่ถูกต้องหมดแล้ว
ถูกระเบียบ ถูกกฏหมาย นี่คือหลังพิงของเค้า
2) งบประมาณบริหารสำนักงาน ใช้น้อยกว่าที่กำหนด
กฏหมายให้ใช้ได้ 10% ทุกวันนี้ใช้อยู่ประมาณ 3% เป็นข้อเท็จจริง แต่เล่าครึ่งเดียว
กฏหมายที่ให้ใช้ 10% จากเงินที่ผู้ประกันตนสมทบต่อปี มันเขียนเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เวลานั้นที่คนสมทบยังมีจำนวนน้อยมาก จึงตั้งไว้เผื่อ
แต่ทุกวันนี้ 10% ก็ประมาณ 20,000 ล้าน
มาบอกว่าใช้น้อยแล้วนะ แค่ 5000-7000 ล้านเอง ตลก
ไม่เกี่ยวกับว่าใช้มากใช้น้อยไง แต่ใช้แล้วมีประสิทธิภาพหรือป่าว ใช้เอื้อประโยชน์ให้ใครไหม งบดำเนินงานมีคอรัปชั่นหรือไม่
นี่คือประเด็น
3) กรอบการลงทุน ให้ลงทุนในของเสี่ยงได้ 40%
อันนี้แหละ ที่ฝ่ายการเมืองชอบเอาขี้มาหมก ตอดเล็กตอดน้อย
กองทุนทั้งกองมัน 2.8ล้านล้าน ใหญ่มหาศาล ถ้าลงทุนผิดพลาดเล็กน้อย ไม่มีใครรู้หรอก เอาสักปีละ 7000 ล้าน ซื้อตึกSKYY9 หรือไปซื้อหุ้น EA , TU DOME , STARK
พอขาดทุน เค้าก็จะอ้างว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ลงทุนมีขาดทุนกำไร ขึ้นๆ ลงๆ เข้าใจเค้าหน่อย
แต่ปีศาจอยู่ในรายละเอียด คุณต้องไปดูกระบวนการชงของเน่าๆ พวกนี้ ว่ามันเกี่ยวข้องกับใครบ้าง มันขาดทุนเพราะเสี่ยง
หรือตั้งใจทำเพราะคิดว่าไม่มีใครจับได้
หุ้น EA ไปถือหุ้นบริษัทเมียใครอีกทอด ?
SKYY9 ใครเป็นเจ้าของมาบ้าง ใครดัน ใครชง ใครได้ค่าคอม?
หุ้นบางจาก ถ้าไม่มีประกันสังคมก้าวหน้า ป่านนี้หายไปหมดพอร์ตไหม?
เอาความยิ่งใหญ่ของกองทุน มากลบร่องรอยการคอรัปชั่น
เค้าทำกันมาตลอด ตั้งแต่เริ่มมีกองทุน
4) เงินลงทุน 35ปี +65% อยากให้มองแง่ดี
เชิญนักลงทุน ทั่วประเทศ หรือทั่วโลกเลยเอ้า มาวิจารณ์หน่อย
มองภาพรวม +65% ดูเหมือนจะเยอะ แต่ถ้าไปดูไส้ในแล้ว เฉลี่ยเท่ากับว่า กำไรปีละ 2-3% มาตลอด สิบๆ ปี
ยังกล้ามีหน้าเอามาพูดเหมือนเป็นผลงานที่ภูมิใจได้ยังไง
ประเทศอื่นที่บริหารอย่างโปร่งใส ได้ 8-10% ++ กันทั้งนั้น เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาไส้ใน เอาแต่ตัวเลขที่ดูดี มาหลอกคนที่เค้าไม่เข้าใจเรื่องการลงทุน
ถ้าผลตอบแทนการลงทุนยังเป็นแบบนี้ แบบที่ทำมาอวดเนี่ย กองทุนจะล่มตามงานวิจัยที่เขาได้ทำนายไว้ในอีก 25 ปีแน่
5) กองทุนนี้มันกองทุนของผู้ประกันตน พูดให้ชัดๆ
รองเลขาประกันสังคมพยายามบอกว่า เป็นเงิน 3ฝ่าย ไม่ใช่กองทุนของผู้ประกันตน เป็นกองทุนประกันสังคม แค่ทำเพื่อสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน ดังนั้นมันมีเหตุผล เวลาเอาเงินไปใช้ทำอะไร เพราะเป็นเงิน 3 ฝ่าย
เอาจริงๆ ใครที่ทำงานในระดับสูงแล้วมี มายเซตแบบนี้ น่ากลัวและอันตรายมาก เงินสามฝ่ายที่สมบทเข้ามา ทั้งหมดมันคือเงินผู้ประกันจน มันคือสิทธิ์ที่เค้าควรได้รับ
แต่ในอดีตไม่มีกฏหมายคุ้มครอง นายเจ้าก็เอารัดเอาเปรียบ
ไม่มีใครคิดถึงอนาคตหรือบั้นปลายของลูกจ้าง จนต้องบังคับทุกบาททุกสตางค์ ใครใส่เข้ามา แต่สุดท้าย มันคือเงินของผู้ใช้แรงงาน ที่เป็นฟังเฟืองในการสร้างประเทศนี้ จำไว้ด้วย
ดังนั้นที่ไม่รู้สึกผิด เพราะมันผิดตั้งแต่วิธีคิดแล้ว
6) ถึงเจ้าหน้าที่ตัวเล็กตัวน้อยในประกันสังคม
เราคือพวกเดียวกัน ไอซ์เชื่อว่าทุกคนที่เห็นข่าว
ท่านมีใจที่เป็นธรรม ฟังแล้วท่านรู้ว่าเราไม่ได้ตำหนิท่าน
ไอซ์และเพื่อนๆ รู้ว่าทุกคนที่อยู่ทั่วประเทศทำงานเหน็ดเหนื่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนนี้ที่ระบบล่ม ซึ่งเกิดจากการคอรัปชั่น
ท่านเห็นคนที่อยู่ในตำแหน่งสูงๆ มองหน้าพวกเค้าแล้วคิดยังไง เราก็ไม่ต่างกัน
พวกเราทุกคนจึงต้องช่วยกัน เพื่อเปลี่ยนระดับหัว ที่อยู่บนสุด เพราะถ้าหัวไม่ดี มันจะทำให้คนฐานล่างต้องเหนื่อยและท้อ
7) เวลาน้อย
รอบหน้า ช่อง3 ทำหนังสือล่วงหน้าถึงกระทรวง ขอใช้เวลาเลย กี่โมงถึงกี่โมงว่าไป อันนี้ทำแล้วผู้ประกันตนได้ประโยชน์ทำเถอะ
ทีเวลาปลัดแรงงานและเลขาประกันสังคมในอดีต เอาเวลาว่างไปตีกอล์ฟ ไปเดินตามตูด รมว. ประดับบารมี ยังทำได้ มาตอบคำถามแค่นี้ คงไม่เปลืองเวลามากมั้ง
รอบหน้าต้องเชิญระดับปลัดกระทรวงแรงงานหรือเลขาประกันสังคมมาเท่านั้น
8 ) สูตรเลือกตั้งใหม่
ชัดเจนแล้วนะคะ ว่าใคร ที่อยากเตะทีมประกันสังคมก้าวหน้า ออกจากกองทุนประกันสังคม
อดีตผู้แทนราษฎรอย่างไอซ์ และสื่อหลายๆสำนักที่น่านับถือที่กัดเรื่องนี้ไม่ปล่อย เราได้ทำหน้าที่กันอย่างสุดกำลังแรงกายแล้ว
ที่เหลือต่อจากนี้ อยู่ที่ผู้ประกันตนค่ะ“



















