“รักชนก” เย้ย “ชูวิทย์” จัดคลิปแฉมาช่วงกระแสพุ่ง ลั่นคนเทาๆ พรรคก็ไม่เอาไว้ เมินฉายาวีรสตรีประกันสังคม แจงสู้สุดใจหวังแลนด์สไลด์เอง ตอกกลับปมคลิปเสียงปริศนาถ้ามีหลักฐานให้รีบเปิดจะได้กำจัดคนเลวออกพรรค
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ออกมาแถลงข่าวและโพสต์โจมตีพรรคประชาชน พร้อมเชิดชู น.ส.รักชนก ในฐานะ “วีรสตรีประกันสังคม” ว่า แท้จริงแล้วพรรคประชาชนไม่ได้เชิดชูตนเป็นวีรสตรี และไม่ได้ใช้งานตนหนักอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง คำชื่นชมที่เกิดขึ้นเป็นเสียงสะท้อนจากประชาชน ไม่ใช่การสร้างภาพจากพรรค
น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนไม่ได้มองว่าพรรคใช้งานตนเพียงลำพัง แต่สมาชิกพรรคทุกคนต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างเต็มที่ เพื่อให้พรรคประชาชนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงที่มากที่สุด ซึ่งเป็นความตั้งใจร่วมกันของทุกคน ไม่ใช่การถูกบังคับหรือถูกสั่งการ เพราะพวกเราต้องการชนะเลือกตั้ง จึงใส่แรงอย่างเต็มที่
สำหรับกรณีที่นายชูวิทย์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นั้น น.ส.รักชนก ระบุว่า หากใครไม่สบายใจก็สามารถกดเลิกติดตามได้ ไม่จำเป็นต้องไปอ่าน ตนเองไม่ต้องการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรง แต่ก็มีขอบเขตของความเหมาะสม ซึ่งขณะนี้ยังไม่ถึงจุดนั้น จึงขอแสดงความเห็นเพียงเท่าที่กล่าวมา
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายชูวิทย์ระบุว่า หากพรรคประชาชนโจมตีหรือให้ร้ายผู้อื่นว่าเป็นสีเทา จะออกมาเปิดเผยคลิปเสียง น.ส.รักชนก กล่าวว่า หากมีหลักฐานก็ขอให้เปิดเผยออกมาเลย ไม่จำเป็นต้องขู่ เพราะหากเป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พรรคเองก็ไม่ต้องการให้คนเช่นนั้นอยู่ต่อเช่นกัน
เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวของนายชูวิทย์ส่งผลกระทบต่อพรรคประชาชนมากน้อยเพียงใด น.ส.รักชนก กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน แต่เชื่อว่าประชาชนสามารถแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นอะไร พร้อมย้อนว่า ในการเลือกตั้งครั้งก่อน นายชูวิทย์เคยช่วยหาเสียงต่อต้านพรรคภูมิใจไทย แต่ในครั้งนี้กลับออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ยังยืนยันว่าไม่ชอบพรรคภูมิใจไทยเช่นเดิม
น.ส.รักชนก ระบุว่า ในสถานการณ์การเมืองขณะนี้ พรรคที่มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมีเพียงสองพรรค คือ พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย การเคลื่อนไหวของนายชูวิทย์ในลักษณะดังกล่าว จึงอาจถูกมองว่าเป็นการหาเสียงทางอ้อมให้พรรคภูมิใจไทย ซึ่งประชาชนสามารถตัดสินได้เองว่าคำพูดและการกระทำสอดคล้องกันหรือไม่
เมื่อถามถึงการเตรียมรับมือ หากมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม น.ส.รักชนก กล่าวว่า หากจะเปิดก็ขอให้เปิดมาเลย เปิดในช่วงนี้ที่กระแสกำลังแรง และช่วงที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กำลังกลับมาเป็นที่สนใจของสังคม
ท้ายที่สุด น.ส.รักชนก กล่าวฝากถึงนายชูวิทย์ว่า ขอแสดงความยินดีที่สามารถเอาชนะโรคมะเร็งและกลับมามีสุขภาพแข็งแรง พร้อมหวังว่านายชูวิทย์จะใช้ช่วงชีวิตที่ได้กลับมาอีกครั้งอย่างมีความสุข และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ



















