“ณัฐพงษ์” ควง “ธนาธร” ปล่อยคาราวานหาเสียง 8 สายทั่วประเทศ เปิดตัวรถแห่ธีม The Matrix สุดล้ำ ท้าประชาชนเลือกอนาคตใหม่หรือจมปลักการเมืองเก่า ย้ำบทเรียนปี 66 กาใบเดียวไม่พอตั้งรัฐบาล ชูแคมเปญ “กาส้ม 2 ใบ” ให้ชนะขาดเพื่อความมั่นคงในสภา พร้อมประกาศจุดยืนชัดเจน ไม่ร่วมงานพรรคกล้าธรรม และไม่หนุนแคนดิเดตภูมิใจไทย
เมื่อวันที่ 30 มกราคม พรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน นำผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ กลุ่มแรงงาน เปิดกิจกรรมปล่อยรถคาราวานหาเสียงเลือกตั้งโค้งสุดท้าย “สายลูกน้ำเค็ม” ซึ่งเริ่มต้นจากจังหวัดปทุมธานี มุ่งหน้าสู่พื้นที่ภาคตะวันออก
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีประชาชนในพื้นที่นำขนม น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ และส้ม มามอบให้นายณัฐพงษ์เพื่อให้กำลังใจ โดยรถแห่ของคาราวานสายดังกล่าวมีไฮไลต์เป็นการออกแบบในธีมภาพยนตร์เรื่อง The Matrix ประดับภาพนายณัฐพงษ์และแกนนำพรรค พร้อมสัญลักษณ์การเลือกทางอนาคต โดยนายณัฐพงษ์ยื่นมือทั้งสองข้าง มือขวาถือเม็ดยาสีส้ม ขณะที่มือซ้ายเป็นเม็ดยาสีน้ำเงิน ซึ่งมีภาพแป้งและหนูประกอบ
นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนต้องการสื่อสารกับประชาชนอย่างชัดเจนว่า เป็นการตัดสินใจเลือกระหว่าง “การเมืองในอดีต” กับ “การเมืองที่จะพาประเทศไทยไปสู่อนาคต” โดยในวันนี้พรรคได้ปล่อยคาราวานหาเสียงพร้อมกันทั้ง 8 สายทั่วประเทศ เพื่อเชิญชวนประชาชน หากต้องการเห็นอนาคตที่ดีกว่าสำหรับลูกหลาน ขอให้สนับสนุนพรรคประชาชนด้วยการกา 2 ใบ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนอย่างแท้จริง
นายณัฐพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพิจารณาจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา จะเห็นว่าการชนะเลือกตั้งในเขตหนึ่งใช้คะแนนเสียงเพียงประมาณ 30,000–40,000 คะแนน ขณะที่ สส.บัญชีรายชื่อ ต้องใช้คะแนนสูงถึง 300,000–400,000 คะแนน สะท้อนให้เห็นว่าน้ำหนักของคะแนนแบบแบ่งเขตมากกว่าบัญชีรายชื่อถึง 3–4 เท่า ดังนั้น การเลือกตั้งในปี 2566 ผู้ที่เห็นด้วยกับแนวทางและนโยบายของพรรคก้าวไกลในอดีต แต่เคยสนับสนุนเพียงบัตรเดียว ยังไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาลประชาชน ครั้งนี้พรรคจึงขอการสนับสนุนทั้ง 2 ใบเท่านั้น หากไม่เช่นนั้น การเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดขึ้น
ส่วนกรณีผลสำรวจของนิด้าโพลที่พรรคประชาชนนำเป็นอันดับหนึ่งในรอบที่สอง นายณัฐพงษ์ระบุว่า มองในแง่บวก แต่พรรคไม่เคยประมาทแม้แต่วินาทีก่อนถึงวันเข้าคูหา แม้ผลโพลจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การเดินคาราวานหาเสียงที่จะครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด เป็นการย้ำว่าทุกคะแนนเสียง ทุกเขตเลือกตั้ง ล้วนมีความหมาย โดยเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการได้จำนวน สส.ในสภาให้มากที่สุด เพราะทุกที่นั่งจะเพิ่มความมั่นคงในการจัดตั้งรัฐบาลประชาชน
เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ หากผลเลือกตั้งออกมาไม่ขาด และอาจย้อนกลับไปสู่สถานการณ์เดิมที่ขั้วสีน้ำเงินและสีแดงจับมือกัน นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ภาพการเมืองไทยในช่วง 10–20 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นวังวนเดิมอย่างชัดเจน การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคจึงเสนอว่าทางออกเดียวของประชาชนคือการจัดตั้งรัฐบาลประชาชนเท่านั้น วิธีปิดประตูไม่ให้กลับไปสู่วงจรเดิมที่การรวมขั้วกันแล้วประชาชนไม่ได้ประโยชน์ คือการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดของประชาชนทั้งประเทศ ด้วยการกา “ส้ม 2 ใบ”
ส่วนคำถามถึงความเป็นไปได้ในการดึงพรรคเพื่อไทยมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล หากผลเลือกตั้งไม่ขาด เพื่อแข่งขันกับพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในทางการเมือง ทุกอย่างมีความเป็นไปได้ ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เคยเกิดขึ้นแล้วที่พรรคซึ่งชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่งไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุด เนื่องจากไม่มีเสียงสมาชิกวุฒิสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว จึงอยากให้ประชาชนเชื่อมั่นในพลังเสียงของตนเอง
เมื่อถูกถามว่าประวัติศาสตร์ทางการเมืองจะซ้ำรอยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง หากประชาชนไม่ต้องการเห็นการเมืองแบบเดิม วิธีเดียวคือการสนับสนุนพรรคประชาชนอย่างถล่มทลาย ด้วยการกาให้ครบทั้ง 2 ใบ
สำหรับโอกาสในการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์ย้ำจุดยืนว่า ได้ชี้แจงมาโดยตลอด และไม่มีอะไรต้องขยายความเพิ่มเติม โดยยืนยันว่า พรรคประชาชนไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม และไม่สามารถโหวตสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยได้



















